fb
ไทยจับมือเกาหลีใต้ปราบปรามอาชญกรรมไซเบอร์ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไทยจับมือเกาหลีใต้ปราบปรามอาชญกรรมไซเบอร์ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

โดย
Sangmin
ลงเมื่อ 05 พฤศจิกายน 2568 15:00
สคต. ณ กรุงโซล (สาธารณรัฐเกาหลี) (TTC, Seoul (Republic of Korea))
107

          ประเทศไทยเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางการค้าหลักของเกาหลีใต้มาอย่างยาวนาน โดยมีความสัมพันธ์ทาง เศรษฐกิจที่มั่นคงตั้งแต่ที่ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้ (ASEANKorea Free Trade Agreement: AKFTA) มีผลบังคับใช้ในปี 2553 ซึ่งในขณะนี้ไทยกำลังพยายามผลักดันความสัมพันธ์ให้ก้าวไปอีกขั้นผ่านการบรรลุ ข้อตกลงการค้าทวิภาคีที่สามารถกลายเป็นเสาหลักใหม่ของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

          นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยหวังที่จะเร่งรัดการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ทีครอบคลุม (CEPA) ไทย-เกาหลีใต้ โดยระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยให้ทั้งสองประเทศบรรลุการเติบโตอย่างยั่งยืน ในภาคอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง

          "เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าที่เราตั้งไว้ที่ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เราควรทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริม การลงทุน เร่งรัดการเจรจา CEPA ไทย-เกาหลีใต้ และสำรวจภาคส่วนอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เช่น สังคม คาร์บอนต่ำ พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสร้างสรรค์" นายอนุทิน กล่าวในการสัมภาษณ์พิเศษกับ The Korea Herald

          จากข้อมูลของกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ แม้ว่าการค้าทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศจะลดลงร้อยละ 9.4 จากปีที่ผ่านมา แต่การค้าระหว่างทั้งสองประเทศยังคงมีมูลค่ารวมประมาณ 1.49 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2566 ซึ่งทำให้เกาหลีใต้เป็นพันธมิตรทางการค้าลำดับที่ 12 ของไทย และคิดเป็นร้อยละ 2.6 ของการค้ารวมของไทย โดยดุลการค้าของเกาหลีใต้เกินดุลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ AKFTA มีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในปี 2553 เป็นต้นมา

          การเจรจาข้อตกลงการค้าทวิภาคีเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2547 แต่ถูกระงับมานานเนื่องจากความแตกต่างในลำดับ ความสำคัญของการเข้าถึงตลาด และการทับซ้อนกับกรอบการค้าแบบพหุภาคี เช่น ข้อตกลงเขตการค้าเสรีเกาหลีใต้-อาเซียน (AKFTA) และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกรอบภูมิภาค (RCEP) อย่างไรก็ตาม การเจรจาเริ่มมีความคืบ หน้ามากขึ้นในช่วงหลัง เนื่องจากไทยพยายามกระจายห่วงโซ่อุปทานและดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงมากขึ้น

          ในการประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจของเอเปคประจำปี 2568  ณ เมืองคยองจู นายกรัฐมนตรีอนุทิน และประธานาธิบดีอี แจมยอง ได้ตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในด้านต่างๆ เช่น การป้องกันประเทศ และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองประเทศ โดยประธานาธิบดีอี แจมยอง ได้สนับสนุนให้นายกฯ เปิดโอกาสให้บริษัทเกาหลีใต้ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน ได้มีเข้าร่วมในโครงการด้านการป้องกันประเทศของไทย นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นที่จะกระตุ้นประเทศ ของตนเพื่อเร่งรัดการเจรจาการค้า CEPA ระหว่างไทยและเกาหลีใต้

          นายกรัฐมนตรียังได้ระบุว่า ในขณะที่เศรษฐกิจในภูมิภาคกำลังก้าวไปสู่การเชื่อมโยงทางดิจิทัล ความก้าว หน้าในด้านเศรษฐกิจต้องเดินเคียงคู่กับความปลอดภัยทางดิจิทัล ซึ่งเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การปราบปรามและการส่งตัวพลเมืองเกาหลีใต้กลับจากศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชา ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีแผนการ หลอกลวงการหางานทำที่นำไปสู่การคุมขัง การค้ามนุษย์ รวมถึงการทารุณกรรม ซึ่งได้สร้างความกังวลไปทั่วทั้ง ภูมิภาค และเผยให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ข้ามพรมแดน

          นายกรัฐมนตรี ยังเน้นย้ำความสำคัญของความปลอดภัยทางดิจิทัลควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ระหว่างเข้าร่วมการประชุม APEC ที่ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมเผยว่า ไทยมุ่งเสริมความร่วมมือกับเกาหลีใต้ในการ ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้

          ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประทศไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญา กรรมทางเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ และเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม นานาชาติว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะเดียวกันยังได้ร่วมมือกับกัมพูชา พม่า และจีน เพื่อปราบปรามการ หลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และส่งตัวผู้เสียหายจากศูนย์หลอกลวงข้ามพรมแดนกลับประเทศ

          นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยยังทำงานร่วมกับสหประชาชาติและอาเซียน โดยเฉพาะในฐานะประธานกลุ่ม ทำงานอาเซียนด้านการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างการดำเนินการร่วมกันในภูมิภาค พร้อมผลักดัน เศรษฐกิจไทยให้เติบโตบนพื้นฐานของ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียว ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด ภายใต้โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

          นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังระบุว่า ไทยและเกาหลีใต้มีศักยภาพสูงในการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน ระดับภูมิภาคและโลก ขณะเดียวกันไทยยังคงมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทาง BCG เพื่อส่งเสริมการเติบโต ที่ยั่งยืนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ที่มา : The Korea Herald ฉบับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568

บทวิเคราะห์

          ไทยมีเป้าหมายผลักดัน CEPA ไทย–เกาหลีใต้ เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานสะอาด นอกจาก CEPA ไทย–เกาหลีใต้ มีแนวโน้มจะเป็นแรงผลักสำคัญในการขยายการส่งออกของไทย แล้วการลดอุปสรรคทางการค้าและการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรภายใต้ข้อตกลง จะเพิ่มความคล่องตัวของห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองประเทศ

          การเปิดเสรีทางการค้าภายใต้ CEPA ไทย–เกาหลีใต้ จะเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้อง เร่งยกระดับคุณภาพสินค้า ลงทุนในนวัตกรรมดิจิทัล และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับเกาหลีใต้ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืน และมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกเทคโนโลยีใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

***************************************

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล

ข่าวเด่นประจำเดือน พ.ย. 68 ฉบับที่ 1.pdf
Share :
Instagram