
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสเปนสะท้อนให้เห็นว่า ภาระทางเศรษฐกิจของครัวเรือนกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง ราคาที่อยู่อาศัยยังคงปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่รายจ่ายของครัวเรือนขยายตัวเร็วกว่ารายได้ สถานการณ์ดังกล่าวจึงไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผลจากแรงกดดันหลายด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน และส่งผลให้ครัวเรือนมีพื้นที่ทางการเงินสำหรับการใช้จ่ายและการออมลดลงอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ผู้ประท้วงชาวสเปนยังคงปักหลักบริเวณจัตุรัส Puerta del Sol ใจกลางกรุงมาดริดต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 เพื่อเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงและความช่วยเหลือจากรัฐบาลด้านราคาที่อยู่อาศัยซึ่งดีดตัวสูงขึ้นอย่างมาก และยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ พร้อมยืนยันตั้งแคมป์ “ไร้วันสิ้นสุด” จนกว่าจะได้รับคำตอบที่พอใจจากภาครัฐ โดยปัจจุบันมีผู้ตั้งแคมป์กว่า 2,000 หลังท่ามกลางสายฝน

การเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในยุโรปช่วยให้เห็นภาพของสเปนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพและราคาที่อยู่อาศัยจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสเปน แต่ข้อมูลหลายรายการสะท้อนว่าแรงกดดันที่เกิดขึ้นในสเปนมีความรุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรป โดยเฉพาะในตลาดที่อยู่อาศัย
เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว เพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพ
ในช่วงฤดูร้อนปี 2569 อัตราเงินเฟ้อของสเปนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอัตราเงินเฟ้อรายปีเพิ่มจาก ร้อยละ 3.6 ในเดือนกรกฎาคม เป็นร้อยละ 4.3 ในเดือนสิงหาคม และร้อยละ 4.9 ในเดือนกันยายน ตามข้อมูลประมาณการเบื้องต้นของสำนักงานสถิติแห่งชาติสเปน (INE)

เครดิตภาพ: INE
กล่าวได้ว่า ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นถึง 1.3 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงที่ระดับของตัวเลขเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความรวดเร็วของการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการ
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมสินค้าพลังงานและอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป มีการเปลี่ยนแปลงในระดับที่จำกัดกว่า โดยอยู่ที่ร้อยละ 3.0 ในเดือนกรกฎาคม ลดลงเป็นร้อยละ 2.9 ในเดือนสิงหาคม และกลับมาเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.1 ในเดือนกันยายน ทั้งนี้ INE ระบุว่า การเร่งตัวของเงินเฟ้อในเดือนกันยายนได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย รวมถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และแพ็กเกจท่องเที่ยว
สำหรับครัวเรือน ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ารายจ่ายทุกประเภทเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 ภายในเดือนเดียว แต่หมายถึงระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมในเดือนกันยายนอยู่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบร้อยละ 5 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายนสะท้อนอย่างชัดเจนว่า แรงกดดันด้านค่าครองชีพกำลังกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ค่าใช้จ่ายสำคัญอีกด้านหนึ่งของครัวเรือนสเปน คือ ที่อยู่อาศัย ยังคงอยู่ในระดับสูง
ราคาที่อยู่อาศัยยังคงเพิ่มขึ้น แม้กิจกรรมในตลาดเริ่มชะลอตัว
ข้อมูลจาก INE ระบุว่า ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2569 ราคาที่อยู่อาศัยในสเปนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ยังพบความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างที่อยู่อาศัยสร้างใหม่และที่อยู่อาศัยมือสอง โดยราคาที่อยู่อาศัยสร้างใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยมือสองเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 12.9

ที่อยู่อาศัยสร้างใหม่
ที่อยู่อาศัยมือสอง
เครดิตภาพ: INE
ข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญ เนื่องจากที่อยู่อาศัยมือสองมีสัดส่วนสูงที่สุดของการซื้อขายในตลาดที่อยู่อาศัยของสเปน ในขณะเดียวกัน สเปนมีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ในปี 2569 มีการเริ่มก่อสร้างที่อยู่อาศัยประมาณ 39,200 หน่วย และก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 25,500 หน่วย ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงมีการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการคุ้มครองของรัฐ
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการก่อสร้างใหม่ยังมีสัดส่วนค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับขนาดของตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวม โดยจากการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่จดทะเบียนมากกว่า 163,000 รายการ
สถานการณ์ดังกล่าวช่วยอธิบายว่า เหตุใดการเพิ่มขึ้นของการก่อสร้างจึงยังไม่ส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยลดลงทันที เนื่องจากที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ต้องใช้เวลากว่าจะเข้าสู่ตลาด ขณะที่ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านส่วนใหญ่ยังคงแข่งขันกันซื้อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่แล้ว
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ แม้จำนวนการซื้อขายที่อยู่อาศัยจะลดลง แต่ราคากลับยังคงเพิ่มขึ้น โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 จำนวนการซื้อขายที่อยู่อาศัยลดลงร้อยละ 11.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ขณะที่สินเชื่อจำนองเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยลดลงร้อยละ 4.9 โดยทั่วไป เมื่อจำนวนผู้ซื้อลดลง อาจคาดว่าราคาที่อยู่อาศัยจะปรับลดลงตาม อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกัน ราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยต่อตารางเมตรกลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7
จำนวนผู้ซื้อและการขอสินเชื่อลดลง แต่ราคาที่อยู่อาศัยยังคงเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าตลาดเริ่มชะลอตัวในด้านจำนวนการซื้อขาย แต่แรงกดดันด้านราคายังคงอยู่
การซื้อที่อยู่อาศัยต้องใช้ความพยายามทางการเงินมากขึ้น ขณะที่การขอสินเชื่อเข้มงวดขึ้น

