
งานเทศกาล Hong Kong Wine and Dine Festival ประจำปี 2569 เตรียมขยายระยะเวลาเปิดงานจนถึงตีหนึ่งเป็นเวลาสองคืน จากวันจัดงานทั้งหมด 4 วัน พร้อมเพิ่มจำนวนบูธอีกร้อยละ 10 ซึ่งโดยปกติงานเทศกาลนี้จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมของทุกปี ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวฮ่องกงจะเปิดตัวเทศกาลอาหารฮ่องกง “Hong Kong Gourmet Month” ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวอยู่ในฮ่องกงนานขึ้น
งานเทศกาล Hong Kong Wine and Dine Festival ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board) ภายใต้ธีม “Taste the World’s Best” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Central Harbourfront โดยวันแรกจะเปิดตั้งแต่เวลา 19.30 น. และวันถัดไปจะเปิดตั้งแต่เวลา 13.00 น. ทางการท่องเที่ยวฮ่องกงคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 168,000 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้วซึ่งมีผู้เข้าร่วม 160,000 คน
Mr. Peter Lam Kin-ngok ประธานการท่องเที่ยวฮ่องกงกล่าวว่า การจัดงานเทศกาล Hong Kong Wine and Dine Festival ประจำปี 2569 ปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่งานจะขยายเวลาเปิดถึงตีหนึ่งในวันที่ 30 และ 31 ตุลาคม และหลังจากเทศกาลสี่วันสิ้นสุดลงจะมีการจัดงานเทศกาลอาหารฮ่องกง “Hong Kong Gourmet Month” ต่อเนื่องตลอดเดือนพฤศจิกายน โดยเน้นกิจกรรมด้านอาหารระดับพรีเมียมมากขึ้น เป้าหมายของโครงการนี้คือการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวอยู่ในเมืองนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งจะสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและการท่องเที่ยว
Mr. Peter Lam Kin-ngok ระบุว่าปีนี้งานมีพื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้นและพื้นที่จัดงานจะขยายไปถึง Tamar Park โดยมีบูธมากกว่า 340 บูธ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 10 จากปีที่ผ่านมา ไฮไลต์สำคัญของงานประกอบด้วย พื้นที่เฉพาะสำหรับไวน์ระดับพรีเมียม (Grand Wine Pavilion) และร้านอาหารที่นำเสนอผลงานของเชฟชื่อดัง5 คน (Tasting Room)
ทั้งนี้ พื้นที่เฉพาะสำหรับไวน์ระดับพรีเมียม (Grand Wine Pavilion) จะรวบรวมไวน์และอาหารชั้นดีจากกว่า 31 ประเทศและหลายภูมิภาค รวมถึงออสเตรเลีย แคนาดา และเกาหลีใต้ มีไวน์ชั้นตเลิศระดับท็อป จาก Bordeaux chateaux เช่น Mouton Rothschild Pauillac 1er Cru 1982 ซึ่งเป็นไวน์ระดับ “first growth” จากปีในตำนานอย่างปี 1982 Vintage
ส่วนร้านอาหารที่นำเสนอผลงานของเชฟชื่อดัง 5 คน (Tasting Room) ผู้ร่วมงานจะได้ร่วมชิมอาหารเมนูที่รังสรรค์โดยเชฟมิชลินสตาร์ ได้แก่ Edward Lee, Yoda Chen Zhiping และ Thierry Marx ซึ่งร่วมกันจัดทำเมนูพิเศษแบบ “10-hand collaborative banquet” ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
นอกจากนี้ งานเทศกาลยังนำเสนออาหารรสชาติแบบที่มีเฉพาะในฮ่องกงเท่านั้น “Only in Hong Kong” เช่น ขนมทาร์ตพุดดิ้งนมถั่วเหลืองผสมงาดำ และยังมีโรงแรม 26 แห่งเข้าร่วมในงาน โดยแต่ละแห่งจะนำเสนอเมนูเด่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นขนมปังเนื้อผัดซอสสะเต๊ะ (Hong Kong-style satay beef bun) จากโรงแรม Kowloon Shangri-La ใน Tsim Sha Tsui และเค้กใบเตย 3 ชนิดเสริฟพร้อมไอศกรีมมะพร้าวจากโรงแรม The Fullerton Ocean Park Hotel ในเขต Southern
