fb
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนมกราคม 2569

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนมกราคม 2569

โดย
Yin
ลงเมื่อ 05 กุมภาพันธ์ 2569 11:40
สคต. ณ กรุงย่างกุ้ง (เมียนมา) (TTC, Yangon (Myanmar))
8

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ประจำเดือนมกราคม 2569

***************************************

  1. ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 (ณ เดือน ธันวาคม 2568) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,939.324 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,467.514 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 105 โครงการ

1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล ต.. 68) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 67 ขยายตัวร้อยละ 1.1 อัตราเงินเฟ้อ ปี 67 อยู่ที่ร้อยละ 26.50 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 67 อยู่ที่ระดับ 1,179 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 68 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 2.7 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 คาดว่าร้อยละ 31 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 คาดว่า 1,100 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา

ตัวชี้วัดทาง

เศรษฐกิจที่สำคัญ

ปี 2561

ปี 2562

ปี 2563

ปี 2564

ปี 2565

ปี 2566

ปี 2567

 

ปี 2568

(คาดการณ์)

GDP Growth (%)

6.3

6.6

-9

-11.99

4.01

0.99

-1.1

-2.7

GDP (billions of US$)

66.7

68.8

81.26

68.05

61.77

64.51

64.28

65.01

GDP per Capita (US$)

1,270

1,300

1,530

1,271

1,146

1,190

1,179

1,100

Inflation (%)

7.3

9.1

2.2

9.60

28.00

25.48

26.50

31.00

ที่มา: IMF https://www.imf.org/en/Publications/WEO/Issues/2025/10/14/world-economic-outlook-october-2025

1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ ม.ค. 68 และ ม.ค. 69

ประเทศ/สหภาพ

สกุลเงิน

อัตราทางการ

สิ้นเดือน ม.ค. 68

อัตราทางการ

สิ้นเดือน ม.ค. 69

อัตราตลาดออนไลน์

สิ้นเดือน ม.ค. 69

อัตราตลาด

สิ้นเดือน ม.ค. 69

USA 

USD

2,100.00 MMK

2,100.0 MMK

3,649.00 MMK

3,925.00MMK

Euro

EUR

2,184.00 MMK

 2,463.30 MMK

4,283.30 MMK

4,665.00 MMK

Singapore 

SGD

1,550.04 MMK

1,641.46 MMK

2,854.57 MMK

3,080.00 MMK

Thailand

THB

62.49 MMK

67.39 MMK

117.20 MMK

126.58 MMK

                        ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrateMyanmar Market Price Application

1.3 ภาวะการลงทุน

1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ

ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือนธันวาคม 256คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 333.867 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

 

ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนธันวาคม 2568

อันดับ

ประเทศ

มูลค่าการลงทุน 

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

.. 68

สัดส่วน (%)

1

สิงคโปร์

144.142

43.17 %

2

จีน

97.023

29.06 %

3

ไทย

31.589

9.46 %

4

ฮ่องกง

47.291

14.16 %

5

เกาหลีใต้

8.144

2.44 %

6

ไต้หวัน

1.895

0.57 %

7

ญี่ปุ่น

0.500

0.15 %

 

รวม

333.867

100%

  https://www.dica.gov.mm

 

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026

image.png

https://www.dica.gov.mm

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 (ณ เดือนธันวาคม2568) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96,248.364 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.148 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12.47 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ

 

มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026

image.png

                                                                                                                https://www.dica.gov.mm 

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 (ณ เดือน ธันวาคม 2568) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74939.324 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,467.514 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.13 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 105 โครงการ

 

1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ

     ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2025 - 2026 ในเดือน ธันวาคม 2568 รายละเอียดดังตาราง 

อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมา

ปีงบประมาณ 2025-2026 (ธ.ค. 68)

อันดับ

ประเภทธุรกิจมูลค่า(ล้านเรียญสหรัฐ)ธ.ค. 68สัดส่วน

1

Manufacturing 

190.535

57.07%

2

Power 

35.303

10.57%

3

Services 

3.089

0.92%

4

Livestock&Fisheries

2.500

0.74%

5

Agriculture 

0.525

0.15%

 

รวม

333.867

100%

 https://www.dica.gov.mm

   
 สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026

image.png

                                                                         https://www.dica.gov.mm

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา 

การค้าระหว่างประเทศเมียนมา (ข้อมูล GTA)

1. เมียนมามีการค้ารวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านเหรียญ

