fb
อินเดีย–EU ปิดดีล FTA หลังเจรจาเกือบ 20 ปี เขย่าโครงสร้างการค้าโลก

อินเดีย–EU ปิดดีล FTA หลังเจรจาเกือบ 20 ปี เขย่าโครงสร้างการค้าโลก

โดย
Parisa
ลงเมื่อ 29 มกราคม 2569 01:30
สคต. ณ กรุงนิวเดลี (อินเดีย) (TTC, New Delhi (India))
36

อินเดีย–EU ปิดดีล FTA หลังเจรจาเกือบ 20 ปี เขย่าโครงสร้างการค้าโลกเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569 อินเดียและสหภาพยุโรป (European Union: EU) ได้ประกาศสรุปผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) อย่างเป็นทางการ นับเป็นหนึ่งในความตกลงทางการค้าที่มีขนาดใหญ่และครอบคลุมมากที่สุดของโลก ภายหลังการเจรจาที่ยืดเยื้อยาวนานเกือบ 20 ปี

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการพบหารือระดับสูง ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยมี ผู้นำและผู้แทนระดับสูงของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมฝ่ายอินเดียมีนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) และนายพิยุช โกยาล (Piyush Goyal) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมเป็นผู้แทนหลัก ขณะที่ฝ่ายสหภาพยุโรปนำโดยนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และนายอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป

รัฐบาลอินเดียระบุว่า ความตกลงฉบับดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างสองฝ่ายในระยะยาว โดยยังคงรักษาพื้นที่นโยบาย (policy space) เพื่อคุ้มครองภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาภายในประเทศ ด้วยขนาดตลาดรวมกว่า 24 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐและประชากรรวมประมาณ 2,000 ล้านคน ความตกลง FTA อินเดีย–EU ถือเป็นการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของสองภูมิภาคขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน และมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างการค้าโลกในภาพรวม

1) ฐานการค้าระหว่างอินเดีย–EU และศักยภาพการขยายตัว

การค้าระหว่างอินเดียกับสหภาพยุโรปมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024–25 มูลค่าการค้ารวมทั้งสินค้าและบริการอยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ มูลค่าการค้าสินค้าอยู่ที่ประมาณ 136.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การค้าบริการมีมูลค่าประมาณ 83.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยภาคบริการนับเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของอินเดีย

ภายใต้ความตกลง FTA อินเดีย–EU สหภาพยุโรปเปิดตลาดบริการให้แก่อินเดียกว่า 144 สาขาย่อย ครอบคลุมบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการวิชาชีพ การศึกษา และบริการทางธุรกิจ ขณะที่อินเดียเปิดตลาดบริการจำนวน 102 สาขาย่อย ตามลำดับความสำคัญของฝ่ายยุโรป พร้อมทั้งกำหนดกลไกสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรวิชาชีพของอินเดียเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป

 

2) การเปิดตลาดของสหภาพยุโรปต่อสินค้า เกษตร อาหาร และบริการของอินเดีย

ตามเอกสาร Fact Sheet ของกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย ภายใต้ความตกลงนี้ ประมาณ 97% ของรายการภาษีในตลาด EU (คิดเป็น 99.5% ของมูลค่าการค้าจะเปิดให้อินเดียเข้าถึงด้วยสิทธิพิเศษ โดยสินค้าส่วนใหญ่จะได้รับการยกเลิกภาษีนำเข้าทันที และบางรายการจะทยอยปรับลดภาษีภายใน 3–5 ปี

สินค้าที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง รองเท้า ชา กาแฟ เครื่องเทศ อัญมณี ของเล่น และสินค้าประมงบางประเภท ซึ่งเดิมเผชิญอัตราภาษีนำเข้าในตลาดยุโรประหว่าง ร้อยละ 4–26 การยกเลิกภาษีดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกอินเดีย และสนับสนุนการจ้างงานภายในประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น

ในส่วนของสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ความตกลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้าอินเดีย อาทิ ชา กาแฟ เครื่องเทศ ผักและผลไม้สด รวมถึงอาหารแปรรูป ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชนบทของอินเดีย

ขณะเดียวกัน การเปิดตลาดบริการของสหภาพยุโรปภายใต้ความตกลงดังกล่าวคาดว่าจะเอื้อให้ผู้ประกอบการและบุคลากรวิชาชีพของอินเดียสามารถเข้าถึงตลาดยุโรปได้มากขึ้น โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ บริการวิชาชีพ การศึกษา และบริการทางธุรกิจ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจและการจ้างงานในระยะยาว

 