การท่องเที่ยวฮ่องกงจะเปิดตัวงานเทศกาลอาหารฮ่องกง “Hong Kong Gourmet Month” ซึ่งนำเสนอเมนูพิเศษ (limited-edition dish) และส่วนลดร้านอาหารต่างๆ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถนำบัตรเข้างานไปใช้รับสิทธิพิเศษในร้านอาหาร ร้านค้า และสมาคมธุรกิจที่ร่วมรายการ
บัตรเข้างานจะเปิดจำหน่ายออนไลน์ให้ประชาชนทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคมเป็นต้นไปโดยมีทั้ง บัตร tasting passes, grand wine passes และบัตรสำหรับงานเลี้ยง “Taste of Time” ของ Tasting Room รวมถึงกิจกรรมรับประทานอาหารอื่นๆ
ความคิดเห็นของ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง
งาน Hong Kong Wine and Dine Festival ประจำปี 2569 และ Hong Kong Gourmet Month เป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดอาหารและเครื่องดื่มฮ่องกงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารระดับพรีเมียมและประสบการณ์การรับประทานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานเทศกาลปีนี้มีการขยายเวลาเปิดงานถึงตีหนึ่งในสองคืน และเพิ่มจำนวนบูธมากกว่า 340 บูธ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฮ่องกงต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ใช้เวลาในเมืองฮ่องกงนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยที่เปิดร้านอาหารหรือธุรกิจเครื่องดื่มในฮ่องกงควรใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาเมนูพิเศษ พิจารณาการยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ เช่น การใช้วัตถุดิบไทยระดับพรีเมียม การนำเสนอเมนูที่มีความคิดสร้างสรรค์ หรือการจับคู่เมนูอาหารไทยกับเครื่องดื่มที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคในตลาดระดับบนของฮ่องกง รวมทั้งการที่งานมีโรงแรมกว่า 26 แห่งเข้าร่วมและนำเสนอเมนูพิเศษ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจอาหารและการท่องเที่ยวในฮ่องกง ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาการร่วมมือกับโรงแรม ร้านอาหาร หรือเชฟในฮ่องกง เพื่อจัดกิจกรรมพิเศษสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในตลาดท้องถิ่น
สำหรับผู้ส่งออกไทยโดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มนั้น งาน Hong Kong Wine and Dine Festival ประจำปี 2569 ถือเป็นเวทีที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการทดลองตลาดและนำเสนอสินค้าอาหารและเครื่องดื่มไทยต่อผู้บริโภคฮ่องกงและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่างานจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 168,000 คน และมีพื้นที่จัดแสดงที่ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ผู้ส่งออกไทยสามารถนำเสนอสินค้าใหม่ เช่น อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากไทย ขนมหวานไทย หรือผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปคุณภาพสูง เพื่อทดสอบความนิยมของสินค้าและสร้างเครือข่ายกับผู้ซื้อในฮ่องกง นอกจากนี้การเปิดตัว Hong Kong Gourmet Month ซึ่งมีเมนูพิเศษและส่วนลดร้านอาหารตลอดเดือนพฤศจิกายน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยในการจัดโปรโมชั่นร่วมกับเทศกาล เช่น เมนูพิเศษเฉพาะเดือนพฤศจิกายน หรือส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเข้างานเทศกาล การเชื่อมโยงกิจกรรมของร้านเข้ากับเทศกาลประจำปี จะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าและสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์ไทยในตลาดฮ่องกง