2. เมียนมานำเข้าประมาณ 2.1-2.5 หมื่นล้านเหรียญ

3. เมียนมาส่งออกประมาณ 2.1-2.3 หมื่นล้านเหรียญ

อันดับของไทยกับการค้าเมียนมา

 1. ไทย เป็นคู่ค้า ลำดับ 2 ของเมียนมา (รองจากจีน)

 2. ไทย เป็นแหล่งนำเข้า ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 20% จีนประมาณ 50%

 3. ไทย เป็นตลาดส่งออก ลำดับ 2 ของเมียนมา

    (รองจากจีน) ไทยประมาณ 15% จีนประมาณ 40%

 

image.png

 

 

 

image.png

 

image.png

 

 

 

 

 

สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: .. – ต.ค. 68)

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.. – ต.ค. 68)

                                                                                                                      หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Export

Import

Trade Volume

2025

2024

%

2025

2024

%

2025

2024

%

Jan-Oct

Jan-Oct

change

Jan-Oct

Jan-Oct

change

Jan-Oct

Jan-Oct

change

17,487

17,767

-2%

18,109

17,354

4%

35,841

35,121

2%

GTA:GlobalTradeAtalas

ในเดือนมกราคม  ตุลาคม 2568 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 35,841 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 17ม487 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 2% การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 18,109 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4%

 ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม  ตุลาคม 2568 เมียนมาได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 703 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ  สินแร่ รองเท้า ยางพารา  ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น 

สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น

 

 สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: .. – ธ.ค. 68)

ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา

รายการ

มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อัตราขยายตัว (%)

สัดส่วน (%) / โลก

2567

ม.ค. – ธ.ค.

2568

ม.ค. – ธ.ค.

2567

ม.ค. – ธ.ค.

2568

ม.ค. – ธ.ค

2567

ม.ค. – ธ.ค

2568

ม.ค. – ธ.ค.

มูลค่าการค้า

7,181

7,355

-3.4

2.3

1.18

1.07

การส่งออกของไทย

4,181

4,431

-5 

5.6

1.4

1.3

 

การนำเข้าของไทย

3,000

 

2,924

-0.7

-2.5

1.0

 

0.8

 

ดุลการค้าของไทย

1,181

1,507

-17

22

 

 

       ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th) 

ปี 2568 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่างเดือนมกราคม - ธันวาคม มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,355   ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 4,181 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากการขอใบอนุญาตนำเข้าสินค้าของประเทศเมียนมาใช้เวลานาน สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทยมีมูลค่า 2,924 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 2.5 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,507 ล้านเหรียญสหรัฐ 

สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ เม็ดพลาสติก เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซิเมนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

image.png

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น  แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ  กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป    ถ่ายภาพยนตร์ เสื่อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

image.png

 

3. สถานการณ์สำคัญ 

3.1 ประกาศเรื่องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย ปี 2569

ประกาศและระเบียบเรื่องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย ปี 2569 โดยกระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย รวม 3 ฉบับ ได้แก่ 1. เรื่องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา (No Burning) คือ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/100994.pdf) 2. เรื่องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศ ASEAN โดยใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าจากอาเซียน (Form D) ประกอบการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศอาเซียน ขอลดภาษีนำเข้าของไทย (ภาษีนำเข้าไทย 0% ในช่วง 1 ก.พ. 69 - 30 มิ.ย. 69 ไม่จำกัดโควต้านำเข้า ในช่วงดังกล่าว)คือ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการนำเข้าข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN) สำหรับปี 2569 (https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/100995.pdf) และ 3. เรื่องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO ปี 2569 (1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69) มีโควต้า 1 ล้านตัน นำเข้าจากประเทศสมาชิก WTO (มีเงื่อนไขการนำเข้า) ขอลดภาษีนำเข้าของไทย (ภาษีนำเข้าไทย 20% โควต้านำเข้า 1 ล้านตัน ในปี 69) คือระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569 (https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/100856.pdf

