fb
ผู้บริโภคชาวรัสเซียให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้าในลำดับหลัง

ผู้บริโภคชาวรัสเซียให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้าในลำดับหลัง

โดย
Sudkhet
ลงเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 19:00
สคต. ณ กรุงมอสโก (รัสเซีย) (TTC, Moscow (Russia))

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Mar Consult ได้ทำการสำรวจและศึกษาเกี่ยวกับความชอบของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าที่ติดฉลากที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม (eco-labeled goods) โดยในการสำรวจฯ ได้ครอบคลุมผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,200 คน ที่มีอายุระหว่าง 18-65 ปี จากทุกเขตสหพันธรัฐของรัสเซีย โดยการสำรวจฯ ได้ดำเนินการในช่วงเดือนเมษายนปี 2569 ที่ผ่านมา 

 

จากผลการสำรวจฯ พบว่า ในการเลือกซื้อสินค้า ผู้บริโภคชาวรัสเซียจะยึดถือปัจจัยด้านราคาเป็นหลักโดยปัจจัยด้านราคานี้มีความสำคัญต่อผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนถึง 80% รองลงมาคือ คุณภาพ (67%) และ อันดับที่สามคือส่วนประกอบและความปลอดภัยของสินค้า (53%)  ส่วนปัจจัยด้านแบรนด์มีความสำคัญต่อผู้ตอบแบบสอบถามประมาณหนึ่งในสี่ (25%)  ปัจจัยด้านประเทศแหล่งกำเนิดของสินค้า (country of origin) มีความสำคัญต่อผู้ตอบแบบสอบถาม 20% และ มีเพียง 14% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้า  ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสังเกตคือ แม้แต่ในกลุ่มผู้ที่มีรายได้สูง (มากกว่า 151,000 รูเบิล) สัดส่วนของผู้ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้าก็ยังคงไม่เกิน 14% 

 

ในส่วนของทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อฉลากที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ (38%) ให้ความสนใจกับฉลากที่มีคำว่า "Eco",  "Bio" หรือ "Organic" แต่ก็ไม่ได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเสมอไป ในขณะที่หนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสอบถาม (33%) เพิกเฉยต่อสัญลักษณ์ดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง และอีก 19% แทบจะไม่เคยให้ความสนใจเลย ทั้งนี้ มีเพียง 10% เท่านั้นที่ตั้งใจพยายามเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  นอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างกลุ่มผู้บริโภคชายและหญิง โดยผู้ชายมีแนวโน้มที่จะเพิกเฉยต่อฉลากสิ่งแวดล้อมในขณะเลือกซื้อสินค้ามากกว่าผู้หญิง (คิดเป็น 39% เทียบกับ 27% ในกลุ่มผู้หญิง)

 

ส่วนในประเด็นที่ว่า ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินในราคาที่สูงกว่าปกติสำหรับสินค้าที่มีฉลากรับรองความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่  พบว่า ผู้บริโภคเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) ยังไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินในราคาที่สูงกว่าปกติสำหรับสินค้าดังกล่าว และผู้บริโภคอีกประมาณครึ่งหนึ่งมีแนวโน้มยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อแลกกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้า โดยในกลุ่มผู้ที่ยอมรับการบวกราคาเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่ยินดีที่จะจ่ายเพิ่มไม่เกิน 5-10% จากราคาปกติ ทั้งนี้ มีเพียง 5% เท่านั้นที่พร้อมจะจ่ายเพิ่มได้สูงสุดถึง 20% และ อีก 3% ยินดีจ่ายเพิ่มมากกว่า 20% ขึ้นไป  อนึ่ง มีข้อสังเกตว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 18-24 ปี) เป็นกลุ่มที่มีความเต็มใจสูงสุดในการจ่ายราคาสูงกว่าปกติเพื่อซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย 72% ของคนกลุ่มนี้พร้อมที่จะยอมรับการบวกราคาเพิ่ม  ในขณะเดียวกันก็มีข้อสังเกตด้วยว่า ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่มีรายได้ต่ำกว่า 40,000 รูเบิลนั้น มีจำนวนถึง 59% ที่ยังไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินในราคาที่สูงกว่าปกติ

 

ในประเด็นของความเชื่อถือของผู้บริโภคที่มีต่อฉลากที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ผู้ตอบแบบสอบถามยังคงมีระดับความกังขา (ความไม่เชื่อมั่น) ต่อฉลากฯ ดังกล่าวในเกณฑ์สูง โดย 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่เชื่อถือการระบุสถานะในฉลากฯ ดังกล่าว (โดยกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามที่มีความไม่เชื่อถือสูงที่สุด คือ กลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 55-65 ปี ซึ่งมีสัดส่วนถึง 64%)  ในขณะที่ ประมาณหนึ่งในสาม (32%) ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสนใจเพียงแค่ตัวฉลากฯ โดยปราศจากการตรวจสอบยืนยัน และ อีก 19% มีการตรวจสอบการรับรองตามฉลากฯ บ้างเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ มีเพียง 5% เท่านั้นที่ดำเนินการตรวจสอบการรับรองตามฉลากฯ อย่างสม่ำเสมอ

