fb
สถานการณ์ประท้วงในฝรั่งเศสอาจส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหาร หลังจากยอดขายบางพื้นที่ลดลงในช่วงฤดูร้อน

สถานการณ์ประท้วงในฝรั่งเศสอาจส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหาร หลังจากยอดขายบางพื้นที่ลดลงในช่วงฤดูร้อน

โดย
Supawat
ลงเมื่อ 15 กันยายน 2568 21:22
สคต. ณ กรุงปารีส (ฝรั่งเศส) (TTC, Paris (France))
104

สถานการณ์การประท้วงเดือนกันยายนและบรรยากาศทางการเมืองในประเทศที่ค่อนข้างตึงเครียดสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารในฝรั่งเศส      หลังจากที่ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านอาหารส่วนหนึ่งมียอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด   จากข้อมูลของสมาพันธ์ผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหาร UMIH- l’Union des métiers et des industries de l’hôtellerie ระบุว่ายอดขายร้านอาหารโดยรวมทั่วประเทศระหว่างฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) ลดลงร้อยละ 15-20  ยกเว้นร้านอาหารบางชนิดในบางพื้นที่ของประเทศเท่านั้นที่มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคฝรั่งเศสนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านเนื่องจากสภาพอากาศที่สดใส   ดังนั้นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและจำนวนนักท่องเที่ยวสามารถส่งผลต่อยอดขายของร้านอาหารในช่วงฤดูร้อนมากเป็นพิเศษ      จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฝรั่งเศสระบุว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากลดจำนวนวันเดินทางส่งผลให้ความถี่ในการเข้าร้านอาหารลดลงตามไปด้วย  นอกเหนือจากนั้นนักท่องเที่ยวถึง ใน ปรับลดงบประมาณค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทางซึ่งส่วนใหญ่มีค่าอาหารเป็นหลัก ถึงร้อยละ 60  

ข้อมูลยืนยันจากหลากฝ่าย แสดงให้เห็นว่าคนฝรั่งเศสนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านในช่วงฤดูร้อน

  • บริษัทด้านการตลาด CGA by NielsenIQ ระบุว่าในเดือนก.ค. ผู้บริโภคฝรั่งเศสจำนวนร้อยละ 88 รับประทานอาหารนอกบ้าน ปริมาณเพิ่มขึ้นหนึ่งจุดจากในช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า   และเดือนส.ค. ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสร้อยละ 25 เพิ่มการใช้บริการร้านกาแฟ โรงแรม และร้านอาหาร (CHR)  ขณะที่ร้อยละ 12 ลดการบริโภค

  • The Fork แพลตฟอร์มสำหรับจองร้านอาหารเปิดเผยข้อมูลว่า  ในช่วงระหว่างวันที่ ก.ค. – 22 ส.ค. ผู้บริโภคฝรั่งเศสใช้บริการร้านอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปีก่อนหน้า   โดยเฉพาะร้านอาหารในกรุงปารีสที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ซึ่งหากเทียบกับปีก่อนหน้าตัวเลขการบริโภคนี้ย่อมต้องสูงกว่าอย่างแน่นอน   เนื่องจากในปี 2024 ร้านอาหารส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบด้านลบจากการจัดงานกีฬาโอลิมปิก PARIS 2024   

  • ทางด้านบริษัท Lightspeed แพลตฟอร์มจัดการด้านดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกและร้านอาหารเปิดเผยข้อมูลว่าในช่วงระหว่างเดือนมิ.ย.-ส.ค.   ยอดขายของผู้ประกอบการร้านอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 โดยมีจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 จากปี 2024  ยอดค่าอาหารเฉลี่ยในแต่ละครั้งเพิ่มขึ้นจาก 77 ยูโรเป็น 80 ยูโร   

นาย François Blouin ผู้ก่อตั้งบริษัทด้านการตลาดธุรกิจร้านอาหาร Food Service Vision ให้ข้อสังเกตว่าการเปรียบเทียบยอดขายร้านอาหารระหว่างปี 2024 - 2025 เป็นไปได้ยาก   เนื่องมาจากการจัดงานกีฬาโอลิมปิกปี 2024  ส่งผลดีและผลเสียต่อธุรกิจร้านอาหารไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับทำเลและย่านการค้าของร้านนั้นๆ  บางร้านมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในขณะที่บางร้านเงียบเหงามากเป็นพิเศษ 

 