เครดิตภาพ: PACO PUENTES / CINCODÍAS
ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยเห็นได้ชัดยิ่งขึ้นเมื่อนำราคาที่อยู่อาศัยมาเปรียบเทียบกับความสามารถทางเศรษฐกิจของครัวเรือน Observatorio de Vivienda y Suelo มีตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบราคาที่อยู่อาศัยกับรายได้รวมที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้ของครัวเรือน โดยในช่วงต้นปี 2561 ราคาที่อยู่อาศัยหนึ่งหลังมีมูลค่าเทียบเท่ากับรายได้ของครัวเรือนประมาณ 7 ปี อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 อยู่ที่ 7.38 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 7.84 ปี ณ สิ้นปีเดียวกัน และในปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 8.03 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในระดับสูงที่สุดของช่วงเวลาที่นำมาวิเคราะห์
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าครัวเรือนจำเป็นต้องนำรายได้ทั้งหมดตลอดระยะเวลา 8 ปีไปชำระค่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนว่า ราคาที่อยู่อาศัยกำลังเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับทรัพยากรทางการเงินที่ครัวเรือนมีอยู่
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองจึงได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ เนื่องจากก่อนที่จะเริ่มผ่อนชำระสินเชื่อจำนอง ผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องสะสมเงินออมเพื่อใช้เป็นเงินดาวน์และรองรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนก็มีความเข้มงวดมากขึ้น จากผลสำรวจการให้สินเชื่อของธนาคารกลางสเปน (Banco de España) ในปี 2569 สถาบันการเงินได้ ปรับหลักเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยให้เข้มงวดขึ้นเล็กน้อย ขณะที่สัดส่วนคำขอสินเชื่อที่ถูกปฏิเสธเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และธนาคารบางแห่งได้ปรับเงื่อนไขทางการเงินบางประการให้เข้มงวดขึ้น
ในเวลาเดียวกัน ความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยลดลง ดังนั้น ผู้ซื้อบ้านจึงต้องเผชิญแรงกดดัน 2 ด้านพร้อมกัน คือ ราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้น ขณะที่การเข้าถึงสินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้น
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าธนาคารหยุดปล่อยสินเชื่อจำนอง แต่สะท้อนว่าสถาบันการเงินมีความระมัดระวังมากขึ้นในการพิจารณาว่าจะให้สินเชื่อแก่ผู้ใดและภายใต้เงื่อนไขใด
รายได้เพิ่มขึ้น แต่รายจ่ายเพิ่มเร็วกกว่า
แรงกดดันต่อครัวเรือนไม่ได้เกิดขึ้นจากภาคที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว ในปี 2569 รายได้รวมที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้ของครัวเรือนสเปนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือเป็นการขยายตัวในระดับที่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกัน รายจ่ายเพื่อการบริโภคขั้นสุดท้ายของครัวเรือนเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 7.1 หมายความว่า รายได้ของครัวเรือนเพิ่มขึ้น แต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า

ความแตกต่างดังกล่าวเริ่มสะท้อนผ่านระดับการออมของครัวเรือน โดยเมื่อปรับผลกระทบจากฤดูกาลและปฏิทินแล้ว อัตราการออมลดลงจาก ร้อยละ 11.6 เหลือร้อยละ 11.0 ในปี 2569
ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าครัวเรือนสเปนไม่สามารถออมเงินได้อีกต่อไป หรือครัวเรือนทุกกลุ่มเผชิญสถานการณ์เหมือนกันทั้งหมด แต่สะท้อนว่า เงินส่วนที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มลดลง เมื่อครัวเรือนต้องใช้รายได้ในสัดส่วนที่สูงขึ้นเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พื้นที่สำหรับการออมย่อมลดลง หากในเวลาเดียวกันราคาที่อยู่อาศัยยังคงปรับเพิ่มขึ้น การสะสมเงินทุนเพื่อซื้อบ้านก็จะยิ่งทำได้ยากขึ้น
ดังนั้น เงินเฟ้อ ราคาที่อยู่อาศัย และการออม ไม่ควรถูกมองว่าเป็นประเด็นแยกออกจากกัน หากแต่เป็น องค์ประกอบของแรงกดดันทางเศรษฐกิจชุดเดียวกันที่กำลังกระทบต่อครัวเรือนสเปน
ปัญหาที่อยู่อาศัยขยายตัวสู่การเคลื่อนไหวของประชาชน

