fb
เวียดนามเร่งเครื่องเจรจา FTA อียิปต์ หวังใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสู่ตลาดภูมิภาค

เวียดนามเร่งเครื่องเจรจา FTA อียิปต์ หวังใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสู่ตลาดภูมิภาค

โดย
Terapon
ลงเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2568 14:30
สคต. ณ กรุงไคโร (อียิปต์) (TTC, Cairo (Egypt))
52
1

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ในระหว่างการหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 นายฝ่าม มิงห์ จิ๋ง (Pham Minh Chinh) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้ส่งสัญญาณแสดงความสนใจอย่างชัดเจนในการ "เปิดเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับอียิปต์" โดยเน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์สำคัญที่ทั้งสองประเทศสามารถเป็นประตูการค้าให้แก่กันและกัน กล่าวคือ เวียดนามจะเป็นประตูส่งออกสินค้าอียิปต์เข้าสู่ตลาดเอเชีย ในขณะที่อียิปต์จะเป็นฐานในการกระจายสินค้าเวียดนาม

ประเด็นสำคัญจากการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีเวียดนามและนายมุสตาฟา มัดบูลี (Mostafa Madbouly) นายกรัฐมนตรีอียิปต์ มีดังนี้

  • การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน: ผู้นำเวียดนามเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกระบวนการขอ วีซ่าให้รวดเร็วขึ้น (Streamline visa procedures) โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุน เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดตั้งบริษัทเวียดนามในอียิปต์

  • การใช้ประโยชน์จากเขตปลอดอากร (Free Zones): เวียดนามผลักดันให้ภาคเอกชนของตนใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษและสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตปลอดอากรของอียิปต์ เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านและตลาดเป้าหมายในภูมิภาค

  • เสนอให้มีการจัดตั้ง "คณะกรรมาธิการร่วมระดับสูง" และส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ (Business Partnerships) ระหว่างเอกชนของทั้งสองฝ่ายอย่างจริงจัง

ปัจจุบันการลงทุนของเวียดนามในอียิปต์ มีดังนี้

  • EUROPLAS โรงงานพลาสติกในเมือง Sadat City ซึ่งมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในเขตเศรษฐกิจคลองสุเอซ (SCZone)

  • Song Hong ร่วมทุนกับ Giza Spinning and Weaving ตั้งโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในเมืองอัสวาน

  • Vin Group ยักษ์ใหญ่ของเวียดนาม แสดงความสนใจในการเข้ามาสำรวจโอกาสการลงทุนใน อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอียิปต์

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ

การเคลื่อนไหวของเวียดนามในครั้งนี้ถือเป็น "สัญญาณเตือนสำคัญ" สำหรับผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย เนื่องจากเวียดนามเป็นคู่แข่งโดยตรง (Direct Competitor) ของไทยในหลายสินค้าศักยภาพ การที่เวียดนามเร่งกระชับความสัมพันธ์กับอียิปต์ในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ มีนัยสำคัญดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้าจากการ "ส่งออก" เป็น "การเข้าไปลงทุน" (Direct Investment Strategy)

  • แต่กำลังใช้ยุทธศาสตร์ "Made in Egypt" โดยการตั้งโรงงานในเขต Free Zones เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และใช้ประโยชน์จากเครือข่าย FTA ของอียิปต์ (เช่น COMESA, PAFTA, Egypt-EU) ในการส่งออกสินค้าต่อไปยัง แอฟริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยปลอดภาษี

  • สินค้าไทยที่ส่งออกไปอียิปต์ยังต้องเผชิญกับกำแพงภาษีนำเข้า (Tariff Barriers) ที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่สินค้าเวียดนามที่ผลิตในอียิปต์จะมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและภาษีทันที

2. การแข่งขันในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ทับซ้อนกับไทย

  • ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การที่ Vin Group เข้ามาเจาะตลาดอียิปต์ อาจทำให้เวียดนามชิงส่วนแบ่งตลาดและสร้าง Brand Awareness ในตลาดแอฟริกาเหนือได้ก่อน ซึ่งไทยเองมีนโยบายต้องการเป็น Hub ของ EV แต่หากขาดการรุกตลาดต่างประเทศเชิงรุก อาจเสียโอกาสนี้ไป

  • เม็ดพลาสติกและสิ่งทอ การขยายตัวของ EUROPLAS และ Song Hong จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของเวียดนามในตลาดนี้ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทยไปอียิปต์เช่นกัน

3. ความเสียเปรียบด้านแต้มต่อทางภาษี (FTA)

  • หากเวียดนามเริ่มเจรจาและบรรลุข้อตกลง FTA กับอียิปต์ได้สำเร็จก่อนไทย จะทำให้สินค้าส่งออกโดยตรงจากเวียดนามมีภาษีต่ำกว่าสินค้าไทย (ซึ่งปัจจุบันไทยยังไม่มี FTA กับอียิปต์) ทำให้ไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) และสินค้าอุปโภคบริโภค

  • สคต. ไคโร ควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ พลาสติก และอาหารแปรรูป พิจารณาโมเดลการลงทุนตั้งโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ (SCZone) เช่นเดียวกับเวียดนาม เพื่อใช้เป็นฐานส่งออกไปยังตลาดแอฟริกาและยุโรป และการสร้างพันธมิตรท้องถิ่น (Joint Venture) เพื่อลดความเสี่ยงและอาศัยความเชี่ยวชาญในพื้นที่

------------------------------

 

ที่มา

https://www.egypttoday.com/Article/3/143661/Vietnam-explores-free-trade-agreement-with-Egypt-to-boost-regional

Share :
Instagram