fb
การพัฒนาธุรกิจ SMEs ของฮ่องกง
โดย
Wacharaporn
ลงเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 09:30
สคต. ณ เมืองฮ่องกง (จีน) (TCC, Hong Kong (China))
39

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) คือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจฮ่องกง โดยคิดเป็นมากกว่า 98% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด และมีบทบาทในการจ้างงานประมาณ 45% ของแรงงานภาคเอกชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานในเมืองนี้ ธุรกิจ SMEs ของฮ่องกงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของฮ่องกงและการเติบโตของ SMEs ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างพลังทางเศรษฐกิจ แต่ยังสะท้อนถึงความหลากหลาย ความยืดหยุ่น และความสามารถในการแข่งขันของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนระดับโลก เพื่อให้ SMEs สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและพร้อมรับมือกับความท้าทายจากการแข่งขันในระดับภูมิภาคและนานาชาติ รัฐบาลฮ่องกงจึงได้จัดทำมาตรการสนับสนุนในหลายมิติ โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ โครงการสนับสนุนทางการเงินของรัฐบาล เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ความช่วยเหลือที่มิใช่ด้านการเงิน เช่น การให้คำปรึกษา การอบรม และการสร้างเครือข่ายธุรกิจ การให้คำแนะนำและข้อมูลสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่และการสร้างนวัตกรรม โครงการริเริ่มด้านเศรษฐกิจในแผ่นดินใหญ่ เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูงและเชื่อมโยงกับโอกาสทางการค้าในภูมิภาค และโครงการริเริ่มด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศและเสริมสร้างบทบาทของฮ่องกงในเวทีโลก

มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลฮ่องกงในการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโตของ SMEs และการรักษาความเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. โครงการสนับสนุนทางการเงินของรัฐบาล

รัฐบาลฮ่องกงได้จัดให้มีโครงการสนับสนุนทางการเงินมากกว่า 70 โครงการ โดยมีขอบเขตการสนับสนุน จำนวนเงิน และข้อกำหนดที่แตกต่างกัน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาองค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรมในฮ่องกง และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รัฐบาลได้จัดตั้งทีมบริการเฉพาะกิจภายใต้ชื่อ “SME Reach Out” ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำปรึกษาแบบพบหน้ากับผู้ประกอบการ SMEs ในการค้นหาโครงการสนับสนุนที่เหมาะสม 

รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงให้แก่สภาเพิ่มผลผลิตฮ่องกง (Hong Kong Productivity Council: HKPC) เพื่อพัฒนาการให้บริการของ “SME Reach Out” อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 HKPC ได้ดำเนินการปรับปรุงบริการของ “SME Reach Out” โดยมีการจัดกิจกรรมเยี่ยมเยียนหอการค้า อาคารพาณิชย์และอุตสาหกรรม รวมถึงพื้นที่ทำงานร่วม (co-working spaces) เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับโครงการสนับสนุนทางการเงินของรัฐบาลให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

  นอกจากนี้ ยังมีการจัดให้มีการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในการสมัครขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล และเสริมสร้างขีดความสามารถของธุรกิจ โดยมุ่งเน้นในด้านต่าง ๆ เช่น การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งนี้เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างโครงการสนับสนุนทางการเงินของรัฐบาล 

1.1  กองทุนส่งเสริมการตลาดเพื่อการส่งออกสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Export Marketing Fund: EMF)

 หน่วยงานดำเนินการคือ กรมการค้าและอุตสาหกรรม (Trade and Industry Department) สำหรับบริษัทที่มีแผนการขยายธุรกิจในตลาดท้องถิ่น พัฒนาการดำเนินงานในต่างประเทศ เข้าร่วมงานแสดงสินค้า คณะผู้แทนการค้า หรือดำเนินกิจกรรมโฆษณาในต่างประเทศ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถพิจารณายื่นขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนส่งเสริมการตลาดเพื่อการส่งออก (Export Marketing Fund: EMF) ได้สูงสุดถึง 1,000,000 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยมีผลตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป โดยให้การสนับสนุนทางการเงินสำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่อยู่ในขอบเขตการสนับสนุน ได้แก่

  •  งานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นนอกเขตฮ่องกง โดยมุ่งเป้าหมายไปยังตลาดต่างประเทศ 

    • งานแสดงสินค้าที่จัดในฮ่องกง โดยมุ่งเป้าหมายไปยังตลาดต่างประเทศ

    • งานแสดงสินค้าที่จัดในฮ่องกง โดยมุ่งเป้าหมายไปยังตลาดภายในประเทศ

    • งานแสดงสินค้าออนไลน์

    • คณะผู้แทนธุรกิจที่เดินทางไปต่างประเทศ

    • คณะผู้แทนธุรกิจออนไลน์

    • การโฆษณาในสิ่งพิมพ์ทางการค้า ซึ่งมุ่งเป้าหมายไปยังตลาดต่างประเทศ

    • กิจกรรมส่งเสริมการส่งออกผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมุ่งเป้าหมายไปยังตลาดต่างประเทศ

    • การจัดทำหรือปรับปรุงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันขององค์กรที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้สมัคร โดยมุ่งเป้าหมายไปยังตลาดต่างประเทศ

สำหรับกิจกรรมที่มีสิทธิ์ ดังกล่าวข้างต้น บริษัทสามารถเลือกรูปแบบการรับเงินได้ทั้งแบบ “เบิกจ่ายตามจริง” หรือ “เบิกจ่ายล่วงหน้าและเบิกจ่ายครั้งสุดท้าย” ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าบริษัทจะเข้าร่วมกิจกรรมที่เสร็จสิ้นแล้ว หรือมีแผนจะเข้าร่วมกิจกรรมในอนาคต ก็สามารถยื่นขอรับการสนับสนุนได้

ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ขอบเขตการสนับสนุนของ EMF ได้ขยายครอบคลุมถึงงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่จัดโดยผู้จัดงานที่มีประวัติการดำเนินงานที่ดี โดยมุ่งเป้าหมายไปยังตลาดภายในประเทศ รวมถึงงานแสดงสินค้าออนไลน์ที่จัดโดยสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (Hong Kong Trade Development Council) และผู้จัดงานที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้คำแถลงนโยบายประจำปี 2565 เกณฑ์คุณสมบัติได้ผ่อนปรนให้ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ SMEs และได้มีการปรับปรุงขอบเขตการสนับสนุนของกองทุนให้ครอบคลุมกิจกรรมการตลาดทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ในตลาดท้องถิ่นด้วยเช่นกัน