ผลกระทบ/โอกาส ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมาเป็นสินค้าส่งออกศักยภาพเมียนมาและมีความสำคัญกับการนำเข้าของไทย  เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเรื่องความมั่นคงทางอาหาร การผลิตและธุรกิจอาหารของไทย โดยไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา อันดับ 1 (ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา 1.2-1.8 ล้านตัน 1.2-1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 90% ของการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย) และไทยก็เป็นตลาดส่งออก           ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อันดับ 1 ของเมียนมาเช่นกัน กล่าวได้ว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมาเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของไทยและ  เมียนมา โดยสมาคม MCIA หรือสมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา (MCIA : Myanmar Corn Industrial Association) ส่งเสริมการใช้งานระบบตรวจสอบย้อนกลับและออกใบรับรองว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมาปลอดการเผา รองรับกฎระเบียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาของไทย รวมทั้งสามารถใช้สิทธิประโยชน์ลด     ภาษีนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย ปี 69 จากกรอบอาเซียน (ASEAN) ช่วงเวลา 1 ก.พ. 69 – 30 มิ.ย. 69 (ไม่จำกัดโควต้านำเข้า) หรือกรอบ WTO ช่วงเวลา 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 (จำกัดโควต้านำเข้า 1 ล้านตัน และมีเงื่อนไขประกอบด้วย)

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งติดตามข้อมูลหรือเงื่อนไขการนำเข้าในรายละเอียดประกอบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยดังกล่าวต่อไป โดยขอให้ผู้ส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมาใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับและให้สมาคม MCIA ออกใบรับรองประกอบการส่งออก ส่วนผู้นำเข้าในไทยขอให้ขอใบรับรองการใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับจากผู้ส่งออกข้าวโพด    เลี้ยงสัตว์เมียนมา สร้างความเชื่อมั่นว่าเป็นข้าวโพดเลี้ยวสัตว์ปลอดการเผา ลดฝุ่น PM2.5 ช่วยส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม    ดีต่อสุขภาพ สอดคล้องกับข้อกำหนดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

 

3.2 ธนาคารกลางเมียนมาผ่อนคลายอัตราแลกเปลี่ยน Export Earning ช่วยให้เงินต่างประเทศเข้าระบบธนาคารเมียนมามากขึ้น

ธนาคารกลางเมียนมาผ่อนคลายอัตราแลกเปลี่ยน Export Earning ช่วยให้เงินต่างประเทศเข้าระบบธนาคารเมียนมามากขึ้น ประกาศธนาคารกลางเมียนมาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน โดยผ่อนคลายสัดส่วนรายได้ส่งออกจากเมียนมา (Export Earning) สัดส่วน Market Trading Rate : Reference Rate ปรับลดจาก 75 : 25 เป็น 85 : 15 มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 69

ผลกระทบ/โอกาส ประกาศธนาคารกลางเมียนมาผ่อนคลายกฎระเบียบดังกล่าวเป็น “สัญญาณที่ดี” สะท้อนว่าเมียนมาผ่อนคลายมาตรการด้านการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น ช่วยให้ “เงินต่างประเทศเข้าระบบธนาคารเมียนมามากขึ้น” เนื่องจาก Market Trading Rate แลก             เงินต่างประเทศเป็นเงินจ๊าต ได้มากกว่า Reference Rate เช่น Market Trading Rate แลกได้ 3,649 จ๊าต/USD ส่วน Reference Rate แลกได้ 2,100 จ๊าต/USD ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน Market Tranding Rate และ Reference Rate ของแต่ละสกุลเงินต่างประเทศ ได้ที่เว็บไซต์ธนาคารกลางเมียนมา (https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrate) กล่าวได้ว่าการผ่อนคลายกฎระเบียบสัดส่วนอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว   จะช่วยให้เมียนมามีสภาพคล่องเงินต่างประเทศในระบบธนาคารเมียนมามากขึ้น ส่งผลดีส่งผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศ การแลกเงินต่างประเทศในเมียนมา และการชำระเงินระหว่างประเทศของเมียนมากับประเทศต่างๆ รวมทั้งไทยต่อไป 

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปรับใช้ประโยชน์ ทั้งเรื่องการเลือกตั้งใน เมียนมา นโยบายมาตรการกฎระเบียบด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเมียนมา มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้นตามลำดับ เช่น การผ่อนคลายสัดส่วนอัตราแลกเปลี่ยนของ Export Earning ดังกล่าว และหวังว่าเมียนมาจะผ่อนคลายกฎระเบียบเรื่องต่างๆ มากขึ้น ให้เป็นกลไกตลาดมากขึ้นตามความเหมาะสมต่อไปในอนาคต

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

 

