fb
เช็กผลักดันกฎระเบียบบรรจุภัณฑ์ใหม่เปิดโอกาสสินค้าไทยกลุ่มสินค้ารักษ์โลก

เช็กผลักดันกฎระเบียบบรรจุภัณฑ์ใหม่เปิดโอกาสสินค้าไทยกลุ่มสินค้ารักษ์โลก

โดย
Napatchol
ลงเมื่อ 17 สิงหาคม 2569 11:30
สคต. ณ กรุงปราก (สาธารณรัฐเช็ก) (TTC, Prague (Czech Republic))
3

กฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป (Packaging and Packaging Waste Regulation - PPWR) หรือ Regulation (EU) 2025/40 มีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ซ้ำ (reusable packaging) และเพิ่มความสามารถในการรีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์ทั่วสหภาพยุโรป โดยกฎระเบียบดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2026 ซึ่งกฎระเบียบนี้กำลังจะเปลี่ยนการซื้ออาหารและเครื่องดื่มกลับบ้านในสาธารณรัฐเช็ก หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การกำหนดให้ธุรกิจในภาค HORECA ซึ่งรวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ต้องจัดให้มีระบบที่ผู้บริโภคสามารถนำภาชนะของตนเองมาใช้สำหรับอาหารและเครื่องดื่มแบบซื้อกลับบ้านได้ โดยร้านค้าจะต้องมีระบบรองรับการนำภาชนะส่วนตัวมาใช้ภายในปี 2027 นอกจากนี้ หากลูกค้านำภาชนะของตนเองมา ร้านจะต้องจำหน่ายสินค้าในราคาไม่สูงกว่า ราคาของสินค้าชนิดเดียวกันที่จำหน่ายพร้อมบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว และต้องไม่มีเงื่อนไขที่เสียเปรียบกว่าการซื้อแบบใช้บรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียว กฎใหม่ไม่ได้มุ่งเพียงให้ผู้บริโภคนำภาชนะมาเองเท่านั้น แต่ยังผลักดันให้ร้านค้าเสนอบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยร้านค้าที่มีบริการ takeaway จะต้องเสนอทางเลือกในการใช้บรรจุภัณฑ์แบบ reusable ภายในปี 2028 ทั้งนี้ กฎระเบียบ PPWR ไม่ได้เป็นเพียงกฎหมายเกี่ยวกับการนำแก้วกลับมาใช้ซ้ำ แต่เป็นการปรับระบบบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรปครั้งใหญ่ มีการจำกัดสารเคมีอันตรายในบรรจุภัณฑ์ โดยเพิ่มการควบคุมและสั่งห้ามใช้สาร PFAS (per- and polyfluoroalkyl substances) ซึ่งเป็นกลุ่มสารที่มีความคงทนในสิ่งแวดล้อมสูงในบรรจุภัณฑ์ที่ต้องสัมผัสกับอาหาร นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2030 บรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งและ e-Commerce จะเผชิญกับข้อจำกัดเกี่ยวกับสัดส่วนพื้นที่ว่าง (Empty Space Limit) สำหรับบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งและ e-Commerce รวมไปถึงวัสดุกันกระแทก (กระดาษ โฟม พลาสติกกันกระแทก) เพื่อลดการใช้กล่องที่ใหญ่เกินจำเป็น รวมถึงห้ามโรงแรมใช้ขวดพลาสติกขนาดเล็กบรรจุของใช้ในห้องน้ำ เช่น ยาสระผม เจลอาบน้ำ และโลชั่น เป็นต้น แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต/ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ขายมากกว่า 400 ตารางเมตร ต้องแบ่งพื้นที่อย่างน้อยร้อยละ 10 จัดเป็นจุดเติมสินค้า (Refill Option) สำหรับสินค้าของใช้ในบ้านและของแห้งเพิ่มเติม

ข้อคิดเห็น/เสนอแนะของ สคต.   

กฎระเบียบ PPWR ไม่ใช่แค่เรื่องของความสมัครใจอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย ซึ่งครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ร้านค้าปลีก ธุรกิจบริการอาหาร ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastics) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการสินค้าประเภทแก้วพกพา (Travel Mugs) กล่องใส่อาหารรักษ์โลก (Eco-friendly Lunch Boxes) และวัสดุที่ปลอดสาร PFAS จะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบผู้ส่งออกอย่างแน่นอน สินค้าใดๆ ที่ส่งไปขายในสหภาพยุโรป หากใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีพื้นที่ว่างเกินกำหนด มีส่วนผสมของสาร PFAS หรือไม่สามารถนำเข้าระบบรีไซเคิลของสหภาพยุโรปได้ จะเผชิญกับมาตรการภาษี/ค่าปรับ หรือถูกปฏิเสธนำเข้า ดังนั้น ผู้ส่งออกสินค้าทุกประเภท ต้องออกแบบบรรจุภัณฑ์ขนส่งให้พอดีกับตัวสินค้า หลีกเลี่ยงการใช้กล่องใหญ่เกินไปแล้วอัดพลาสติกกันกระแทก เพื่อให้สอดคล้องกับกฎ Empty Space Limit ปี 2030 นอกจากนี้ ต้องติดตามข้อกำหนดเรื่องสัญลักษณ์การรีไซเคิลตัวใหม่ของสหภาพยุโรปอย่างใกล้ชิด เพื่อพิมพ์ฉลากสินค้าให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสี่ยงในการถูกกักสินค้าที่ด่านศุลกากรยุโรป แต่ย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือและใช้โอกาสนี้ในการสร้างข้อได้เปรียบทางการค้า ผู้ส่งออกไทยควรเร่งผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่ม Reusable Container อาทิ แก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ กล่องใส่อาหารพกพา (Bento boxes/Lunch boxes) ที่มีดีไซน์สวยงาม น้ำหนักเบา ทนทาน ล้างง่าย และปลอดภัยต่ออาหาร (Food-grade/BPA Free) เพื่อรองรับตลาดกระแสหลักในสาธารณรัฐเช็กและสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จากวัสดุชีวภาพ (Bio-based & PFAS-Free Packaging) ต้องเร่งรับรองมาตรฐานว่าบรรจุภัณฑ์ปราศจากสาร PFAS 100% และสามารถย่อยสลายหรือรีไซเคิลได้ตามเกณฑ์ของสหภาพยุโรป เพื่อทดแทนกล่องพลาสติกแบบเดิม รวมถึงผู้ส่งออกสินค้าของใช้ในโรงแรม (Hotel Amenities) ที่ผลิตขวดพลาสติกสบู่ ยาสระผมขนาดเล็กส่งออกยุโรป ต้องรีบเปลี่ยนไลน์การผลิตไปสู่ผลิตภัณฑ์สบู่เหลว/แชมพูแบบหัวกดขนาดใหญ่ (Dispenser) หรือเปลี่ยนรูปแบบเป็นสบู่ก้อน/แชมพูก้อน (Solid Amenities) เพื่อตอบรับการยกเลิกการใช้พลาสติกขวดเล็กในโรงแรมในอนาคต

ข่าว 15-31 ส.ค. 69.pdf
Share :
Instagram