เครดิตภาพ: Borja Sanchez-Trillo / Borja Sanchez-Trillo (EFE)
แรงกดดันด้านที่อยู่อาศัยในสเปนไม่ได้สะท้อนผ่านตัวเลขด้านราคาและการเข้าถึงสินเชื่อเท่านั้น แต่ได้ขยายตัวเป็นประเด็นทางสังคมอย่างชัดเจนในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยกรณีของ María del Carmen (Maricarmen) Abascal หญิงวัย 87 ปี กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่จุดกระแสความไม่พอใจของประชาชน
Maricarmen อาศัยอยู่ในบ้านเช่าในเขต Retiro กรุงมาดริดมานานถึง 71 ปี และต่อสู้เพื่อให้อยู่ในบ้านหลังดังกล่าวต่อเนื่องมาหลายปี หลังจากมีข้อพิพาทกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์รายใหม่ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เธอถูกขับออกจากที่อยู่อาศัยด้วยเปลพยาบาล

ประชาชนและกลุ่มเคลื่อนไหวด้านที่อยู่อาศัยจำนวนมากมารวมตัวเพื่อพยายามหยุดการขับไล่ แม้ก่อนหน้านั้นจะมีความพยายามเจรจาและไกล่เกลี่ยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจในวงกว้าง และกลายเป็นสัญลักษณ์ของปัญหาการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในสเปน โดยวันที่ 26 กันยายน มีประชาชนจำนวนมากออกมาเดินขบวนในกรุงมาดริดเพื่อเรียกร้องสิทธิด้านที่อยู่อาศัย ก่อนที่ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งจะตัดสินใจปักหลักค้างคืนและตั้งแคมป์บริเวณ Puerta del Sol ตั้งแต่คืนดังกล่าวเป็นต้นมา
Puerta del Sol ถือเป็นหนึ่งในจัตุรัสสำคัญใจกลางกรุงมาดริด และเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของการชุมนุมทางสังคมและการเมืองของสเปน รวมถึงเคยเป็นศูนย์กลางของการเคลื่อนไหว 15-M ในปี 2554 ดังนั้น การเลือกตั้งแคมป์ในบริเวณดังกล่าวจึงทำให้ประเด็นปัญหาที่อยู่อาศัยได้รับความสนใจในระดับประเทศมากขึ้น

ในวันที่ 2 ตุลาคม ภายหลังรัฐสภาไม่รับรองมาตรการด้านที่อยู่อาศัย 2 ฉบับ ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักใน Puerta del Sol และในช่วงกลางคืนมีประชาชนหลายพันคนเดินขบวนจากบริเวณ Sol ไปยัง Plaza de Cibeles เพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ชัดเจนมากขึ้น การประท้วงยังคงดำเนินต่อเนื่องในช่วงวันที่ 3–4 ตุลาคม โดยพื้นที่ Puerta del Sol ได้กลายเป็นเสมือนพื้นที่ชุมนุมขนาดใหญ่ที่มีการจัดโซนสำหรับการประชุม อาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้เข้าร่วมการเคลื่อนไหว และ ณ วันที่ 7 ตุลาคม มีรายงานว่ามีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 เต๊นท์ จากประมาณ 30 กลุ่มหรือองค์กรรวมตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้สะท้อนว่าปัญหาที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของราคาบ้าน ค่าเช่า หรือการเข้าถึงสินเชื่อเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นปัญหาทางสังคมที่ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของประชาชน และนำไปสู่การเรียกร้องให้ภาครัฐและฝ่ายการเมืองเร่งหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น นอกจากมาดริด ยังมีการรวมตัวเคลื่อนไหวในเมืองอื่นๆ อีกด้วย อาทิ บาร์เซโลนา โอเบียโด มาลากา เซบียา กาดิซ กอร์โดบา บาเลนเซีย เป็นต้น
สเปนเมื่อเทียบกับยุโรป: ปัญหาร่วมกัน แต่สเปนเผชิญแรงกดดันมากกว่า
ยุโรปโดยรวมกำลังเผชิญกับการเร่งตัวของเงินเฟ้อเช่นเดียวกัน โดยอัตราเงินเฟ้อในเขตยูโรเพิ่มจากร้อยละ 2.9 ในเดือนกรกฎาคม เป็น ร้อยละ 3.2 ในเดือนสิงหาคม และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ร้อยละ 3.8 ในเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อของสเปนยังอยู่ในระดับสูงกว่า หากพิจารณาจากดัชนีราคาผู้บริโภคแบบปรับให้สอดคล้องกันของสหภาพยุโรป (IPCA) ซึ่งใช้สำหรับเปรียบเทียบระหว่างประเทศ อัตราเงินเฟ้อของสเปนอยู่ที่ร้อยละ 3.9 ในเดือนกรกฎาคม และเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 4.6 ในเดือนสิงหาคม

