fb
เทรนด์ "Longevity Travel" เม็กซิโกบูม ช่องทางใหม่สินค้าธรรมชาติไทยตอบโจทย์ Wellness Tourism

เทรนด์ "Longevity Travel" เม็กซิโกบูม ช่องทางใหม่สินค้าธรรมชาติไทยตอบโจทย์ Wellness Tourism

โดย
Natsaran
ลงเมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 19:15
สคต. ณ กรุงเม็กซิโก (เม็กซิโก) (TTC, Mexico City (Mexico))
7

ตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของเม็กซิโกกำลังโตตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น นักท่องเที่ยวไม่ได้มองหาเพียงการพักผ่อนในรีสอร์ตหรือการทำสปาแบบดั้งเดิม แต่รวมถึงการดูแลร่างกายแบบครบด้าน ตั้งแต่โปรแกรมอาหารสุขภาพ การนอนหลับ การออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกาย และบริการสุขภาพที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เปิดโอกาสสำหรับสินค้าและบริการ Wellness ไทย เจาะตลาดเม็กซิโก


กระแสการดูแลสุขภาพทั่วโลกกำลังส่งผลให้รูปแบบการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป โดยนักท่องเที่ยวไม่ได้มองหาการพักผ่อนหรือบริการสปาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การป้องกันโรค การฟื้นฟูร่างกาย และการชะลอวัย มากขึ้น ส่งผลให้ Wellness Tourism (การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ) ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ผสานบริการทางการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพ เข้าไว้ด้วยกัน 


เม็กซิโกถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากแนวโน้มดังกล่าว โดยข้อมูลสถิติของ IMARC Group ระบุว่า ตลาด Wellness Tourism ของเม็กซิโกมีมูลค่า 12.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวแตะ 20.2 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2577 หรือเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 5.14 ต่อปี จากแรงหนุนของเทรนด์ด้านสุขภาพ การลงทุนในรีสอร์ต Wellness ระดับพรีเมียม การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และความนิยมในการเดินทางเพื่อฟื้นฟูสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ 


หนึ่งในแนวโน้มที่เห็นได้ชัดคือ การเปลี่ยนผ่านจาก "Spa Tourism" ไปสู่ "Longevity Travel" ซึ่งนักท่องเที่ยวมองหาประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับสุขภาพในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก การประเมินความเสี่ยงของโรค การวางแผนโภชนาการเฉพาะบุคคล การจัดการคุณภาพการนอน การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ตลอดจนโปรแกรมเวชศาสตร์ชะลอวัย โดยมีการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์และข้อมูลสุขภาพมาประกอบการออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลมากขึ้น 


ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ SHA Mexico เมืองแคนคูน ซึ่งเป็นศูนย์สุขภาพและรีสอร์ตชั้นนำ ได้ใช้แนวคิด Health Optimization มาใช้ โดยผสมผสานการตรวจวิเคราะห์สุขภาพ การแพทย์เชิงป้องกัน โภชนาการ การออกกำลังกาย และการฟื้นฟูสุขภาพไว้ในโปรแกรมเดียว สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเวลเนสของเม็กซิโกกำลังพัฒนาไปสู่บริการที่เน้นผลลัพธ์ด้านสุขภาพมากกว่าการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ เม็กซิโกยังมีจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ชายหาด น้ำพุร้อน วัฒนธรรมการบำบัดพื้นถิ่น และโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้หลายพื้นที่ เช่น Cancún, Riviera Maya, Los Cabos และ Tulum ได้รับการพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางด้าน Wellness Tourism ควบคู่กับการท่องเที่ยวพักผ่อนแบบดั้งเดิม เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากขึ้น 


ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวเม็กซิโก (Secretaría de Turismo: SECTUR) พบว่า เม็กซิโกเป็นหนึ่งในตลาดท่องเที่ยวขนาดใหญ่อันดับ 2 ของภูมิภาคอเมริกา และอันดับ 6  ของโลก โดยในปี 2568 เติบโตอย่างก้าวกระโดดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ 47.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.10 จากเดิม 45 ล้านคนในปี 2567 ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 34.99 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.20 จาก 32.95 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีก่อนหน้า สะท้อนศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเม็กซิโกที่มีเงินหมุนเวียนสูงและเติบโตต่อเนื่อง แสดงถึงโอกาสสำหรับสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว


โอกาสสินค้าธรรมชาติไทย ตอบโจทย์เทรนด์ Wellness Tourism โรงแรมและรีสอร์ตในเม็กซิโกกำลังเร่งพัฒนาบริการ Wellness เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร ทั้งการผ่อนคลาย, ฟื้นฟู, ออกกำลังกาย, การนอนหลับ เปิดช่องทางให้สินค้าไทยเจาะตลาดผ่านผู้จัดจำหน่ายในเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เช่น Cancún, Los Cabos, Puerto Vallarta, Tulum เป็นต้น การเติบโตนี้นับเป็นโอกาสสำหรับสินค้าไทยศักยภาพสูงที่ตลาดต้องการ อาทิ บริการสปาและบำบัด: ลูกประคบสมุนไพร, น้ำมันนวด, บาล์ม, ผลิตภัณฑ์แช่เท้า เพื่อตอบโจทย์โปรแกรมฟื้นฟูร่างกาย บริการธรรมชาติบำบัด & สกินแคร์: น้ำมันหอมระเหย, ผลิตภัณฑ์สครับและพอกผิวจาก ข้าว มะพร้าว มะขาม ใบบัวบก เพื่อตอบโจทย์โปรแกรมดูแลผิวและการนอนหลับ


นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถเพิ่มโอกาสทางการค้าได้ด้วยการนำเสนอสินค้าเป็นโปรแกรมบริการครบวงจร  (Thai Wellness Package) แทนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เดี่ยว เช่น โปรแกรมนวดไทยร่วมกับการประคบสมุนไพร โปรแกรมฟื้นฟูร่างกายที่ใช้น้ำมันนวดและบาล์มสมุนไพร หรือโปรแกรมดูแลผิวที่ใช้ผลิตภัณฑ์ขัด พอก และบำรุงผิวจากวัตถุดิบไทย ควบคู่กับการจัดอบรมวิธีใช้ให้แก่พนักงานของโรงแรม/สปา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระตุ้นการสั่งซื้อต่อเนื่องในระยะยาว นอกจากนี้ ด้านการตลาด ควรใช้ชื่อเสียงของศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบไทยเป็นจุดขายหลักเพื่อสร้างความแตกต่าง ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับผู้นำเข้าที่มีเครือข่ายสปาและโรงแรมโดยตรง โดยสินค้าต้องมีมาตรฐานรองรับ และจัดทำฉลากผลิตภัณฑ์เป็นภาษาสเปนให้ถูกต้องตามเกณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรม Wellness Tourism ของเม็กซิโกที่กำลังเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 


สคต. ณ กรุงเม็กซิโก

แหล่งที่มา 

https://www.cntraveler.com/story/biohacking-has-taken-over-the-wellness-space-so-whats-a-gimmick-and-what-actually-works 
 

Share :
Instagram