3.3 เมียนมาส่งเสริมการผลิตรถไฟฟ้า (รถ EV) ในเมียนมา

เมียนมาส่งเสริมการผลิตรถไฟฟ้าในเมียนมา (รถ EV : Electric Vehicle) โดยใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ (SKD : Semi Knocked Down) นำเข้าเพื่อประกอบผลิตรถ EV ในเมียนมา ซึ่งบริษัท Chang'an แบรนด์ Deepal รุ่น S07 คาดว่าจะประกอบรถยนต์ EV ในเมียนมา     แบรนด์ดังกล่าว ในเมียนมาปีละ 10,000 คัน

ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (รถ EV) ในเมียนมา เป็น “ทิศทางธุรกิจในเมียนมา” สะท้อนว่าเมียนมาส่งเสริมธุรกิจดังกล่าว เพื่อลดการใช้รถยนต์แบบดั้งเดิมที่พึ่งพาพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ นอกจากรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว เมียนมาส่งเสริมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาด เช่น Solar Cell อีกด้วย

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปรับใช้ประโยชน์ ทั้งเรื่องการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า Solar Cell ธุรกิจพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทิศทางนโยบายที่เมียนมาให้ความสำคัญ โดยหากธุรกิจไทยมีศักยภาพในธุรกิจดังกล่าวและสามารถเกาะเกี่ยวกับทิศทางข้างต้นได้ ก็จะเป็นโอกาสที่ดียิ่ง อย่างไรก็ตาม นอกจากมุมมองเรื่องทิศทางนโยบายและโอกาสตลาดแล้ว ขอให้พิจารณาเรื่องการแข่งขันในตลาดด้วย เพราะธุรกิจดังกล่าว มีการแข่งขันจากประเทศต่างๆ ซึ่งธุรกิจไทยสามารถใช้ศักยภาพและวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมรองรับการแข่งขันหรือสร้างความร่วมมือและหาพันธมิตรธุรกิจ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเป็นทางเลือกในตลาดเมียนมา

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

 

3.4 บรรยากาศการเลือกตั้งของเมียนมา รอบ 3 รอบสุดท้าย วันที่ 25 ม.ค. 69

การเลือกตั้งของเมียนมารอบ 3 (รอบสุดท้าย) วันที่ 25 ม.ค. 69 จำนวน 61 เมือง ภาพรวมสามารถจัดการเลือกตั้งได้เรียบร้อย ส่วนการเลือกตั้ง รอบแรก จำนวน 102 เมือง เมื่อ 28 ธ.ค. 68 และรอบที่ 2 จำนวน 100 เมือง เมื่อ 11 ม.ค. 69 ซึ่งหากนับรวมการเลือกตั้งเมียนมาทั้ง 3 ครั้ง รวมจำนวน 263 เมืองจากทั้งหมด 330 เมือง คิดเป็นประมาณร้อยละ 80 ของจำนวนเมืองเมียนมาทั้งหมด

ผลกระทบ/โอกาส การเลือกตั้งในเมียนมาที่เกิดขึ้นเป็น“สัญญาณที่ดี” ต่อประเทศเมียนมา ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ความสัมพันธ์และการยอมรับกับประเทศต่างๆ ที่ดีมากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน รวมทั้งการยอมรับจากคนเมียนมาและประเทศต่างๆ ด้วย โดยหวังว่าการเลือกตั้งเมียนมาจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญช่วยให้เมียนมาเปลี่ยนผ่านทางการเมืองสู่ระบอบประชาธิปไตยและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพในเมียนมา รวมทั้ง หวังว่าหลังจากเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว เมียนมาจะมีการปรับนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ผ่อนคลายมากขึ้น ให้เป็นกลไกตลาดมากขึ้นตามลำดับหรือตามความเหมาะสมต่อไป โดยคาดว่าเมียนมาจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายใน เดือน มี.ค. 69 หรือช่วงเวลาใกล้เคียง 

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และผลการเลือกตั้งเมียนมา รวมทั้งเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพ และได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า    การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ สำหรับผลการเลือกตั้งและจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอยู่ระหว่างประมวลผล รวมทั้ง 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรก มีผู้มาใช้สิทธิเกินร้อยละ 50 และมีพรรค USDP (Union Solidarity and Development Party) ได้คะแนนนำ จึงคาดว่าพรรค USDP จะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเมียนมาต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

 

                                                             

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง

                                                                     
  กุมภาพันธ์ 2569

 

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา เดือน ม.ค. 69.pdf
Share :
Instagram