ปัจจัยด้านราคามีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค  ร้านอาหารริมทะเลที่เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงฤดูร้อนของคนฝรั่งเศสมีการปรับราคาอาหารขึ้นสูงส่งผลให้จำนวนลูกค้าลดลงเป็นอย่างมาก   ตรงกันข้ามกับร้านอาหารในเขตภูเขาหรือเมืองต่างจังหวัดที่มีการตั้งราคาที่เหมาะสมมากกว่า จึงสามารถรักษาปริมาณลูกค้าโดยเฉพาะที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวไว้ได้      จากความเห็นของนาย Raphaël Miolane นักวิเคราะห์การตลาดด้านร้านอาหารของบริษัท FTI Consulting กล่าวว่า   การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารจำเป็นต้องปรับราคาอาหารเพิ่มขึ้นเนื่องมาจาก อัตราเงินเฟ้อ ราคาวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มขึ้น ฯลฯ  ย่อมส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคอย่างแน่นอน

นาย Bernard Boutboul ประธานบริษัท Gira ที่ปรึกษาด้านการตลาดร้านอาหาร  กล่าวว่าผลกำไรของร้านอาหารโดยรวมลดลงร้อยละ 7 ในช่วงระยะเวลาหนึ่งปีส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารจำเป็นต้องปรับตัว  นอกจากจะต้องรักษาฐานลูกค้าเดิมแล้วจำเป็นต้องหาลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่ม   ร้านอาหารแบบนั่งรับประทานเป็นร้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้มากที่สุด     ตรงกันข้ามกับร้านอาหารจานด่วนประเภท Snacking    ร้านขนมปังที่ขายอาหารพร้อมรับประทานและมุมขายอาหารในห้างค้าปลีกที่มียอดขายเพิ่มขึ้น

นอกเหนือจากนั้นร้านอาหารแบบดั้งเดิมต้องเผชิญกับการเปิดตัวของร้านอาหารแนวใหม่ ที่นำเสนอเมนูอาหารที่มีความหลากหลาย  โดยเฉพาะร้านอาหารประเภทของหวาน  ดังเช่นร้านเครป  ไอศครีม ชานมไข่มุกหรือกาแฟ  ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปและกลายเป็นคู่แข่งกับร้านอาหารแบบดั้งเดิม  

ความเห็นสคต.

จากข้อมูลของสมาพันธ์ผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรม l’Union Des Cafés Hôtels-Restaurants Asiatiques (UCHRA) ในปี 2023 ร้านอาหารเอเชียในฝรั่งเศสมีจำนวนประมาณ 20,000 แห่งจากจำนวนร้านอาหารทั่วประเทศ 160,000 แห่ง  ผลประกอบการร้านอาหารเอเชียในปี 2023 คิดเป็นมูลค่า 1.3 พันล้านยูโรเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากปีก่อนหน้า โดยร้านอาหารเอเชียที่ได้รับความนิยมมากและมีการเติบโตสูงสุดคือร้านอาหารเอเชียประเภทอาหารจานด่วน  

ตัวเลขการบริโภคจากแพลตฟอร์มสั่งอาหารตามบ้าน Uber Eats ยืนยันได้ถึงความนิยมอาหารเอเชียของคนฝรั่งเศส โดยในปี 2025 อาหารที่มีปริมาณการสั่งมากที่สุด 3 ใน 10 อันดับแรกเป็นเมนูอาหารเอเชีย ได้แก่ ซูชิ ผัดไทย และก๋วยเตี๋ยวแห้งเวียดนาม bo bun   โดยผู้บริโภค 2 ใน 3 สั่งอาหารเอเชียอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือน และ 1 ใน 4 ต่อสัปดาห์ 

ความนิยมของอาหารเอเชียที่เพิ่มขึ้นย่อมส่งผลให้มีคู่แข่งขันที่อยากเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากอาหารญี่ปุ่น จีน และเวียดนามที่ได้รับความนิยมมานานในประเทศฝรั่งเศสแล้ว อาหารเกาหลี เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเช่นเดียวกัน ต่อเนื่องมาจากวัฒนธรรมเกาหลีที่เริ่มเข้ามาเผยแพร่เป็นที่นิยมของผู้บริโภครุ่นเยาว์ในฝรั่งเศส    จากความนิยมดังกล่าวจึงเป็นโอกาสของอาหารไทย  ซึ่งผู้ประกอบการร้านอาหารไทยควรรักษาคุณภาพ ทั้งทางด้านอาหารและการให้บริการ  การตั้งราคาให้เหมาะสม และขยายการทำตลาดเพื่อช่วยให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น  ดังเช่น การทำตลาดผ่านสื่อโซเชียลมีเดียที่จะช่วยดึงดูดกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

ที่มาของข่าว

Clotilde Briard

ข้อมูลจาก 

https://www.lesechos.fr/industrie-services/tourisme-transport/restaurants-apres-un-ete-maussade-la-peur-du-mouvement-bloquons-tout-2185089

 

Press release - 2025 - 09 -10 - สถานการณ์ร้านอาหารโดยรวมระหว่างฤดูร้อนในฝรั่งเศส.pdf
Share :
Instagram