จำนวนเงินสนับสนุนนั้น การสนับสนุนเป็นแบบร่วมจ่าย โดยรัฐบาลสนับสนุนในอัตรา 1 ส่วน และผู้ประกอบการจ่ายในอัตรา 3 ส่วน โดยจำนวนเงินสนับสนุนสูงสุดต่อหนึ่งคำขอ คือ 25% ของค่าใช้จ่ายที่ได้รับอนุมัติ หรือไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์ฮ่องกง แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ผู้ประกอบการแต่ละรายสามารถขอรับการสนับสนุนได้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยไม่เกิน 50% ของวงเงินรวมสำหรับการจัดทำหรือปรับปรุงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันขององค์กร ทั้งนี้ อาจมีการกำหนดวงเงินย่อยสำหรับรายการค่าใช้จ่ายบางประเภทภายใต้คำขอเดียวกัน และตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป ไม่มีการจำกัดจำนวนครั้งในการยื่นคำขอรับการสนับสนุน ทั้งนี้การสนับสนุนสำหรับแต่ละกิจกรรมจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ข้อกำหนดสำหรับผู้ประกอบการที่ประสงค์ขอรับการสนับสนุนทางการเงินภายใต้โครงการกองทุนส่งเสริมการตลาดเพื่อการส่งออก (Export Marketing Fund: EMF) ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และจดทะเบียนธุรกิจในฮ่องกงตามพระราชบัญญัติการจดทะเบียนธุรกิจ ภายใต้กฎหมาย Business Registration Ordinance ต้องมีการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมในเขตฮ่องกง ณ เวลาที่ยื่นคำขอ โดยนิติบุคคลที่ถือใบจดทะเบียนธุรกิจเฉพาะในนาม หรือมีการดำเนินธุรกิจหลักอยู่นอกเขตฮ่องกง จะไม่ถือว่ามีการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมในฮ่องกง นอกจากนั้นจะต้องไม่เป็นผู้จัดงาน ผู้ร่วมจัดงาน      ผู้ให้บริการ หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้จัดงาน หรือผู้ร่วมจัดงาน หรือผู้ให้บริการของกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่อยู่ในคำขอเงินสนับสนุน ความหมายของ “ผู้ประกอบการ” ภายใต้โครงการ EMF หมายถึง นิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบใดก็ตามเพื่อแสวงหาผลกำไร โดยองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรหรือไม่แบ่งปันผลกำไรจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ และการพิสูจน์การดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมในฮ่องกง ผู้ประกอบการจะต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบตามที่ร้องขอ เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินธุรกิจจริงในฮ่องกง โดยกรมการค้าและอุตสาหกรรม (TID)  จะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ลักษณะของการดำเนินธุรกิจในฮ่องกงขนาดหรือสัดส่วนของการดำเนินธุรกิจในฮ่องกงมูลค่าการลงทุนในฮ่องกงจำนวนพนักงานในฮ่องกงข้อมูลลูกค้าหรือผู้ใช้บริการระยะเวลาการดำเนินธุรกิจการเสียภาษีในฮ่องกงข้ออมูลหรือการประเมินจากหน่วยงานทางการเงินหรือวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่เคยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก EMF มาก่อน ยอดรวมของเงินสนับสนุนที่ได้รับจะต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดที่กำหนดไว้ในขณะนั้น โดยผู้ประกอบการที่มีข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจคล้ายคลึงกัน (เช่น ประเภทธุรกิจ ที่อยู่ หมายเลขติดต่อ ผู้ถือหุ้น หรือกรรมการ) จะถือว่าเป็น “นิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง” และในการคำนวณวงเงินสะสมสูงสุด จะถือว่านิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นหน่วยเดียวกัน กล่าวคือ ยอดรวมของเงินสนับสนุนที่ได้รับจากนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องจะต้องไม่เกินวงเงินสะสมสูงสุดที่กำหนด

 

image.png

 

1.2 กองทุนส่งเสริมการสร้างแบรนด์ การปรับปรุง และการขายภายในประเทศ (BUD Fund) 

หน่วยงานดำเนินการ คือสภาเพิ่มผลผลิตแห่งฮ่องกง (Hong Kong Productivity Council) เพื่อให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่กิจการที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งฮ่องกงในการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาแบรนด์ ปรับปรุงและปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ รวมถึงส่งเสริมการขายในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ (โครงการภาคแผ่นดินใหญ่) และตลาดอื่น ๆ ที่ฮ่องกงได้ลงนามในความตกลงการค้าเสรี (FTA) และ/หรือความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (IPPA) (โครงการ FTA และ IPPA) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจในตลาดดังกล่าว

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กิจการฮ่องกงสามารถใช้เงินทุนในการพัฒนาธุรกิจได้มากขึ้น จึงมีการจัดตั้ง “Easy BUD” เพื่อเร่งรัดกระบวนการพิจารณาสำหรับโครงการที่มีมาตรการเฉพาะและวงเงินไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์ฮ่องกง และเพื่อส่งเสริมให้กิจการสามารถพัฒนาตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จึงมีการจัดตั้ง “E-commerce Easy” โดยอนุญาตให้ใช้เงินทุนจำนวน ล้านดอลลาร์ฮ่องกงได้อย่างยืดหยุ่น ภายใต้เพดานเงินทุนสะสมสูงสุด ล้านดอลลาร์ฮ่องกงต่อกิจการ รัฐบาลได้ประกาศใช้มาตรการใหม่ภายใต้กองทุน BUD ซึ่งจะมีผลบังคับใช้กับใบสมัครที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

ตลาดที่ครอบคลุมภายใต้โครงการ FTA และ IPPA รวมถึงประเทศและเขตเศรษฐกิจต่อไปนี้: อาเซียน (บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม)ออสเตรเลียชิลี, ประเทศสมาชิกของสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์)จอร์เจีย, มาเก๊านิวซีแลนด์, ญี่ปุ่นเกาหลีใต้, ออสเตรียสหภาพเศรษฐกิจเบลโก-ลักเซมเบิร์กแคนาดา, เดนมาร์กฟินแลนด์, ฝรั่งเศสเยอรมนี, อิตาลีเม็กซิโก, เนเธอร์แลนด์สวีเดน, สหราชอาณาจักรคูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตุรกีบาห์เรน และเปรู 

image.png

 

 

 

1.3 กองทุนสนับสนุนองค์กรการค้าและอุตสาหกรรม (Trade and Industrial Organisation Support Fund) 

หน่วยงานดำเนินการ คือกรมการค้าและอุตสาหกรรม (Trade and Industry Department) เพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินแก่หน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลกำไรในการดำเนินโครงการที่มุ่งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของกิจการที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งฮ่องกง ทั้งในภาพรวมและในภาคส่วนเฉพาะ

กองทุนนี้เกิดจากการควบรวมระหว่างกองทุนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Development Fund: SDF) และโครงการสนับสนุนองค์กร (Organisation Support Programme: OSP) ภายใต้กองทุนส่งเสริมการสร้างแบรนด์ การปรับปรุง และการขายภายในประเทศ (BUD Fund)

กิจกรรมภายใต้โครงการอาจประกอบด้วย การสัมมนา, การจัดเวิร์กช็อป, การประชุมวิชาการ, การจัดนิทรรศการ, การศึกษาวิจัย, โครงการมอบรางวัล, การจัดทำแนวปฏิบัติที่ดี, การจัดทำฐานข้อมูล, การจัดตั้งศูนย์บริการ, การจัดหาอุปกรณ์สนับสนุน และการสาธิตเทคโนโลยี โดยวงเงินสูงสุดสำหรับแต่ละโครงการที่ได้รับอนุมัติ คือ 5,000,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือร้อยละ 90 ของค่าใช้จ่ายโครงการที่ได้รับอนุมัติ แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ผู้สมัครต้องร่วมสมทบเงินจำนวนร้อยละ 10 ของค่าใช้จ่ายโครงการ ซึ่งสามารถเป็นเงินสด สิ่งของ หรือการสนับสนุนในรูปแบบอื่น โครงการที่ได้รับการสนับสนุนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน ปี

 

1.4 โครงการค้ำประกันสินเชื่อสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Financing Guarantee Scheme)

หน่วยงานดำเนินการ คือ HKMC Insurance Limited บริษัทประกันภัยที่จัดตั้งขึ้นในฮ่องกงเมื่อปีพ.ศ. 2560  โดยเป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้นทั้งหมดโดย The Hong Kong Mortgage Corporation Limited (HKMC) ซึ่งเป็นองค์กรภาครัฐที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงผ่านกองทุนแลกเปลี่ยน (Exchange Fund) โดยโครงการนี้เป็นไปเพื่อสนับสนุนให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกิจการที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งฮ่องกง สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

