
อุตสาหกรรมคอนเทนต์ของจีนกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทต่อการผลิตสื่อในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “ละครสั้นแอนิเมชัน AI” ซึ่งเป็นการนำลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา (IP Reserves) จากนวนิยายออนไลน์หรือการ์ตูนมาผลิตเป็นวิดีโอแอนิเมชันโดยใช้ AI ช่วยสร้างภาพและเสียง ส่งผลให้กระบวนการผลิตเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมที่เน้นความรวดเร็วและลดต้นทุน
จำนวนการ์ตูนออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Douyin (TikTok จีน) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างก้าวระโดดในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 โดยเพิ่มขึ้นจาก 343 รายการต่อเดือนในช่วงต้นปี เป็นสูงสุด 6567 รายการในเดือนกันยายน 2568 ทั้งนี้ จากผลสำรวจของ iiMedia Research ระบุว่า ผู้รับชมชาวจีนกว่าร้อยละ 80 จ่ายเงินเพื่อรับชมละครสั้นแอนิเมชัน AI โดยรูปแบบการจ่ายเงินที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ “การจ่ายเพื่อดูตอนต่อไปล่วงหน้า” และการปลดล็อกเนื้อหา (Pay-per-episode) ซึ่งมีสัดส่วนเกินกว่าครึ่งของผู้ใช้งานทั้งหมด นอกจากนี้ การจ่ายเงินไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่หน้าจอเท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังมีความต้องการซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับตัวละครในละครสั้นสูงมาก โดยเฉพาะสินค้าประเภทของสะสม ของที่ระลึก และของใช้ทั่วไป

ละครสั้นแอนิเมชัน AI หรือที่เรียกในเชิงอุตสาหกรรมว่า “Micro Short Animation Drama” คือ รูปแบบสื่อดิจิทัลที่ผสมผสานภาพ เสียง และองค์ประกอบกราฟิกต่าง ๆ อาทิ การ์ตูน ข้อความออนไลน์ ชุดอิโมติคอน และสื่อภาพเคลื่อนไหว เข้าด้วยกันในลักษณะของวิดีโอสั้นๆ โดยมีโครงเรื่องที่สมบูรณ์ในตัวที่เกิดจากการนำเนื้อหาประเภทตัวหนังสือมาทำเป็นภาพเคลื่อนไหว เช่น นวนิยายออนไลน์
ข้อมูลจาก iiMedia Research แสดงให้เห็นว่า ตลาดวรรณกรรมออนไลน์ของจีนกำลังเติบโตอย่างมหาศาล โดยในปี 2568 มูลค่าตลาดสูงถึง 59,460 ล้านหยวน (ประมาณ 273,500 ล้านบาท) และคาดการณ์ว่าในปี 2573 มูลค่าตลาดจะพุ่งสูงถึง 1,213,000 ล้านหยวน (ประมาณ 5.58 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะผลักดันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับวรรณกรรมออนไลน์ของจีนโดยรวมให้สูงกว่า 7 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 32 ล้านล้านบาท) การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของนิยายออนไลน์เปรียบเสมือน “คลังทรัพย์สินทางปัญญา” ที่จะถูกส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมแอนิเมชันและนำมาผสานกับเทคโนโลยี AI ที่มาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความรวดเร็วในการผลิต นิยายออนไลน์เหล่านี้จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ละครสั้นแอนิเมชัน AI มีเนื้อหาที่หลากหลายและแปลกใหม่มากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมละครการ์ตูนสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ด้วยการนำนิยายยอดฮิตมาดัดแปลงเป็นละครสั้นแอนิเมชัน AI
ตลาดละครสั้นแอนิเมชันของจีน มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีมูลค่าตลาดสูงถึง 18,980 ล้านหยวน (ประมาณ 87,300 ล้านบาท) เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 276.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดการณ์ว่าจะพุ่งทะยานเกิน 85,000 ล้านหยวน (ประมาณ 391,000 ล้านบาท) ภายในปี 2573 การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Douyin, Kuaishou และ Tencent ที่ต่างออกนโยบายสนับสนุนคอนเทนต์ละครสั้นแอนิเมชัน AI โดยช่องทางหลักที่ผู้บริโภครู้จักและเข้าถึงละครสั้นการ์ตูนมากที่สุด คือ หน้าแนะนำของแพลตฟอร์มบนโซเชียลมีเดียต่างๆ และการแนะนำผ่านแอปพลิเคชันการ์ตูน
