
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงเตหะราน ได้เข้าพบสหภาพ ผู้นำเข้าธัญพืชอาหารสัตว์แห่งอิหร่าน เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือทางการค้า และผลักดันการขยายตลาดมันสำปะหลังไทยในอิหร่าน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนธัญพืชอาหารสัตว์ที่อิหร่านนำเข้าในปัจจุบัน
สหภาพผู้นำเข้าธัญพืชอาหารสัตว์แห่งอิหร่านก่อตั้งเมื่อปี 2558 มีสมาชิกจำนวน 130 ราย โดยอิหร่านมีการพึ่งพาการนำเข้าธัญพืชอาหารสัตว์ในสัดส่วนสูง ได้แก่ ข้าวโพดจากบราซิลประมาณ 10 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 98 ของปริมาณการบริโภค ข้าวบาร์เลย์จากยูเครนและรัสเซียประมาณ 2.5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 50ของปริมาณการบริโภค และถั่วเหลืองจากยูเครนและรัสเซียประมาณ 3 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 90 ของปริมาณการบริโภค
สคต. ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังสำหรับเป็นอาหารสัตว์ (สัตว์ปีกและสัตว์สี่ขา) ซึ่ง สหภาพผู้นำเข้าธัญพืชอาหารสัตว์แห่งอิหร่าน ระบุว่าเป็นสินค้าที่มีศักยภาพและน่าสนใจ พร้อมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในหลายประเด็น เช่น ศักยภาพในการทดแทนธัญพืชเดิม ราคา ปริมาณและศักยภาพการส่งออก วิธีการขนส่ง ตลอดจนข้อมูลการผลิต การใช้ภายในประเทศ และการส่งออกของไทย ทั้งนี้ สหภาพผู้นำเข้าธัญพืชอาหารสัตว์แห่งอิหร่าน เตรียมรวบรวมข้อซักถามส่งให้ฝ่ายไทย เพื่อนำข้อมูลไปเผยแพร่ให้สมาชิกศึกษา และจะมีการนัดหมายประชุม 2 ฝ่าย ไทย – อิหร่าน นอกจากนี้ หากเห็นว่ามีความคุ้มค่า อาจส่งคณะไปเจรจาการค้าในไทย หรือเชิญผู้ส่งออกไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารสัตว์ในอิหร่านต่อไป
ทั้งนี้ เนื่องจากมันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ยังใหม่สำหรับผู้ประกอบการอิหร่าน สหภาพฯ จึงมีความจำเป็นต้องได้รับข้อมูลเชิงลึกและมีความครบถ้วนเพียงพอ เพื่อใช้ประกอบการนำเสนอให้สมาชิกพิจารณา โดยประเทศไทยมีระยะทางใกล้กว่าแหล่งนำเข้าหลักในปัจจุบัน เช่น บราซิล ซึ่งมีศักยภาพช่วยลดต้นทุนการนำเข้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
สคต. เตหะราน จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยเพื่อจัดเตรียมและรวบรวมข้อมูลตามที่สหภาพฯ สอบถามต่อไป ทั้งนี้ สคต. เตหะราน มีความมุ่งมั่นที่จะขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย รวมทั้งข้าว และสินค้าอื่นๆ เฃ่น ฮาลาล ในตลาดอิหร่าน