3) การเปิดตลาดของอินเดียต่อสหภาพยุโรป

อินเดียจะเปิดตลาดให้สินค้า EU ประมาณ 92% ของรายการภาษี ครอบคลุม 97.5% ของมูลค่าการส่งออกจาก EU โดยเกือบครึ่งหนึ่งของรายการภาษีจะถูกยกเลิกทันที และส่วนที่เหลือจะทยอยปรับลดภาษีภายใน 5–10 ปีอย่างไรก็ดี อินเดียยังคงคุ้มครองภาคเกษตรและสินค้าที่มีความอ่อนไหว เช่น นม ธัญพืช สัตว์ปีก และถั่วเหลือง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเปิดตลาดกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่การนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงจาก EU คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและยกระดับอุตสาหกรรมภายในประเทศ

4) สาระสำคัญจากฝั่งสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรประบุว่า FTA อินเดีย–EU เป็นการเปิดตลาดทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดที่อินเดียเคยให้แก่คู่ค้า โดยคาดว่าผู้ส่งออก EU จะประหยัดค่าอากรศุลกากรได้สูงสุดถึงพันล้านยูโรต่อปี และมากกว่า 90% ของการส่งออกสินค้า EU ไปยังอินเดียจะได้รับการยกเลิกหรือปรับลดภาษี

อินเดียจะปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากระดับ 110% เหลือ 10% ภายใต้โควตา 250,000 คันต่อปี รวมถึงการลดภาษีเครื่องจักร เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ อากาศยาน และสินค้าอาหารหลายรายการ ข้อตกลงยังครอบคลุมการค้าดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา และ SMEs

นอกจากนี้ EU มีแผนสนับสนุนเงิน 500 ล้านยูโร ภายใน ปีเพื่อสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอินเดีย และอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงด้าน Geographical Indications (GIs)

 

5 กระบวนการขั้นถัดไป

แม้การเจรจา EU–India FTA จะได้ข้อสรุปในระดับนโยบายแล้ว แต่ในเชิงกระบวนการ ความตกลงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างขั้นตอนหลังการเจรจา (post-negotiation phase) ได้แก่ การตรวจถ้อยคำทางกฎหมาย การจัดทำภาคผนวก และการให้สัตยาบันตามกระบวนการภายในของทั้งอินเดียและสหภาพยุโรป ดังนั้น ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ถือว่ามีผลบังคับใช้ในทางกฎหมาย และรายละเอียดบางประการอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในขั้นตอนถัดไป โดยรัฐบาลอินเดียคาดว่าจะสามารถมีผลบังคับใช้ภายในปี พ.ศ. 2569 หรือปี 2570

 

6)  ข้อสังเกต /ประเด็นที่ต้องติดตาม

แม้กรอบของความตกลง EU–India FTA จะสะท้อนการเปิดตลาดในระดับสูง แต่ยังมีประเด็นที่จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ รายละเอียดของตารางการลดภาษีรายสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการปกป้องการนำเข้า และอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers) ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดผลกระทบเชิงปฏิบัติในระยะยาว

นอกจากนี้ หลังการประกาศสรุปผลการเจรจา ยังปรากฏการอภิปรายในบางภาคส่วนเกี่ยวกับความโปร่งใสของข้อความความตกลง ผลกระทบต่อการเข้าถึงยา และมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งอาจมีผลต่อขั้นตอนการให้สัตยาบันและการบังคับใช้ในอนาคต อาทิ ผู้ส่งออกเครื่องเทศของอินเดียคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเปิดตลาด EU ด้วยสิทธิภาษีศูนย์ แต่ยังมีความกังวลเรื่อง อุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers) โดยเฉพาะมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือ สมาคมพัฒนาเหล็กสแตนเลสของอินเดียยอมรับความสำคัญของ India–EU FTAในระดับพันธมิตรการค้า แต่เรียกร้องให้มี การคุ้มครองภาคอุตสาหกรรมในประเทศ เพิ่มเติม เพื่อรองรับการแข่งขันจากสินค้า EU เป็นต้น

สำหรับประเทศไทย ความตกลงการค้าเสรีอินเดีย–EU อาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยทั้งในเชิงความเสี่ยงและโอกาส โดยประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ การเบี่ยงเบนทางการค้า (trade diversion) ในตลาดยุโรป สินค้าอินเดียซึ่งได้รับสิทธิภาษีศูนย์ในวงกว้างอาจมีความสามารถแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น และแย่งส่วนแบ่งตลาดจากประเทศคู่ค้าอื่น รวมถึงไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง อัญมณี และอาหารทะเลแปรรูป ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยและอินเดียแข่งขันกันโดยตรงในตลาด EU

ขณะเดียวกัน การเปิดตลาดอินเดียให้กับสินค้า EU ในระดับสูง จะทำให้การแข่งขันในตลาดอินเดียรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และยานยนต์ ซึ่งอาจกระทบผู้ส่งออกไทยที่ทำตลาดอินเดียอยู่เดิม อย่างไรก็ดี FTA ฉบับนี้ยังเปิดโอกาสให้ไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ห่วงโซ่อุปทาน EU–India ผ่านการส่งออกชิ้นส่วน วัตถุดิบ และบริการสนับสนุนการผลิตแก่บริษัทยุโรปที่เข้ามาลงทุนหรือขยายฐานการผลิตในอินเดีย หากผู้ประกอบการไทยสามารถยกระดับมาตรฐานสินค้าและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อินเดียและสหภาพยุโรปได้อะไรจากข้อตกลงนี้

