fb
กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเตรียมออกมาตรฐานการนำเข้านมผงที่เข้มงวด

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเตรียมออกมาตรฐานการนำเข้านมผงที่เข้มงวด

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 22 สิงหาคม 2568 16:00
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
96

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเตรียมออกมาตรฐานการนำเข้านมผงที่เข้มงวด

image.png

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (Ministry of Industry and TradeMoIT) ระบุว่า จะออกมาตรฐานการนำเข้านมผงที่เข้มงวดมากขึ้น สินค้าที่มีอายุการเก็บรักษา (shelf life) อยู่ในขอบเขตที่กำหนดเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้นำเข้า และจะมีการตรวจสอบย้อนกลับไปจนถึงขั้นสุดท้าย เป้าหมายคือการสร้างตลาดที่เปิดกว้าง โปร่งใส และสนับสนุนการผลิตภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่มีการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment: FDI) หรือบริษัทในประเทศที่มีการผลิตในเวียดนาม

นาย เจือง แท็ง หว่าย (Truong Thanh Hoai) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ากล่าวว่า        การสร้างยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมนมในช่วงนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันด้านการรับรู้ เป้าหมาย และแนวทางแก้ไขสำหรับการพัฒนาในอนาคต โดยอุตสาหกรรมนมมีบทบาทสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับโภชนาการและสุขภาพของประชาชน แต่ปริมาณโคนมของเวียดนามยังคงอยู่ที่ประมาณ 330,000 ตัว มาหลายปีแล้ว ดังนั้นเพื่อทดแทนนมผงนำเข้าให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 70 ด้วยนมสดภายในประเทศ เวียดนามจะต้องการนมสดเพิ่มอีก 2,000 ล้านลิตร หรือเทียบเท่ากับโคนม 700,000–800,000 ตัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมนมภายในประเทศอีกอย่างมาก ซึ่งยอมรับว่าผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงบางชนิดที่มีสารอาหารเสริมพิเศษไม่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมของเวียดนามสูงเกินไป ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการผลิตนมผงภายในประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะมีมาตรการควบคุมนมผงนำเข้าอย่างเข้มงวด 

นาย เหงียน กวาง ตรี (Nguyen Quang Tri) ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท Vinamilk ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว โดยสนับสนุนนโยบายการส่งเสริมการผลิตวัตถุดิบภายในประเทศ โดยมองว่าเป็นแนวทางที่ "ถูกต้องอย่างยิ่ง" และมุ่งมั่นที่จะนำไปปฏิบัติ นอกจากนี้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงระบบเอกสารทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะขั้นตอนและข้อบังคับทางกฎหมาย เพื่อปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการผลิตนม สนับสนุนการส่งเสริมการค้า ช่วยเหลือผู้ประกอบการเวียดนาม ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจภายในประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ สร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการส่งออก โดยเฉพาะการขจัดอุปสรรคทางเทคนิค นอกจากนี้ เห็นได้ว่าจำเป็นต้องมีการหารือระหว่างหน่วยงานบริหารจัดการและผู้ประกอบการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า ตอบสนองความต้องการของตลาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศ

ตามร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมนมถึงปี 2573 และวิสัยทัศน์ถึงปี 2588 ปัจจัยสำคัญคือการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนม เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ในประเทศ และลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า ปัจจุบัน เวียดนามนำเข้านมผงประมาณ 200,000–300,000 ตันต่อปี (หรือเทียบเท่า 3,000 ล้านลิตรนมสด)

เป้าหมายเฉพาะภายในปี 2573 คือ การบริโภคนมและผลิตภัณฑ์นมโดยเฉลี่ยที่ประมาณ 40 ลิตรต่อคนต่อปี จากปัจจุบันที่ 16-18 ลิตรต่อคนต่อปี และนมสดภายในประเทศจะตอบสนองความต้องการประมาณร้อยละ 70 - 72 ของอุตสาหกรรมแปรรูปนมภายในประเทศ จากเดิมที่รองรับได้เพียงร้อยละ 40 ในปัจจุบัน 