  • ผลิตภัณฑ์ค้ำประกัน 80% วงเงินสินเชื่อสูงสุด 18,000,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 10 ปี สินเชื่อแบบไม่หมุนเวียนต้องชำระคืนเป็นงวด และต้องชำระคืนทั้งหมดภายในระยะเวลาค้ำประกัน โดยระยะเวลาระหว่างการชำระเงินต้นแต่ละงวดต้องไม่เกิน เดือน ทั้งนี้ ผู้ให้กู้สามารถอนุญาตให้ผู้กู้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยในช่วง เดือนแรกนับจากวันเริ่มต้นของสินเชื่อ และชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดในช่วงเวลาที่เหลือ โดยระยะเวลาค้ำประกันจะไม่ขยายออกเนื่องจากการชำระเฉพาะดอกเบี้ย

  • ผลิตภัณฑ์ค้ำประกัน 90% วงเงินสินเชื่อสูงสุด 8,000,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด ปี ต้องชำระคืนเป็นงวดและชำระคืนทั้งหมดภายในระยะเวลาค้ำประกัน โดยระยะเวลาระหว่างการชำระเงินต้นแต่ละงวดต้องไม่เกิน เดือน ทั้งนี้ ผู้ให้กู้สามารถอนุญาตให้ผู้กู้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยในช่วง 12 เดือนแรก และชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดในช่วงเวลาที่เหลือ โดยระยะเวลาค้ำประกันจะไม่ขยายออกเนื่องจากการชำระเฉพาะดอกเบี้ย 

  • ผลิตภัณฑ์ค้ำประกันเงินกู้พิเศษ 100% วงเงินสินเชื่อสูงสุด 9,000,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 10 ปี ต้องชำระคืนเป็นงวดรายเดือนและชำระคืนทั้งหมดภายในระยะเวลาค้ำประกัน ทั้งนี้ ผู้ให้กู้สามารถอนุญาตให้ผู้กู้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยในช่วง 12 เดือนแรก และชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดในช่วงเวลาที่เหลือ โดยระยะเวลาค้ำประกันจะไม่ขยายออกเนื่องจากการชำระเฉพาะดอกเบี้ย

นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นยังคงมีผลิตภัณฑ์ค้ำประกันในอัตรา 50%, 60% และ 70% ให้เลือกใช้เพิ่มเติมโดยต้องเป็นกิจการที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และจดทะเบียนในฮ่องกง

 

2. ความช่วยเหลือที่มิใช่ด้านการเงินของรัฐบาล

เป็นบริการบูรณาการแบบสี่ในหนึ่งของศูนย์บริการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Centres) เพื่อให้การสนับสนุนที่ไม่ใช่ด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยการจัดตั้งศูนย์บริการแบบบูรณาการที่สามารถให้คำปรึกษา ข้อมูล และบริการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ศูนย์บริการ SMEs ได้ดำเนินการให้บริการแบบบูรณาการภายใต้แนวคิด “สี่ในหนึ่ง” โดยร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานหลัก 4 แห่ง ได้แก่

2.1 ศูนย์ให้คำปรึกษาและสนับสนุนสำหรับ SMEs (SUCCESS)ภายใต้กรมการค้าและอุตสาหกรรม ให้บริการข้อมูลธุรกิจและคำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ดำเนินการร่วมกับองค์กรการค้าและอุตสาหกรรม องค์กรวิชาชีพ และหน่วยงานรัฐบาลต่าง ๆ เพื่อให้บริการข้อมูลทางธุรกิจและคำปรึกษาแก่ SMEs โดยบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ “พบที่ปรึกษา” (Meet-the-Advisors Business Advisory Services: BAS) บริการนี้จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ประสบปัญหาในการเริ่มต้นหรือดำเนินธุรกิจ โดย SUCCESS จะจัดให้มีการพบปะกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เพื่อให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ ครอบคลุม 25 ด้านสำคัญ เช่น การจัดตั้งธุรกิจการตลาดและการประชาสัมพันธ์กฎหมายธุรกิจการบัญชีและการเงิน และการบริหารจัดการองค์กร เป็นต้น บริการนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีมาตรการสนับสนุนด้านสภาพคล่องทางการเงินสำหรับ SMEs เนื่องจาก SMEs เผชิญกับแรงกดดันด้านกระแสเงินสด SUCCESS ได้จัดทำสรุป “มาตรการสนับสนุนด้านสภาพคล่องทางการเงินสำหรับ SMEs” ซึ่งรวบรวมแนวทางและโครงการต่าง ๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของผู้ประกอบการ

2.2 ศูนย์สนับสนุนธุรกิจของสภาอุตสาหกรรมฮ่องกง (HKPC Business Centre) ให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี การเพิ่มผลิตภาพ และการพัฒนานวัตกรรม และศูนย์ SME One ซึ่งดำเนินการโดยสภาเพิ่มผลผลิตแห่งฮ่องกง (HKPC) มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงธุรกิจเริ่มต้น (Startups) ในท้องถิ่น ให้สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยให้การสนับสนุนที่หลากหลายแก่ผู้ประกอบการและนักประดิษฐ์ ผ่านการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี และโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ การให้บริการดังกล่าวดำเนินการผ่านแพลตฟอร์ม Inno Space และเครือข่าย InnoPreneur Network ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมและบริการต่าง ๆ ได้แก่ กิจกรรมพบปะผู้ประกอบการหน้าใหม่ (Meet with New Faces), คลินิกให้คำปรึกษาออนไลน์ (eClinics) , การสัมมนา การจัดเวิร์กช็อป และการศึกษาดูงาน (Seminars, Workshops, Study Missions), แพลตฟอร์ม O2O สำหรับการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันทางธุรกิจ (O2O Platform) นอกจากนั้น HKPC ยังได้จัดตั้งแพลตฟอร์มบริการแบบครบวงจรโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายใต้ชื่อ Digital DIY Portal เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลของ SMEs ในท้องถิ่น โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวรวบรวมโซลูชันด้านดิจิทัล ข้อมูลด้านนวัตกรรม และกรณีศึกษาความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางและแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ

2.3 ศูนย์บริการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Centre) ของสภาส่งเสริมการค้าแห่งฮ่องกง (HKTDC SME Centre) ให้ข้อมูลด้านการส่งออก การขยายตลาด และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ให้บริการสนับสนุนทางธุรกิจอย่างครบวงจร ประกอบด้วยห้องสมุดธุรกิจ ห้องประชุม ห้องจัดกิจกรรม และบริการสนับสนุนด้านธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานของผู้ประกอบการในทุกมิติ โดยความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรต่าง ๆ ได้แก่ องค์กรภาคอุตสาหกรรม หอการค้า และสถานกงสุลในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง HKTDC ได้จัดให้มีบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้าได้อย่างเต็มที่ มีโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ Transformation Sandbox (T-box) มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนผ่านธุรกิจในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การสร้างแบรนด์, การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล, การผลิตและโซลูชันด้านห่วงโซ่อุปทาน, การขยายสู่ตลาดใหม่, ความยั่งยืนทางธุรกิจ, บริการให้คำปรึกษาเฉพาะด้าน, การจัดสัมมนาและเวิร์กช็อป, ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ, ข้อมูลเชิงลึกด้านตลาด และโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เป็นต้น

2.4 ศูนย์ TecONE ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง (Hong Kong Science and Technology Parks Corporation: HKSTP)ให้บริการข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีภายใต้กรอบการสนับสนุนของ HKSTP และรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (HKSAR Government) รวมถึงการให้คำปรึกษาเชิงลึกและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการสนับสนุนดังกล่าว นอกจากนี้ TecONE ยังให้บริการจับคู่ทางธุรกิจและการสนับสนุนด้านธุรกิจแก่บริษัทพันธมิตรและธุรกิจเริ่มต้น (Startups) ที่ดำเนินงานภายในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park), ศูนย์นวัตกรรม (InnoCentre) และอุทยานนวัตกรรม (INNOPARKs) เพื่อส่งเสริมการเติบโตและการพัฒนาทางธุรกิจอย่างยั่งยืนให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ จัดสัมมนาและเวิร์กช็อปเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะทางธุรกิจ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนของรัฐบาลและแหล่งเงินทุน และให้คำแนะนำด้านการตลาด การจัดการ การเงิน และการพัฒนานวัตกรรม

image.png

นอกเหนือจากนั้น ยังคงมีความช่วยเหลือที่ไม่ใช่ด้านการเงินของรัฐบาลอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ดังต่อไปนี้

