
ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกาที่ทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลแคนาดาได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือทางการเงินมูลค่า 1.5 พันล้านเหรียญแคนาดา (ประมาณ 3.6 แสนล้านบาท) เพื่อบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก อลูมิเนียม และทองแดง ซึ่งถือเป็นภาคการผลิตสำคัญของเศรษฐกิจแคนาดา
มาตรการดังกล่าวประกอบด้วยโครงการสินเชื่อวงเงิน 1 พันล้านเหรียญแคนาดา ผ่านธนาคารพัฒนาธุรกิจแห่งแคนาดา (Business Development Bank of Canada :BDC) สำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตหรือส่งออกสินค้าที่มีส่วนประกอบของโลหะเหล่านี้ โดยรัฐบาลเสนอเงินกู้ระยะเวลา 3 ปี วงเงินตั้งแต่ 2 ล้านถึง 50 ล้านเหรียญแคนาดา ปลอดดอกเบี้ยในปีแรก และคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำในปีที่สองและสาม นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณอีก 500 ล้านเหรียญแคนาดา ผ่านโครงการ Regional Tariff Response Initiative เพื่อช่วยเหลือธุรกิจทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า
สาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ มาจากการที่สหรัฐฯ ปรับขึ้นนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าประเภท “derivative goods” เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเรียกเก็บภาษีร้อยละ 25 จากมูลค่ารวมทั้งหมดของสินค้าที่มีส่วนประกอบของเหล็ก อลูมิเนียม และทองแดง ครอบคลุมสินค้าหลายร้อยรายการ ตั้งแต่อุปกรณ์อุตสาหกรรมไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เทียบกับก่อนหน้านี้ที่สหรัฐฯ เก็บภาษีเฉพาะมูลค่าของโลหะที่อยู่ภายในสินค้าเท่านั้น ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ผลิตแคนาดาเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม เครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภท
นาง Mélanie Joly รัฐมนตรีอุตสาหกรรมแคนาดาระบุว่ามาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาสภาพคล่องของภาคธุรกิจ ป้องกันการเลิกจ้าง และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงสูง อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าการช่วยเหลือทางการเงินเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากปัญหาภาษีจากสหรัฐฯ ยังคงยืดเยื้อ
ฝ่ายค้านและภาคอุตสาหกรรมบางส่วนวิจารณ์ว่า รัฐบาลยังไม่สามารถเจรจาเพื่อลดหรือยกเลิกภาษีกับสหรัฐฯ ได้ อีกทั้งมาตรการช่วยเหลือยังไม่ครอบคลุมบางอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ภาคป่าไม้และไม้แปรรูป ซึ่งกำลังเผชิญภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เช่นกัน ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยกังวลว่าเงินช่วยเหลือส่วนใหญ่จะตกอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ มากกว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ความคิดเห็น สคต.
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดมีความเปราะบางจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคที่หลายประเทศหันมาใช้นโยบายปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศมากขึ้น
สำหรับแคนาดา ความท้าทายในระยะต่อไปไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือภาคธุรกิจในระยะสั้น แต่รวมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ กระจายตลาดส่งออก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ มากเกินไป
โปรดติดตามความเคลื่อนไหวในการค้าระหว่างประเทศผ่าน ช่องทางต่างๆ ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ www.ditp.go.th และ www.thaitrade.com หรือโทรปรึกษาเรื่องการค้าระหว่างประเทศที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169 (หากโทรจากต่างประเทศ โปรดติดต่อที่ โทร. +66 2792 6900)
*****************************************