ดร.เหงวียน ซวน เญือง (Nguyen Xuan Duong) ประธานสมาคมปศุสัตว์เวียดนามระบุว่า เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมนมของเวียดนามพัฒนาอย่างแข็งแกร่ง สามารถจัดการแหล่งวัตถุดิบได้ด้วยตนเองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จำเป็นต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น ควรวางผังเมืองใหม่สำหรับพื้นที่เลี้ยงโคนมในลักษณะการรวมฟาร์ม เชื่อมโยงกับแหล่งวัตถุดิบอาหารจากฟาร์มอินทรีย์ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง รับประกันแหล่งอาหารที่มั่นคง และควบคุมโรคระบาดได้ดียิ่งขึ้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนมจำเป็นต้องปรับปรุงระบบกฎหมายและนโยบายให้มีความเป็นเอกภาพ โปร่งใส ในเรื่องมาตรฐานคุณภาพและข้อกำหนดทางเทคนิค รวมถึงมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการผลิตและแปรรูปนมใช้วัตถุดิบนมสดจากภายในประเทศ นอกจากนี้ ต้องส่งเสริมการวิจัยและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการเลี้ยงโคนมและการแปรรูปนม ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่กับการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงโคนมและแพะนมของเกษตรกรมืออาชีพในสหกรณ์ ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม ที่จะช่วยให้เวียดนามสามารถพึ่งพาตนเองได้ ในขณะเดียวกัน จำเป็นต้องส่งเสริมการฝึกอบรมและยกระดับทักษะของช่างเทคนิคและผู้เลี้ยงสัตว์ด้วย และต้องเพิ่มการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแยกแยะประเภทผลิตภัณฑ์นมได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการตระหนักถึงคุณค่าของ   นมสดปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า การเลือกนมสดปลอดภัยไม่เพียงเป็นการเลือกเพื่อสุขภาพของตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการมีส่วนร่วมสร้างอุตสาหกรรมนมและการเกษตรของประเทศอีกด้วย

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

เวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางการเกษตรที่แข็งแกร่งและมีข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนม อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการผลิตยังอยู่ในระดับรายย่อย ไม่สามารถตอบสนองความต้องการภายในประเทศได้ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้านมผงเพื่อผลิตเป็นนมแปรรูป ในขณะที่เกษตรกรเวียดนามยังไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในห่วงโซ่มูลค่า ซึ่งสะท้อนผ่านสถิติการผลิตน้ำนมดิบที่มีอัตราการเติบโตลดลงต่อเนื่อง และสร้างความเสี่ยงต่อการบรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองในด้านวัตถุดิบภายในปี 2573

อุตสาหกรรมนมเวียดนามกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ การให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบฟาร์มอัจฉริยะ และการจัดการโภชนาการสัตว์ กำลังเปิดโอกาสให้เกิดการยกระดับการผลิตและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยมีตัวอย่างที่ชัดเจนจากการลงทุนของ TH Group ที่พัฒนาฟาร์มโคนมเทคโนโลยีสูงขนาดใหญ่จนติดอันดับโลก ซึ่งแสดงให้เห็นศักยภาพของเวียดนามในการดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่และสร้างแบรนด์นมระดับพรีเมียมในตลาด

ดังนั้น แนวทางเชิงกลยุทธ์ที่ควรให้ความสำคัญคือ การเร่งลงทุนในฟาร์มโคนมเทคโนโลยีสูงและระบบการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล การสร้างแบรนด์นมสดเวียดนามที่มีความแตกต่าง เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และโภชนาการ        การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักลงทุนเพื่อสร้างห่วงโซ่มูลค่าที่ครบวงจร รวมถึงการบริหารจัดการตลาดอย่างยืดหยุ่นเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการผลิตในประเทศกับการนำเข้า การดำเนินกลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยให้เวียดนามไม่เพียงตอบสนองความต้องการในประเทศ แต่ยังสามารถขยายสู่ตลาดภูมิภาค สร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของอุตสาหกรรมนมเวียดนาม

กระทรวงฯ เตรียมออกมาตรฐานการนำเข้านมผงที่เข้มงวด.pdf
Share :
Instagram