  • การสนับสนุนนักลงทุนต่างชาติ ให้คำปรึกษาและข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจในฮ่องกง รวมถึงสิทธิประโยชน์และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ

  • ข้อมูลการป้องกันการทุจริต จัดทำแนวทางและคู่มือเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล

  • การผ่านพิธีการศุลกากร ให้ข้อมูลและบริการเกี่ยวกับขั้นตอนการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมถึงข้อกำหนดด้านเอกสารและภาษีศุลกากร

  • การประกันสินเชื่อส่งออก สนับสนุนผู้ส่งออกโดยให้บริการประกันความเสี่ยงทางการค้า เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ

  • ทรัพย์สินทางปัญญา ให้บริการจดทะเบียนและคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบังคับใช้สิทธิ

  • ด้านแรงงาน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง รวมถึงกฎหมายแรงงาน สวัสดิการ และการระงับข้อพิพาท

  • มาตรฐานผลิตภัณฑ์ กำหนดและเผยแพร่มาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมคุณภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในตลาด

  • ศูนย์ปฏิบัติตามการแข่งขันสำหรับ SMEs จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ SMEs ให้แนวทางและคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงาน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  • ข้อมูลด้านภาษี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบภาษีของฮ่องกง รวมถึงการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การหักภาษี ณ ที่จ่าย และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจ

  • การขอวีซ่าและช่องทางการเข้าเมือง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของวีซ่า ขั้นตอนการสมัคร และช่องทางการเข้าเมืองสำหรับผู้ประกอบการ นักลงทุน และแรงงานต่างชาติ

 

3. การให้คำแนะนำและข้อมูลสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจใหม่

หน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ Invest Hong Kong (InvestHK) หน่วยงานรัฐบาลที่ให้บริการฟรีแก่ผู้ประกอบการต่างชาติและท้องถิ่นในการเริ่มต้นธุรกิจในฮ่องกง โดยมีบริการครบวงจร ให้คำปรึกษาด้านการวางแผนธุรกิจ ข้อมูลด้านภาษี กฎหมายแรงงาน และวีซ่า แนะนำสถานที่ตั้งธุรกิจ สนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์และการเปิดตัวธุรกิจ ส่งเสริมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและแหล่งเงินทุน

 Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) องค์กรรัฐที่ส่งเสริม SMEs และสตาร์ทอัพผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับสากล โครงการ Start-up Express สำหรับบ่มเพาะธุรกิจใหม่ SME Portal ที่ให้ข้อมูลตลาดและคำปรึกษาแบบครบวงจร กิจกรรม Entrepreneur Day เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนกับผู้ประกอบการหน้าใหม่

          Hong Kong Productivity Council (HKPC) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่เน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับ SMEs โดยเฉพาะ ห้คำปรึกษาและตรวจสอบเครื่องมือทางเทคนิค สนับสนุนเงินทุนจากรัฐบาล ช่วยขยายตลาดทั้งในฮ่องกงและ Greater Bay Area เขตอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า ใช้ข้อได้เปรียบของระบบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” เพื่อเชื่อมโยงการเปิดประเทศกับการพัฒนาในภูมิภาค โดยมีสำนักงานและพันธมิตรหลายองค์กรที่มีการสนับสนุนธุรกิจไทยที่ต้องการขยายสู่ฮ่องกงเช่นเดียวกัน

แนวโน้มการสนับสนุนล่าสุดสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หลังสถานการณ์โควิด-19 รัฐบาลฮ่องกงเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนธุรกิจที่ดำเนินตามแนวทาง ESG (Environmental, Governance, Social)  และ Green Economy   การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้พลังงานหมุนเวียน และจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ,uความรับผิดชอบต่อพนักงาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน พัฒนาทักษะพนักงาน และสนับสนุนชุมชน และมีการบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ป้องกันการทุจริต มีคณะกรรมการที่หลากหลาย และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน

 ซึ่งเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมได้รับการสนับสนุนมากขึ้นเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการในฮ่องกงได้อย่างยั่งยืน หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมข้อมูลและบริการสนับสนุนที่ครอบคลุมสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ดังต่อไปนี้

- การจัดตั้งธุรกิจในฮ่องกง (Setting up Business in Hong Kong) ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดตั้งธุรกิจในฮ่องกง รวมถึงข้อกำหนดด้านกฎหมาย การจดทะเบียนบริษัท และการขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

-  คู่มือการดำเนินธุรกิจในฮ่องกง (Guide to Doing Business in Hong Kong) แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมด้านภาษี การจ้างงาน การตลาด และการบริหารจัดการทั่วไป

-  แนวโน้มธุรกิจเริ่มต้นในฮ่องกง (Hong Kong Start-up Trends) ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มและทิศทางของธุรกิจเริ่มต้นในฮ่องกง รวมถึงสาขาธุรกิจที่มีการเติบโตสูงและโอกาสทางการตลาด

- แหล่งข้อมูลสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (Small Business Resources) แหล่งข้อมูลและเครื่องมือสนับสนุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เช่น แบบฟอร์มธุรกิจ ตัวอย่างแผนธุรกิจ และแหล่งเงินทุน

- แพลตฟอร์ม StartmeupHK โครงการริเริ่มโดยรัฐบาลฮ่องกง และ InvestHK เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบใหม่เริ่มต้นธุรกิจ โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรม โอกาสการลงทุน และการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับสากล สนับสนุนผู้ก่อตั้งธุรกิจเริ่มต้นที่มีนวัตกรรมและศักยภาพในการขยายตัวจากต่างประเทศ ให้สามารถจัดตั้งหรือขยายธุรกิจในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริการของโครงการประกอบด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบธุรกิจในฮ่องกง การเชื่อมโยงบุคคลเข้าสู่ชุมชนธุรกิจเริ่มต้น การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเริ่มต้นการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ วัตถุประสงค์ของ StartmeupHK คือดึงดูดและสนับสนุนผู้กำลังเริ่มต้นธุรกิจให้สามารถเข้ามาจัดตั้งธุรกิจในฮ่องกง พร้อมทั้งให้บริการแบบเบ็ดเสร็จเพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ และประชาสัมพันธ์ฮ่องกงในระดับนานาชาติในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยี

image.pngimage.png

 

 

- การสนับสนุนผู้ประกอบการเยาวชน (Support for Young Entrepreneurs) โครงการและมาตรการต่าง ๆ ที่มุ่งส่งเสริมให้เยาวชนมีโอกาสในการเริ่มต้นธุรกิจและพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมและการบริหารจัดการ

- โครงการบ่มเพาะธุรกิจและฝึกงานสำหรับธุรกิจเริ่มต้น (Incubation and Start-up Internship Programmes) โครงการที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและผู้ประกอบการรายใหม่เข้าร่วมการฝึกงานและรับการบ่มเพาะธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต

- เครือข่าย InnoPreneur (InnoPreneur Network) เครือข่ายผู้ประกอบการนวัตกรรมที่ให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาแนวคิด การเชื่อมโยงธุรกิจ และการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น

- พื้นที่ Inno Space พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับการทดลองและพัฒนานวัตกรรม โดยเปิดให้ผู้ประกอบการและนักพัฒนาเทคโนโลยีใช้เป็นพื้นที่ทำงานและแลกเปลี่ยนความรู้