เครดิตภาพ: Eurostat – inflación agosto 2026.
ดังนั้น ปัญหาการลดลงของกำลังซื้อจึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสเปน แต่สเปนกำลังเผชิญแรงกดดันที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเขตยูโร ความแตกต่างยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาตลาดที่อยู่อาศัย ในปี 2569 ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในเขตยูโร และร้อยละ 4.7 ในสหภาพยุโรปโดยรวม ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยในสเปนเพิ่มขึ้น ประมาณ ร้อยละ 12 หรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าของค่าเฉลี่ยในเขตยูโร
แม้ว่าสเปนจะไม่ใช่ประเทศที่มีราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในยุโรป โดยโปรตุเกส บัลแกเรีย และลิทัวเนียมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงกว่า แต่สเปนยังคงจัดอยู่ในกลุ่มตลาดที่อยู่อาศัยที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างมาก การเปรียบเทียบดังกล่าวช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า ราคาที่อยู่อาศัยกำลังเพิ่มขึ้นในหลายประเทศของยุโรป แต่ในสเปนราคากลับเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: INE, Banco de España, Consejo General del Notariado, Eurostat, El País, RTVE
ข้อคิดเห็นของ สคต.
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดสเปน ข้อมูลดังกล่าวส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า ผู้บริโภคสเปนกำลังเผชิญแรงกดดันต่อรายจ่ายในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น เมื่อค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับทรัพยากรทางการเงินของครัวเรือน ผู้บริโภคอาจมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น เปรียบเทียบราคามากขึ้น และให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อนการซื้อสินค้าบางประเภท ตอกย้ำแนวคิด “VALUE FOR MONEY”
ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยควรให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่าด้านราคา การวางตำแหน่งสินค้า และการติดตามแนวโน้มอุปสงค์ของแต่ละกลุ่มสินค้า รวมถึงควรรักษาการสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายในสเปน ซึ่งสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ที่สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือซื้อที่อยู่อาศัยในสเปน ตลาดยังคงมีโอกาสในบางส่วน แต่บริบทในปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบ เนื่องจากราคาที่อยู่อาศัยยังคงปรับเพิ่มขึ้น จำนวนการซื้อขายลดลง การเข้าถึงแหล่งเงินทุนมีความเข้มงวดมากขึ้น และกรอบกฎระเบียบยังอยู่ในช่วงที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง ในระยะสั้น ข้อมูลล่าสุด ยังไม่สะท้อนการปรับลดลงของราคาที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจน หรือการผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจของครัวเรือนในเวลาอันรวดเร็ว แม้ว่าการก่อสร้างที่อยู่อาศัยจะเพิ่มขึ้น แต่การฟื้นฟูสมดุลระหว่างอุปทาน ราคา และความสามารถทางเศรษฐกิจของครัวเรือนมีแนวโน้มต้องใช้เวลา
สคต. ณ กรุงมาดริด เห็นว่า พัฒนาการล่าสุดของเศรษฐกิจสเปนควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เนื่องจากมีปัจจัยหลายด้านที่อาจส่งผลต่อการบริโภคภายในประเทศ การตัดสินใจลงทุน และบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าสเปนยังคงเป็นตลาดที่มีความสำคัญและมีโอกาสสำหรับสินค้าและผู้ประกอบการไทย แต่การเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพ ราคาที่อยู่อาศัยในระดับสูง และความสามารถในการออมของครัวเรือนที่ลดลง อาจส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการจับจ่ายมากขึ้น และกำลังซื้ออาจชะลอตัวลง
อนึ่ง การขยายตัวของการเคลื่อนไหวด้านที่อยู่อาศัยในช่วงที่ผ่านมา ยังสะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านเศรษฐกิจ แต่เริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศทางสังคม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรติดตามประกอบการประเมินตลาดในระยะต่อไปของค่าครองชีพ ราคาที่อยู่อาศัยในระดับสูง และความสามารถในการออมของครัวเรือนที่ลดลง อาจส่งผลให้ผู้บริโภคสเปนมีความไม่แน่นอนและความระมัดระวังในการจับจ่าย อำนาจการซื้อที่อาจลดลง
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
ตุลาคม 2569