 

ในส่วนของความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อประเภทการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมของสินค้านั้น ผู้ตอบแบบสอบถาม 37% มองว่ามาตรฐานฯ ของรัสเซียและมาตรฐานฯ ของสากล มีความน่าเชื่อถือทัดเทียมกัน  ส่วนอีก 24% ให้ความเชื่อมั่นหลักๆ กับ มาตรฐานฯ ของรัสเซีย ในขณะที่ 18% เลือกที่จะเชื่อถือการรับรองตามมาตรฐานฯ สากล และ 21% ไม่มีความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานฯ ในรูปแบบใดเลย

 

จากผลการสำรวจฯ พบว่า มีปัจจัยที่อาจสามารถช่วยสร้างความเชื่อมั่นในสินค้า "สีเขียว" ได้  โดยผู้บริโภค (ผู้ตอบแบบสอบถาม) ได้ระบุปัจจัยหลายประการที่สามารถช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของพวกเขาต่อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจัยอันดับหนึ่ง คือ ข้อมูลที่โปร่งใสเกี่ยวกับส่วนประกอบของสินค้า (38%) ตามมาด้วยอันดับสอง คือ การกำกับดูแลโดยภาครัฐ (37%) และ อันดับสาม คือ รีวิวจากผู้ซื้อรายอื่น (35%)  นอกจากนี้ การได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ (30%) และ ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการผลิต (28%) ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน  ทั้งนี้ ยังมีผู้ตอบแบบสอบถาม 22% ที่ระบุถึงชื่อเสียงของแบรนด์ว่าเป็นปัจจัยสำคัญด้วย 

 

อย่างไรก็ดี  หากพิจารณาจากผลการสำรวจฯ (ที่กล่าวไปก่อนหน้านี้) ที่ระบุว่า ผู้บริโภค (ผู้ตอบแบบสอบถาม) 44% ไม่เชื่อถือการระบุสถานะในฉลากที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม (เช่น ฉลากที่กำกับคำว่า "Eco", "Bio" หรือ "Organic")  ก็จะพบว่า  ในจำนวน   44 % นี้ มีผู้ตอบแบบสอบถาม 23% ที่เห็นว่า ไม่มีมาตรการใดๆ ที่จะสามารถช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของพวกเขาต่อสินค้าที่มีฉลากที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมได้เลย อย่างไรก็ดี ก็ยังคงมีผู้ตอบแบบสอบถามอีก 21% ที่ระบุว่า อาจเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อฉลากฯ เหล่านี้ได้ หากมีปัจจัยบางประการเข้ามาสนับสนุน (เช่น ข้อมูลที่โปร่งใสเกี่ยวกับส่วนประกอบของสินค้า การกำกับดูแลโดยภาครัฐ และ รีวิวจากผู้ซื้อรายอื่น เป็นต้น)

 

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Mar Consult ได้กล่าวว่า ผู้บริโภคชาวรัสเซียยังคงอยู่ในระยะเริ่มต้นในการสร้างความต้องการต่อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ โดยยังคงมีความสำคัญน้อยกว่าปัจจัยด้านราคา คุณภาพ และความปลอดภัย เนื่องจากผู้บริโภคเกือบครึ่งหนึ่งยังไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อสินค้าเหล่านี้  ดังนั้น สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงยังจำเป็นต้องแข่งขันด้านราคากับสินค้าทั่วไปในประเภทเดียวกัน หรือไม่ก็ต้องนำเสนอคุณค่าเพิ่ม (ที่สามารถจับต้องได้และมีความชัดเจน) โดยในภาพรวมแล้ว จึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องทำแคมเปญให้ความรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับความสำคัญของมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมของสินค้า และ อำนวยความสะดวกให้เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานฯ ดังกล่าวให้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

 

การที่ผู้บริโภคชาวรัสเซียให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าปัจจัยด้านอื่นๆ เช่น ราคา คุณภาพ และความปลอดภัย ในการตัดสินใจซื้อสินค้า น่าจะเป็นเพราะหลังจากที่เกิดความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคต่างๆ ในรัสเซียได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญและสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กอปรกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจและการค้า ดังนั้น ในปัจจุบัน ประชาชนชาวรัสเซียส่วนใหญ่จึงมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจฯ ของ Mar Consult ที่ระบุว่า ผู้บริโภคชาวรัสเซียส่วนใหญ่ให้ความสำคัญด้านราคามากกว่าปัจจัยอื่นๆ ในการตัดสินใจซื้อสินค้า 

 

ที่มา: Mar Consult: Environmental friendliness is the last priority for Russian consumers. (https://www.retail.ru/news/mar-consult-ekologichnost-okazalas-na-poslednem-meste-sredi-prioritetov-rossiysk-12-maya-2026-277609/)

 

 

          

Share :
Instagram