Youth.gov.hk แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับเยาวชนที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสด้านการศึกษา การประกอบธุรกิจ และการพัฒนาตนเองในหลากหลายด้าน  เว็บไซต์นี้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจ การศึกษา และการพัฒนาตนเองสำหรับเยาวชนในฮ่องกง มีคู่มือ GoGBA สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจในเขต Greater Bay Area ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจ การเสียภาษี และการเชื่อมโยงกับพันธมิตรธุรกิจ และโครงการนวัตกรรมทางสังคมที่สนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม

-. ความร่วมมือระหว่างฐานนวัตกรรมและผู้ประกอบการเยาวชนในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Alliance of Hong Kong Youth Innovation and Entrepreneurial Bases in the Greater Bay Area) เครือข่ายความร่วมมือที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การสร้างเครือข่าย และการพัฒนาธุรกิจของเยาวชนในภูมิภาคอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า และยังมีโคงการ Cyberport Greater Bay Area Young Entrepreneurship Programme (GBA YEP) โครงการโดย Cyberport ที่มุ่งส่งเสริมเยาวชนอายุ 18–30 ปีในฮ่องกง มาเก๊า และมณฑลกวางตุ้งให้ร่วมกันพัฒนาแนวคิดธุรกิจนวัตกรรม มีโครงการฝึกอบรม ให้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เยี่ยมชมบริษัทเทคโนโลยี และพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ รวมทั้งมอบเงินสนับสนุน HK$100,000 สำหรับทีมที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมการให้คำปรึกษา 6 เดือน เป็นการส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างเยาวชนจากฮ่องกง มาเก๊า และจีนแผ่นดินใหญ่

image.png

-Youth Business Hong Kong (YBHK) ดำเนินการโดย Hong Kong Federation of Youth Groups (HKFYG) เป็นโครงการบ่มเพาะธุรกิจสำหรับเยาวชนที่มีเป้าหมายชัดเจนในการเริ่มต้นธุรกิจ บริการหลักของ ได้แก่ ช่วยเหลือด้านเงินทุนเริ่มต้น ให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยสูงสุด HK$150,000 สำหรับผู้มีแผนธุรกิจที่ผ่านการอนุมัติ จัดหาผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการรุ่นพี่เพื่อให้คำปรึกษา ที่ปรึกษาทางธุรกิจสนับสนุนด้านทรัพยากร ช่วยจัดหาอุปกรณ์และเครือข่ายธุรกิจที่จำเป็น ให้ข้อมูลด้านอุตสาหกรรม การเงิน และกฎหมาย พร้อมเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจในฮ่องกง โดยผู้สมัครอายุระหว่าง 18–35 ปี ถือบัตรประชาชนถาวรของฮ่องกง และมีแผนธุรกิจที่สามารถเริ่มได้ภายใน 1 ปี หรือดำเนินธุรกิจมาไม่เกิน 3 ปี

image.png

 

4. โครงการริเริ่มด้านเศรษฐกิจและการค้าตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

จัดโดยหน่วยงานภาครัฐและองค์กรสนับสนุนธุรกิจในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงการขยายโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินโครงการและจัดทำข้อมูลสำคัญ ดังต่อไปนี้

4.1 เขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area) การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เชื่อมโยงเมืองสำคัญในภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการลงทุน การค้าระหว่างประเทศ และนวัตกรรมทางธุรกิจ คือโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ในภาคใต้ของจีนที่รวมเมืองสำคัญ 11 แห่งเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับโลกภายในปี 2578 ประกอบด้วย 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษ ฮ่องกง และมาเก๊า และ 9 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง ได้แก่ กวางโจวเซินเจิ้นจูไห่, ฝอซานเจียงเหมินตงกวน, จงซานฮุ่ยโจว และจ้าวชิ่ง เพื่อส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกงและมาเก๊า พัฒนา Greater Bay Area ให้เป็นศูนย์กลางด้าน นวัตกรรม เทคโนโลยี การเงิน การผลิต และการขนส่ง สร้างพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย การทำงาน และการเดินทาง

image.png

4.2 ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง (Mainland and Hong Kong Closer Economic Partnership Arrangement - CEPA) กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการเข้าถึงตลาดแก่ผู้ประกอบการฮ่องกงในการดำเนินธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ CEPA เป็นความตกลงที่เปิดกว้างและมีลักษณะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง ไม่เพียงแต่ช่วยเปิดตลาดขนาดใหญ่ของจีนแผ่นดินใหญ่ให้แก่สินค้าและบริการจากฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบของความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเศรษฐกิจอื่น ๆ ได้อีกด้วย ขอบเขตของ CEPA ครอบคลุม ด้านหลัก ได้แก่

4.2.1 การค้าสินค้า สินค้าทุกชนิดที่ผลิตในฮ่องกงได้รับการเปิดเสรีอย่างสมบูรณ์ โดยสินค้าทุกชนิดที่ผลิตในฮ่องกงและเป็นไปตามกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin - ROOs) ภายใต้ CEPA จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าเมื่อเข้าสู่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ผู้ส่งออกต้องจัดเตรียมใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าฮ่องกงภายใต้ CEPA (Certificate of Hong Kong Origin – CEPA หรือ CO(CEPA)) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547 โดยออกให้โดยกรมการค้าและอุตสาหกรรมฮ่องกง (Trade and Industry Department – TID) สำหรับสินค้าที่ผ่านเกณฑ์แหล่งกำเนิดตาม CEPA ศุลกากรจีนแผ่นดินใหญ่จะตรวจสอบ CO(CEPA) ร่วมกับข้อมูลการออกใบรับรองจาก TID การอนุมัติคำขอใบรับรองต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดโดย TID ก่อนการผลิตสินค้า

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561 จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงได้ลงนามในความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ซึ่งเป็นข้อตกลงภายใต้กรอบ CEPA ความตกลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมและปรับปรุงพันธกรณีด้านการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกทางการค้าสินค้าภายใต้ CEPA โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  • การยกเว้นภาษี จีนแผ่นดินใหญ่ได้ดำเนินการยกเว้นภาษีอย่างสมบูรณ์สำหรับสินค้านำเข้าที่มีแหล่งกำเนิดจากฮ่องกงและเป็นไปตามกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า

  • กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า ความตกลงกำหนดกฎทั่วไปเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดสินค้า รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบแหล่งกำเนิด และกฎเฉพาะสำหรับสินค้าที่เดิมยังไม่ครอบคลุมภายใต้ CEPA

  • กระบวนการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า รวมถึงมาตรการอำนวยความสะดวกที่ศุลกากรจีนแผ่นดินใหญ่นำมาใช้ เช่น “กระบวนการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า” “การรับรองสถานะผู้ประกอบการเศรษฐกิจที่ได้รับการรับรองร่วมกัน” และ “ความร่วมมือด้านระบบหน้าต่างเดียว”

  • อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า มีการจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายเพื่อจัดการกับอุปสรรคทางเทคนิค เช่น มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช มีการจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เป็นต้น

  •  มาตรการเยียวยาทางการค้า มีการจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านมาตรการเยียวยาทางการค้าระหว่างสองฝ่าย

นอกจากนี้ ความตกลงยังมีบทเฉพาะเกี่ยวกับ “มาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้าในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า” ซึ่งครอบคลุมมาตรการเพื่อเร่งรัดการตรวจปล่อยสินค้า การผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้าที่นำเข้าจากฮ่องกงและมาเก๊าเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ และสินค้าที่นำเข้าจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสู่ฮ่องกงและมาเก๊า

4.2.2 การค้าบริการ จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงได้บรรลุเป้าหมายในการเปิดเสรีด้านการค้าบริการอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ให้บริการจากฮ่องกงในภาคบริการสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ในจีนแผ่นดินใหญ่ในสาขาต่าง ๆ เช่น ธนาคาร โลจิสติกส์ และบริการวิชาชีพ

ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559 โดยมีการนำแนวทาง “บัญชีรายการเชิงบวก” และ “บัญชีรายการเชิงลบ” มาใช้ เพื่อยกระดับการเปิดเสรีด้านการค้าบริการระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงให้สูงขึ้น อีกทั้งยังมีการจัดให้มีมาตรการเปิดเสรีที่เอื้อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ให้บริการจากฮ่องกงในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวยังมิได้เปิดเสรีอย่างสมบูรณ์ ผู้ให้บริการจากฮ่องกง (HKSS) หมายถึงบุคคลธรรมดาหรือบุคคลตามกฎหมายที่มีคุณสมบัติและเป็นไปตามนิยามตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของฮ่องกง โดย HKSS ต้องมีการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมในฮ่องกง สำหรับบุคคลตามกฎหมายที่มีสถานะเป็น HKSS และมีการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคล จะต้องยื่นคำขอต่อกรมการค้าและอุตสาหกรรมแห่งฮ่องกงเพื่อขอรับใบรับรองสถานะ HKSS และต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อขอรับใบรับรองที่เกี่ยวข้อง สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสถานะเป็น HKSS และมีการดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา จะต้องยื่นคำขอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อขอรับใบรับรองที่เกี่ยวข้อง HKSS สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ตามความตกลงว่าด้วยการค้าบริการในสาขาบริการที่ระบุไว้ในความตกลง จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงได้ลงนามในข้อตกลงแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าบริการเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 โดยมาตรการเปิดเสรีใหม่ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ประกอบด้วย 

  • การนำแนวทาง “บัญชีรายการเชิงลบ” มาใช้เป็นครั้งแรกในรูปแบบการดำเนินธุรกิจผ่านสถานะทางกายภาพ โดยบัญชีรายการเชิงลบจะระบุข้อจำกัดที่ไม่อนุญาตในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ และทุกภาคส่วนที่ไม่ได้ระบุในบัญชีรายการดังกล่าวจะเปิดให้ HKSS เข้าถึงได้อย่างเต็มที่

  • การเพิ่มมาตรการเปิดเสรีใหม่ในสาขาต่าง ๆ เช่น บริการทางกฎหมาย บริการก่อสร้างและวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง บริการทดสอบและรับรอง บริการโทรทัศน์ การผลิตภาพยนตร์และวิดีโอ บริการธนาคาร บริการหลักทรัพย์ บริการสังคม บริการท่องเที่ยว และบริการด้านการบิน

  • การเพิ่มมาตรการเปิดเสรีใหม่ในรูปแบบการให้บริการข้ามพรมแดน การบริโภคบริการในต่างประเทศ และการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา 

การเพิ่มมาตรการเปิดเสรีใหม่ในรูปแบบการดำเนินธุรกิจผ่านสถานะทางกายภาพในสาขา เช่น บริการก่อสร้างและวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง บริการธนาคาร บริการหลักทรัพย์ และบริการท่องเที่ยว ข้อตกลงแก้ไขยังได้กำหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาความร่วมมือระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area) การส่งเสริมการพัฒนาภาคบริการในทั้งสองพื้นที่ การส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในภาคบริการของทั้งสองฝ่าย การส่งเสริมการพัฒนาแบรนด์ในภาคบริการของทั้งสองฝ่าย และการส่งเสริมให้ภาคบริการของทั้งสองฝ่ายสามารถขยายตลาดไปยังพื้นที่นอกเหนือจากจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

4.2.3 การลงทุน ความตกลงด้านการลงทุนมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง ได้ลงนามเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน รวมถึงขยายพันธกรณีด้านการเปิดตลาดไปยังภาคส่วนที่ไม่ใช่บริการ และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองการลงทุนอย่างครอบคลุม นักลงทุนจากฮ่องกง หมายถึงบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด โดยนิติบุคคลต้องเป็นกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของฮ่องกง และมีการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมในฮ่องกง ส่วนบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวรในฮ่องกง และถือบัตรประจำตัวประชาชนถาวรของฮ่องกงที่ยังมีผลใช้บังคับ โดยสาระสำคัญของความตกลงด้านการลงทุน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561

ความตกลงนี้ครอบคลุมทั้งภาคบริการและภาคที่ไม่ใช่บริการ โดยในด้านการอนุญาตให้ลงทุน        นักลงทุนจากฮ่องกงจะได้รับการปฏิบัติที่ไม่ด้อยไปกว่านักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ในภาคส่วนที่ไม่ใช่บริการ ในด้านการคุ้มครองและการอำนวยความสะดวก ความตกลงได้กำหนดมาตรการคุ้มครองการลงทุน           เช่น การคุ้มครองจากการเวนคืน การชดเชยความเสียหาย การโอนเงินลงทุนและผลตอบแทนอย่างเสรี และกลไกเฉพาะสำหรับการระงับข้อพิพาทด้านการลงทุน รวมถึงนักลงทุนจากนอกฮ่องกง CEPA มิได้กำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุนของกิจการในฮ่องกง นักลงทุนจากต่างประเทศสามารถจัดตั้งสายการผลิตในฮ่องกงเพื่อผลิตสินค้าที่เป็นไปตามกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า (ROOs) เพื่อรับสิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าเมื่อส่งออกไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถจัดตั้งบริษัทให้บริการในฮ่องกงและใช้มาตรการภายใต้ CEPA เพื่อจัดตั้งธุรกิจหรือการลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงใช้กลไก CEPA ในการระงับข้อพิพาทด้านการลงทุน และสมัครสอบคุณวุฒิวิชาชีพของจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงการลงทะเบียนและประกอบวิชาชีพในจีนแผ่นดินใหญ่

4.2.4 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิคในหลากหลายด้าน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของทั้งสองพื้นที่ และส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันในภูมิภาค โดยครอบคลุมด้านการเงิน การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ผู้ประกอบวิชาชีพจากฮ่องกงสามารถใช้มาตรการอำนวยความสะดวกในการสมัครสอบคุณวุฒิวิชาชีพของจีนแผ่นดินใหญ่ การรับรองคุณวุฒิร่วมกัน และการลงทะเบียนเพื่อประกอบวิชาชีพในจีนแผ่นดินใหญ่

นอกจากนั้นจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการส่งเสริมการพัฒนาโครงการริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) เพื่อให้ฮ่องกงมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางการเงิน การบริการ และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ โดยฮ่องกงสามารถใช้โครงการดังกล่าวและความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและมีส่วนร่วมในยุทธศาสตร์การพัฒนาแห่งชาติ  เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560 จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงได้ลงนามในความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค (Ecotech Agreement) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในหลากหลายสาขา โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในเชิงลึก ได้แก่ ความร่วมมือด้านการศึกษา ความร่วมมือด้านบริการสังคม ความร่วมมือด้านแรงงานและประกันสังคม ความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา ความร่วมมือด้านมาตรฐาน ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ความร่วมมือด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ความร่วมมือด้านการตรวจสอบและการกักกัน ความร่วมมือด้านความปลอดภัยด้านอาหาร ความร่วมมือด้านการแพทย์แผนจีน ความร่วมมือด้านการเงิน ความร่วมมือในการต่อต้านการฟอกเงิน ความร่วมมือในการต่อต้านการทุจริต การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ และการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพร่วมกันระหว่างสองฝ่าย ความตกลงฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบ CEPA และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงในระดับภูมิภาคและระดับสากล ภายใต้ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค (Ecotech Agreement) ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะส่งเสริมความร่วมมือในหลากหลายสาขา เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวม และสนับสนุนการพัฒนาร่วมกันในระดับภูมิภาค โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  • ขอบเขตความร่วมมือหลักด้านการเงิน ส่งเสริมความร่วมมือด้านการธนาคาร การต่อต้านการฟอกเงิน และการต่อต้านการทุจริต

  • การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการศุลกากร การรับรองผู้ประกอบการเศรษฐกิจที่ได้รับการรับรอง และการใช้ระบบหน้าต่างเดียว

  • สร้างความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาค เช่น เขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area)  เขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pan-Pearl River Delta) และเขตการค้าเสรีนำร่องของจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองฝ่าย สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจฮ่องกงเข้าร่วมในยุทธศาสตร์ระดับชาติของจีน

image.png

 

 

 

4.3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (National 14th Five-Year Plan: 2564–2568) แนวทางการพัฒนาประเทศจีนในระยะ 5 ปี ซึ่งมีผลต่อทิศทางการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาค มีแนวทางสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ แนวทางการส่งเสริม SMEs ตามแผนฉบับที่ 14 ได้แก่ การส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการและนวัตกรรม สนับสนุนการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาแพลตฟอร์มบริการสาธารณะเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ พัฒนาโครงสร้างองค์กรของ SMEs ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการธรรมภิบาลของบริษัท ส่งเสริมการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม (industrial clusters) รวมถึงยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น “Internet Plus” เป็นต้น พัฒนา SMEs ให้มีความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ขยายตลาดภายในและต่างประเทศ สนับสนุนการเข้าถึงตลาดใหม่ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนข้ามพรมแดนปรับปรุงระบบบริการและนโยบายสนับสนุนเพื่อสร้างระบบบริการที่มีประสิทธิภาพ และปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม

สำหรับฮ่องกง แผนฉบับที่ 14 ได้ระบุชัดเจนว่าจะสนับสนุนฮ่องกงให้เป็นศูนย์กลางทางการเงิน การค้า และนวัตกรรม ส่งเสริมการบูรณาการของฮ่องกงเข้ากับการพัฒนาระดับชาติ และเปิดโอกาสให้ SMEs ในฮ่องกงเข้าถึงทรัพยากรจากจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น เทคโนโลยี เงินทุน และตลาด SMEs ในฮ่องกงจะได้รับแรงหนุนจากนโยบายระดับชาติ ทั้งในด้านการเงิน เทคโนโลยี และการเปิดตลาดใหม่ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเติบโตและแข่งขันในระดับภูมิภาคและโลก

4.4. จัดกิจกรรมส่งเสริมทางธุรกิจต่างๆ มีหน่วยงานหลายแห่งที่ให้ความร่วมมือสนับสนุน เช่น สำนักงานพัฒนาการลงทุนของรัฐบาลฮ่องกง InvestHK , Hong Kong Trade Development Council (HKTDC), SME one โดย HKPC – Hong Kong Productivity Council) เป็นต้น  ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ  (Business Consultations) บริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่และภูมิภาคโดยรอบ  บริการให้คำแนะนำด้านธุรกิจจีน (China Business Advisory Service) การสนับสนุนเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังตลาดจีน

รวมถึงให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland Market Insights) การวิเคราะห์แนวโน้มตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และโอกาสทางธุรกิจในแต่ละภูมิภาคของจีน ให้บริการข้อมูลเชิงลึกด้านอุตสาหกรรมและตลาด (Industry and Market Insights) รายงานและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมหลักที่มีศักยภาพในการเติบโต ข้อมูลภาพรวมตลาด (Market Profiles) เอกสารสรุปข้อมูลพื้นฐานของตลาดเป้าหมายในจีน เช่น ขนาดตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ โดยมีการจัดทำคู่มือการดำเนินธุรกิจในประเทศจีน (Guide to Doing Business in China) แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจในจีน ครอบคลุมด้านกฎหมาย การจดทะเบียน และการบริหารจัดการ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland Market Opportunities) ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการลงทุนและความต้องการของตลาดในจีน ช่วยดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการ (Products and Services Sourcing) ช่องทางและแนวทางในการจัดหาสินค้าและบริการจากจีนเพื่อการนำเข้าและการผลิต และจัดกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) บริการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้าทางธุรกิจในจีนกับฮ่องกงผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจและแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ข้อมูลด้านกฎระเบียบตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland Market Regulations) ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในจีน กฎระเบียบด้านการค้า               (Trade Regulations) ข้อมูลเกี่ยวกับภาษี การนำเข้า-ส่งออก และข้อบังคับด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และนักลงทุนต่างๆ สามารถได้รับข้อมูลเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างจีนและฮ่องกงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนั้นยังมีบัญชี Douyin ร่วมระหว่าง China Post Hong Kong และ Hongkong Post ช่องทางประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างภูมิภาค เผยแพร่หนังสือเวียนข้อมูลทางการค้า (Commercial Information Circulars) เอกสารแจ้งข่าวสารและประกาศสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าและเศรษฐกิจ

image.pngimage.png

 

5. โครงการริเริ่มสำคัญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำหรับตลาดต่างประเทศโดยเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การลงทุน และการขยายตลาดของผู้ประกอบการฮ่องกง หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินโครงการต่างๆ  ฮ่องกงในฐานะเขตบริหารพิเศษของจีน มีบทบาทสำคัญในเวทีเศรษฐกิจโลก ด้วยจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมายที่โปร่งใส และระบบการเงินที่มั่นคง รัฐบาลฮ่องกงจึงได้ดำเนินโครงการริเริ่มด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสถานะของเมืองในฐานะศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.1 โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง Belt and Road Initiative (BRI) ฮ่องกงทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” (super-connector)และ “Value Adder”  โดยใช้จุดแข็งด้านการเงิน กฎหมาย และการค้าระหว่างประเทศ  ฮ่องกงระบบกฎหมายแบบ Common Law ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคง มีความสามารถในการระดมทุนและจัดการโครงการขนาดใหญ่ มีความเชี่ยวชาญด้านบริการวิชาชีพ เช่น กฎหมาย บัญชี โลจิสติกส์ และการจัดการโครงการ เพื่อเชื่อมโยงจีนกับตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐาน การเงิน และการค้าในกว่า 60 ประเทศ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง พร้อมจัดตั้งศูนย์ข้อมูล        Belt and Road Portal เพื่อให้ข้อมูลเสริมร้างโอกาสการลงทุนและคู่ค้าในภูมิภาค ส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน การค้า การเงิน และวัฒนธรรมระหว่างประเทศ โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เปิดกว้างและยั่งยืน กิจกรรมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับฮ่องกงเช่น Belt and Road Summit จัดโดยรัฐบาลฮ่องกงร่วมกับ HKTDC เป็นประจำทุกปี ซึ่งในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมกว่า 6,000 คนจาก 120 ประเทศ มีการนำเสนอมากกว่า 2,800 โครงการ และลงนามข้อตกลงกว่า 50 ฉบับระหว่างรัฐบาลและภาคธุรกิจ นอกเหนือจากนั้นฮ่องกงลงนามข้อตกลงกับประเทศในเส้นทาง BRI รวม ฉบับ มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมด้านการเงิน เทคโนโลยี โลจิสติกส์ การศึกษา และบริการวิชาชีพ และการลงทุนโดยตรงจากฮ่องกง มีมูลค่าการลงทุนโดยตรงในประเทศ BRI สูงถึง 133 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 เพิ่มขึ้นกว่า 3.6 เท่าจากปี 2566

รวมถึงการพัฒนา Northern Metropolis พื้นที่ทางตอนเหนือของฮ่องกงถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นหนึ่งในโครงการที่เชื่อมโยงกับ BRI เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเศรษฐกิจสีเขียว ในส่วนของการสนับสนุน SMEs และธุรกิจนวัตกรรม ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในฮ่องกงได้รับการสนับสนุนให้ขยายไปยังตลาด BRI และมีการจัดกิจกรรม Business Matching และให้คำปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน

5.2 ความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreements) กับหลายประเทศ เช่น อาเซียน ชิลี นิวซีแลนด์ และ EFTA เพื่อลดอุปสรรคทางภาษีและกฎระเบียบ ส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการอย่างคล่องตัว ในด้านการลงทุน ฮ่องกงมีความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Investment Promotion and Protection Agreements: IPPA) เพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของนักลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงกลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและนักลงทุน

ความตกลงการค้าเสรีของฮ่องกง ช่วยส่งเสริมการขยายเครือข่ายการค้าโลก ฮ่องกงเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เปิดเสรีมากที่สุดในโลก และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการค้าเสรีผ่านการลงนามในข้อตกลง FTA กับประเทศต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาษีศุลกากรและอุปสรรคทางการค้า ส่งเสริมการไหลเวียนของสินค้า บริการ และการลงทุนเข้าสู่ฮ่องกง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการฮ่องกงในตลาดโลก

รายชื่อข้อตกลง FTA ที่สำคัญของฮ่องกง  ฮ่องกงได้ลงนามใน 9 ข้อตกลงการค้าเสรี กับ 21 เศรษฐกิจ ได้แก่ CEPA (Mainland and Hong Kong Closer Economic Partnership Arrangement) กับจีนแผ่นดินใหญ่ FTA กับอาเซียน (ASEAN) ครอบคลุม 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ FTA กับชิลีนิวซีแลนด์, ออสเตรเลียจอร์เจีย และ EFTA (กลุ่มประเทศยุโรปเสรี) และที่สำคัญฮ่องกงยังได้ยื่นคำขอเข้าร่วม RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ผลของข้อตกลง FTA ทำให้เกิดการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศ มูลค่าการค้าระหว่างฮ่องกงกับประเทศในเครือข่าย FTA เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฮ่องกงลงทุนโดยตรงในประเทศคู่ค้า FTA รวมกว่า US$133 พันล้าน ในปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.6 เท่า จากปี 2555 สิทธิประโยชน์สำหรับ SMEs CEPA เปิดโอกาสให้ธุรกิจฮ่องกงเข้าถึงตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ก่อนคู่แข่ง ลดภาษีและขั้นตอนการนำเข้าสินค้า ส่งเสริมการขยายธุรกิจของ SMEs ไปยังตลาดใหม่ ฮ่องกงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน เช่น โลจิสติกส์ การเงิน และบริการวิชาชีพ เพื่อสนับสนุนการค้าเสรี 

นอกจากนั้นการเข้าร่วมในความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้า (WTO Trade Facilitation Agreement– TFA) ยังช่วยลดต้นทุนการค้าโดยเฉลี่ยถึง 14.3% ฮ่องกงเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งขององค์การการค้าโลก (WTO) และเป็นประเทศแรกที่เข้าร่วมความตกลง TFA ในปี 2557 โดย TFA มีเป้าหมายเพื่อลดขั้นตอนและข้อจำกัดในการนำเข้า ส่งออก และการผ่านแดนสินค้า เพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินการทางศุลกากร ทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการดำเนินการทางการค้า ความสำคัญของ TFA คือช่วยส่งเสริมบทบาทฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการค้าโลก ด้วยระบบเศรษฐกิจแบบเปิดและโปร่งใส ฮ่องกงสามารถใช้ TFA เป็นเครื่องมือในการยกระดับประสิทธิภาพการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งลดต้นทุนการค้า ลดขั้นตอนและเอกสารตามการประเมินของ WTO ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในภาคโลจิสติกส์และการขนส่งทางอากาศ ซึ่งฮ่องกงมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การดำเนินการตาม TFA ส่งผลให้ปริมาณการค้าโลกเพิ่มขึ้นกว่า 230 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และฮ่องกงได้รับประโยชน์จากการเป็นจุดผ่านสินค้าหลัก ปรับปรุงระบบศุลกากรให้สามารถตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าและปล่อยสินค้าได้รวดเร็วขึ้น ลดความล่าช้าและเพิ่มคุณภาพบริการด้านการขนส่งระหว่างประเทศ

 

5.3 กิจกรรมต่างๆ และการส่งเสริมทางด้านข้อมูลด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำหรับตลาดต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ประกอบการ รัฐบาลได้จัดทำ ข้อมูลเชิงลึกตลาดต่างประเทศและอุตสาหกรรม เช่น รายงานแนวโน้มตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และโอกาสในอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึง Market Profiles ที่ให้ข้อมูลขนาดตลาด ช่องทางจัดจำหน่าย และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ โดยหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ ได้แก่ HKTDC และ InvestHK ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึง คู่มือการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมด้านกฎหมาย การจดทะเบียน และการบริหารจัดการ โดยมีเวอร์ชันเฉพาะสำหรับตลาดสำคัญ เช่น จีนแผ่นดินใหญ่ อาเซียน และสหภาพยุโรป เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ฮ่องกงได้รวบรวมข้อมูล โครงการลงทุนและความต้องการของตลาดต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ ในด้านการจัดหาสินค้าและการจับคู่ธุรกิจ ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการ sourcing ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น hktdc.com Sourcing และเข้าร่วมกิจกรรม Business Matching ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเชื่อมโยงกับคู่ค้าต่างประเทศ

image.png

นอกจากนี้ยังมีการให้ข้อมูล กฎระเบียบตลาดต่างประเทศและการค้า เช่น ภาษี การนำเข้า-ส่งออก และข้อบังคับเฉพาะของแต่ละประเทศ รวมถึงการสนับสนุนให้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่น ISO, CE, RoHS และเผยแพร่ หนังสือเวียนข้อมูลทางการค้า (Commercial Information Circulars) แจ้งข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและกฎระเบียบ เพื่อให้ SMEs สามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลฮ่องกงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดกิจกรรมสนับสนุนอย่างหลากหลาย เช่น SME ReachOut คือบริการสนับสนุนเฉพาะทางสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในฮ่องกง ซึ่งดำเนินการโดย Hong Kong Productivity Council (HKPC) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ SMEs เข้าใจและเข้าถึงโครงการสนับสนุนจากรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว ทีมงานผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกและสมัครโครงการเงินทุนที่เหมาะสม เช่น BUD Fund, EMF, และโครางการอื่นๆ เป็นต้น  

นอกจากนั้นมีบริการ “Tech Buddy” ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์และเสนอแนวทางการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น AI และ e-commerce เป็นต้น นอกหนือจากนั้นมีกิจกรรมภาคสนามและเวิร์กช็อป เช่น “FUND Tech Go” ที่ลงพื้นที่ให้คำปรึกษา SMEs โดยตรง พร้อมเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ประกอบการ เป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs “ออกสู่ตลาดต่างประเทศ” โดยเฉพาะการขยายธุรกิจไปยังจีนแผ่นดินใหญ่และประเทศในอาเซียน ผ่านการจับคู่กับโครงการ BUD Fund 

image.png

จากโครงการและมาตรการสนับสนุนที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด รัฐบาลฮ่องกงได้แสดงบทบาทเชิงรุกอย่างชัดเจนในการส่งเสริมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานรากและเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การดำเนินนโยบายสนับสนุน SMEs ของฮ่องกงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้เงินทุนหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมถึงการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคและสากล ตลอดจนการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและทรัพยากรที่จำเป็นในการขยายธุรกิจ

นอกจากนี้ ฮ่องกงยังได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงกระบวนการศุลกากรให้สอดคล้องกับความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้า ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ ฮ่องกงจึงสามารถสร้างระบบธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น โปร่งใส และเปิดกว้างต่อการแข่งขันในระดับโลก ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ในภาพรวม ฮ่องกงมไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางทางการเงินที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้น หากแต่ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกับตลาดโลก ผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

 

นโยบายสนับสนุน SMEs ฮ่องกง.pdf
Share :
Instagram