fb
เปรู: หนึ่งในมหาอำนาจด้านเหมืองแร่ของโลก

เปรู: หนึ่งในมหาอำนาจด้านเหมืองแร่ของโลก

โดย
Ratanaporn
ลงเมื่อ 02 กรกฎาคม 2569 11:00
สคต. ณ กรุงซันติอาโก (ชิลี) (TTC, Santiago (Chile))
2

ประเทศเปรูเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านเหมืองแร่ของโลก และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รองประธานสมาคมเหมืองแร่ น้ำมันและพลังงานแห่งชาติของเปรู (National Society of Mining, Oil, and Energy: SNMPE) โดยนาย Gonzalo Quijandria ให้ข้อมูลว่าเปรูเป็นผู้ผลิตดีบุกรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากประเทศจีน และเป็นผู้ผลิตทองแดงมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก  รองจากชิลี และคองโก รวมถึงการผลิตทองคำมากเป็นอันดับที่ 7 ของโลก โดยเปรูมีทรัพยากรแร่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12 ของปริมาณแร่สำรองโลก ซึ่งทั้งแร่ดีบุกและทองแดงเป็นแร่ธาตุสำคัญในการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ และมีส่วนสำคัญในการผลิตพลังงานที่ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงการลดผลกระทบทางลบจากการผลิตพลังงาน เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น  นอกจากดีบุกและทองแดง เปรูมีการสกัดแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ อีก 21 ชนิดในประเทศ 

          ผู้แทนสมาคมฯ เห็นว่าการส่งเสริมการลงทุนในภาคเหมืองแร่ จำเป็นต้องมีกฎระเบียบที่มีเสถียรภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและดึงดูดการลงทุนในระยะยาว และกฎระเบียบดังกล่าวจะต้องเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ การเพิ่มบทบาทของเปรูในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ระหว่างประเทศ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผลิตแร่ธาตุ เพื่อให้เปรูสามารถเพิ่มส่วนแบ่งรายได้จากเหมืองแร่ ทั้งนี้ เปรูเป็นซัพพลายเออร์ดีบุกรายใหญ่ในโซนซีกโลกตะวันตก ในขณะที่จีนเป็นซัพพลายเออร์ดีบุกรายใหญ่ในโซนซีกโลกตะวันออก ซึ่งแร่ดีบุกหรือตะกั่วนิยมใช้ในการเชื่อมโลหะเข้าด้วยกัน[1]  

บทวิเคราะห์/ความเห็นของสคต.ฯ

          ความมั่งคั่งของแร่ธาตุในประเทศ เช่น ทองแดง ดีบุก เงิน สังกะสี ทองคำ ทำให้เปรูมีบทบาทสำคัญด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกที่ต้องใช้แร่ธาตุสำคัญ เช่น โมลิบดีนัม บิสมัท อินเดียม ซีลีเนียม ในฐานะผู้ผลิตวัตถุดิบสำหรับห่วงโซ่อุปทานพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ซึ่งแหล่งแร่ธาตุสำคัญดังกล่าวส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่ราบสูงของประเทศ และเชิงเขาอเมซอนในเปรู ทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซล กังหันลม ระบบจัดเก็บกริดในการผลิตกระแสไฟฟ้า[2] 

ไทยควรใช้โอกาสจากการจัดทำความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย - เปรู ในการเข้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานและรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ทั้ง 2 ประเทศได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเปรูสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการเป็นแหล่งซัพพลายเออร์ดีบุกและทองแดงในการผลิตสินค้าต่าง ๆ ของไทย เช่น รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอร์รี่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพื่อให้ไทยสามารถดำเนินการได้ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับปัจจุบัน (ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570) ที่บรรจุอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นหมุดหมายสำคัญ โดยขับเคลื่อนผ่าน นโยบาย 30@30 ซึ่งตั้งเป้าให้ประเทศไทยผลิตรถยนต์ไร้มลพิษ (Zero Emission Vehicle หรือ ZEV) ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573

          ปัจจุบันไทยและเปรูอยู่ระหว่างการหารือการเปิดตลาดการค้าสินค้าที่อีกร้อยละ 30 และการจัดทำตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดการค้าบริการ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายตั้งเป้าที่จะสรุปผลและลงนามความตกลงฯ ภายในปี 2569 ซึ่งหากความตกลงมีผลใช้บังคับ จะช่วยสร้างผลประโยชน์เพิ่มขึ้นแก่ทั้ง 2 ประเทศ ครอบคลุมการค้าสินค้าและการค้าบริการ และเพื่อให้ทั้ง 2 ประเทศสามารถใช้จุดแข็งของตนในการเสริมสร้างผลประโยชน์ทางการค้าร่วมกันต่อไป

________________________________

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก

กรกฎาคม 2569 


 

Critical minerals Peru is world´s second-largest tin producer_REV.pdf
Share :
Instagram