สหภาพยุโรปได้อะไรจากข้อตกลงนี้

อินเดียได้อะไรจากข้อตกลงนี้

-  49.6% ของรายการภาษีนำเข้า จาก EU จะเป็น ภาษีศูนย์ทันที

-  39.5% ของรายการภาษี จะทยอยลดภายใน       5, 7 และ 10 ปี

- สินค้าบางรายการจะอยู่ภายใต้ ระบบผสม (ลดภาษี + โควตา)

- ข้อตกลงอาจมีผลบังคับใช้ ปี 2026

  • ขึ้นกับการให้สัตยาบันของรัฐสภา EU
  • (อ้างคำกล่าวของ นายพิยุช โกยาล รัฐมนตรีพาณิชย์อินเดีย)

 

  • 90.7% ของการส่งออกอินเดีย จะเข้าสู่ตลาด EU ด้วยภาษีศูนย์

    • ครอบคลุมสิ่งทอ หนัง ชา กาแฟ อัญมณี ฯลฯ

  • 2.9% ของการส่งออก จะทยอยลดภาษีเหลือศูนย์ภายใน 3–5 ปี

    • รวมถึงสินค้าอาหารทะเลและอาหารแปรรูป

  • 6% ของสินค้า จะได้รับการลดภาษีบางส่วน 

    • เช่น สัตว์ปีกและเหล็ก

  • EU เปิดตลาด 144 จาก 155 สาขาย่อย

    • รวมบริการไอที บริการวิชาชีพ และบริการธุรกิจ

    • อินเดียเปิดเสรีใน 102 สาขา เช่น โทรคมนาคม การเงิน การเดินเรือ และสิ่งแวดล้อม

 

 

 

 

กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารของสหภาพยุโรปที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี อินเดีย–สหภาพยุโรป (EU–India FTA)

ประเภทสินค้า

ภาษีปัจจุบัน

อัตราภาษีในอนาคต

(ภายใต้ FTA)

ไวน์

150%

20% (กลุ่มพรีเมียม); 30% (ระดับกลาง)

สุรา (Spirits)

สูงสุด 150%

40%

เบียร์

110%

50%

น้ำมันมะกอก มาร์การีน และน้ำมันพืชอื่น ๆ

สูงสุด 45%

0%

กีวีและลูกแพร์

33%

10% (ภายใต้โควตา)

น้ำผลไม้และเบียร์ไร้แอลกอฮอล์

สูงสุด 55%

0%

อาหารแปรรูป (ขนมปัง เบเกอรี่ บิสกิต พาสต้า ช็อกโกแลต อาหารสัตว์เลี้ยง)

สูงสุด 50%

0%

เนื้อแกะ

33%

0%

ไส้กรอกและผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูปอื่น ๆ

สูงสุด 110%

50%

 

กลุ่มสินค้าอินเดียส่งออกไปยังสหภาพยุโรปที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี 

อินเดีย–สหภาพยุโรป (EU–India FTA)

ประเภทสินค้าส่งออกจากอินเดีย

ภาษีปัจจุบัน

อัตราภาษีในอนาคต

(ภายใต้ FTA)

สินค้าประมง

สูงสุด 26%

0%

เครื่องหนัง

สูงสุด 17%

0%

เคมีภัณฑ์

สูงสุด 12.8%

0%

สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

สูงสุด 12%

0%

ของตกแต่งบ้าน / เฟอร์นิเจอร์

สูงสุด 10.5%

0%

โลหะพื้นฐาน

สูงสุด 10%

0%

ของเล่นและอุปกรณ์กีฬา

สูงสุด 4.7%

0%

อัญมณีและเครื่องประดับ

สูงสุด 4%

0%

 

 

 

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.commerce.gov.in/wp-content/uploads/2026/01/Factsheet-on-India-EU-trade-deal-27.1.2026.pdf

https://economictimes.indiatimes.com/news/economy/foreign-trade/india-eu-fta-details-mother-of-trade-deals-eliminates-aircraft-tariffs-cuts-duties-on-alcohol-food-chemicals/articleshow/127604286.cms

https://policy.trade.ec.europa.eu/eu-trade-relationships-country-and-region/countries-and-regions/india_en

https://timesofindia.indiatimes.com/business/india-business/eu-turn-luxe-cars-spirits-to-cost-less-under-mother-of-all-deals/articleshow/127648969.cms

https://timesofindia.indiatimes.com/city/ahmedabad/spice-exporters-expect-better-access-to-eu-market-after-fta-deal/articleshow/127727497.cms

 

 

อินเดีย–EU ปิดดีล FTA หลังเจรจาเกือบ 20 ปี เขย่าโครงสร้างการค้าโลก.pdf
Share :
Instagram