จากการสำรวจพฤติกรรมการรับชมละครสั้นแอนิเมชัน AI พบว่ามีการขยายวงกว้างมากขึ้น กลุ่มตัวอย่างมากกว่าร้อยละ 90 เคยรับชมละครสั้นแอนิเมชันที่สร้างโดย AI มาก่อน โดยร้อยละ 57.4 มีการรับชมอยู่บ่อยครั้ง ผู้บริโภคร้อยละ 72.8 นิยมรับชมเนื้อหาผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือเป็นหลัก โดยมีความยาวต่อตอนอยู่ในช่วง 6–10 นาที มากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อแบบเร่งรัด (Short-form Content) และการใช้เวลาว่างในช่วงสั้น ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาถึงความต้องการเชิงคุณภาพของผู้บริโภค พบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับตัวละครและความเป็นมาของตัวละครเป็นอันดับแรก รองลงมาคือด้านเนื้อหาและการพัฒนาแนวเรื่องใหม่ ๆ อย่างไรก็ดี แม้การเข้าถึงจะดูเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้บริโภคร้อยละ 65.6 แสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นด้านลิขสิทธิ์และความเป็นต้นฉบับของผลงานนั้น ๆ โดยพบว่าเมื่อผู้ชมทราบอย่างชัดเจนว่าผลงานชิ้นนั้นผลิตโดย AI จะส่งผลให้ความต้องการรับชมลดลงร้อยละ 46.6 โดยปัญหาความไม่พอใจของการรับชม คือ เนื้อเรื่องไม่สมเหตุสมผล การดำเนินเรื่องขาดความต่อเนื่อง หรือความลื่นไหลของภาพและเสียงพากย์ที่สร้างโดย AI ยังขาดการถ่ายทอดถึงอารมณ์ความรู้สึก ทั้งนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความเข้าใจตรงกันว่า AI มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งควรเร่งนำลิขสิทธิ์ทางปัญญามาดัดแปลงเป็นผลงานให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น
อุตสาหกรรมละครสั้นแอนิเมชัน AI ของจีนกำลังเปลี่ยนจากการเน้นจำนวนผู้ชมไปสู่การเน้นคุณภาพ ผู้ชมเริ่มขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดมุ่งพัฒนาเนื้อหาและการต้องการต่อยอดการเพิ่มมูลค่าให้ลิขสิทธิ์ทางปัญญาซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเข็มทิศสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมแอนิเมชัน AI ของจีนในอนาคต

ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว
อุตสาหกรรมแอนิเมชันจีนถือว่ากำลังมาแรง แม้ว่าปัจจุบัยยังไม่ใช่อันดับหนึ่งของโลก แต่มีพัฒนาการที่ก้าวหน้า มีกำลังหนุนหลักจากตลาดบริโภคในประเทศ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนในการส่งเสริมแอนิเมชั่นเป็นพื้นฐานสำคัญของอัตลักษณ์ชาติและการพัฒนาวัฒนธรรมจีนเป็นซอฟท์พาวเวอร์ ปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาระบบนิเวศของแอนิเมชันจีน ทั้งผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมจำนวนมาก เทคโนโลยีการสร้างด้วย AI และช่องทางการเผยแพร่ผลงานที่มีหลากหลาย ส่งให้มีผู้สร้างรายย่อยหน้าใหม่เกิดขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมแอนิเมชันของจีนพัฒนาไปหลายระดับ และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลไปยังอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องต่าง ๆ เช่น สินค้า IP เป็นต้น
ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักระดับโลก ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ความเชื่อ วิถีชีวิต ตำนานพื้นบ้าน และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งล้วนเป็นทรัพยากรเชิงเนื้อหาที่มีศักยภาพสูงในการนำมาพัฒนาเป็นผลงานสร้างสรรค์และสามารถนำวัฒนธรรมมาสอดแทรกเป็นเนื้อหาในรูปแบบแอนิเมชัน AI นอกจากนี้ ไทยยังมีวรรณกรรมและนวนิยายที่มีความหลากหลายของแนวเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นแนวโรแมนติก แฟนตาซี สืบสวนสอบสวน สยองขวัญ แนวย้อนยุค ไปจนถึงนวนิยายวาย (Y/BL) ซึ่งเป็นแนวที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในจีน ผู้ประกอบการสามารถนำมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรมสื่อรูปแบบ ละครสั้นแอนิเมชัน AI โดยการนำบทเรียนจากจีนมาปรับใช้ หรือการเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินทางปัญญา และขยายช่องทางรายได้จากลิขสิทธิ์คอนเทนต์เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจปรากฏการณ์ในโลกออนไลน์
ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/108457.html