fb
ตลาดผลิตภัณฑ์ทรายแมวในสหรัฐอเมริกา
โดย
Katekanok
ลงเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569 12:00
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
9

ตลาดผลิตภัณฑ์ทรายแมวในสหรัฐอเมริกามีมูลค่าประมาณ 4.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 4.1% ในช่วงปี 2026–2031 การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากจำนวนผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้แก่ Millennials และ Gen Z ซึ่งมีแนวโน้มเลี้ยงสัตว์เลี้ยงหลายตัวมากกว่ากลุ่มวัยอื่น

ตลาดทรายแมวในสหรัฐอเมริกาเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงและความตระหนักด้านสุขภาพของสัตว์ (Pet Health Awareness) ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรายแมวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Eco-friendly & Biodegradable) ซึ่งช่วยสร้างโอกาสการเติบโตให้ตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

ทรายแมวเป็นผลิตภัณฑ์จำเป็นสำหรับแมวที่เลี้ยงภายในบ้าน ใช้รองรับปัสสาวะและอุจจาระ โดยแมวจะฝังกลบของเสียตามพฤติกรรมธรรมชาติ ทรายแมวที่ใช้กันทั่วไปคือ ทรายจากดินเหนียว (Clay-based) ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับดีและช่วยควบคุมกลิ่น แบ่งออกเป็นแบบ จับตัวเป็นก้อน (Clumping) และ ไม่จับตัวเป็นก้อน (Non-clumping) โดยผู้บริโภคมักเลือกจากความสะดวก ราคา และรูปแบบการทำความสะอาด

ข้อมูลเชิงลึกของตลาด

เมื่อพิจารณาตามประเภทสินค้า ทรายแมวชนิดจับตัวเป็นก้อน (Clumping) ครองส่วนแบ่งรายได้สูงสุด คิดเป็น 81.6% ในปี 2024 เนื่องจากสะดวกต่อการทำความสะอาดและช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนทราย ขณะที่ทรายแมวแบบดั้งเดิม (Non-clumping/Conventional) ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่า โดยเฉพาะครัวเรือนที่เลี้ยงแมวหลายตัว

ในด้านวัตถุดิบ ทรายแมวจากดินเหนียว (Clay-based) ยังคงครองตลาดด้วยส่วนแบ่ง 82.6% จากคุณสมบัติการดูดซับสูงและราคาที่เข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มทรายแมวจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ ไม้ไผ่ และขี้เลื่อย เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะเติบโตเร็วที่สุด ด้วยอัตรา CAGR 7.1% สอดรับกับกระแสสิ่งแวดล้อม

image.pngimage.png

การที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันจำนวนมากมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) ส่งผลให้ความต้องการทรายแมวที่มีคุณภาพสูง ใช้งานสะดวก และถูกสุขอนามัยมีความต้องการเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคยินดีจ่ายในสินค้าระดับพรีเมียมที่ช่วยควบคุมกลิ่น รักษาความสะอาด และเพิ่มความสบายให้สัตว์เลี้ยง

นวัตกรรมสินค้าและความยั่งยืน

นวัตกรรมสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด ผู้ผลิตนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้พัฒนาทรายแมว และพัฒนากระบะทรายแมวอัตโนมัติที่ช่วยลดภาระการทำความสะอาด ตัวอย่างเช่น รายงานของ Spruce Pets ระบุว่า หลังการทดสอบกระบะทรายแมวอัตโนมัติ 23 รุ่นในห้องปฏิบัติการและบ้านพักอาศัยในนครนิวยอร์ก Litter-Robot 4 ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยจุดเด่นด้านการทำงานเงียบ การทำความสะอาดง่าย และแอปพลิเคชันที่ใช้งานสะดวก

image.pngimage.png

ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านความยั่งยืนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนจากการใช้ทรายแมวแบบดินเหนียวดั้งเดิมไปสู่ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ทรายแมวจากกระดาษรีไซเคิล เปลือกไม้ ข้าวโพด หรือวัสดุย่อยสลายได้ทางชีวภาพ แบรนด์ที่วางตำแหน่งด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยินดีจ่ายในราคาสูงขึ้นเพื่อความยั่งยืน

โครงสร้างตลาด การแข่งขัน และกฎระเบียบ

อุตสาหกรรมทรายแมวในสหรัฐฯ มีการคิดค้นสูตรใหม่และนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มขึ้น เช่น สูตรลดฝุ่น, ระบบเปลี่ยนสีเมื่อมีความชื้น และการใช้วัสดุทดแทนจากธรรมชาติเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ตลาดยังมีความเคลื่อนไหวด้านการควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤษภาคม 2024 Oil-Dri Corporation of America ได้เข้าซื้อกิจการ Ultra Pet Company, Inc. มูลค่า 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายฐานในตลาดทรายแมวคริสตัลที่มีการเติบโตสูง

ในด้านกฎระเบียบ หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินค้า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการแสดงฉลากสินค้า โดยกำหนดให้ระบุข้อมูลส่วนประกอบ คำเตือนด้านความปลอดภัย และวิธีการใช้งานอย่างชัดเจน

ช่องทางจำหน่าย

สำหรับช่องทางจำหน่าย ซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตยังเป็นช่องทางหลัก คิดเป็น 39.9% ของรายได้ตลาด เนื่องจากความสะดวกในการซื้อสินค้าในที่เดียว ขณะที่ช่องทางออนไลน์และอีคอมเมิร์ซคาดว่าจะเติบโตเร็วที่สุด จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก การจัดส่งถึงบ้าน และบริการแบบสมัครสมาชิก

ผู้ประกอบการหลักในตลาดสหรัฐฯ

ผู้เล่นสำคัญในตลาดผลิตภัณฑ์ทรายแมวของสหรัฐฯ ได้แก่

  • Nestlé

  • The Clorox Company

  • Mars, Incorporated

  • Church & Dwight Co., Inc.

  • Dr. Elsey's

พัฒนาการสินค้าล่าสุดในตลาด

  • ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 SoyKitty เปิดตัวทรายแมวจากพืช 100% ตอกย้ำแนวโน้มสินค้าเพื่อความยั่งยืน

  • ในงาน Global Pet Expo ปี 2024 แบรนด์ Dr. Elsey’s ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ทรายแมวจากไม้สนอบแห้งและสูตรควบคุมกลิ่นพิเศษ

  • ในเดือนตุลาคม 2025 แบรนด์ ökocat เปิดตัวทรายแมวสูตรใหม่สำหรับบ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัว โดยเน้นการควบคุมกลิ่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น 

เทรนด์สำคัญที่กำลังขับเคลื่อนตลาด

1. การเปลี่ยนผ่านสู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainability and Biodegradability)

กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials มีแนวโน้มในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ:

  • การใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร: มีการปรับเปลี่ยนจากการใช้สารเบนโทไนท์ (Bentonite) ไปสู่การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อาทิ ข้าวโพด, ไม้สนข้าวสาลีเปลือกวอลนัท และมันสำปะหลัง ซึ่งมีอัตราการขยายตัวทางมูลค่าการค้าสูงกว่าทรายแมวแบบดินเหนียวดั้งเดิม

image.png

  • ประสิทธิภาพการย่อยสลาย: ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (Biodegradable) หรือสามารถกำจัดผ่านระบบสุขาภิบาล (Flushable) เพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดหรือพื้นที่จำกัดในเขตเมือง

  • สุขอนามัยและความปลอดภัย: ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมักมีคุณสมบัติในการลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง (Low Dust) และปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง

2. นวัตกรรมการตรวจวัดสุขภาพและเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Health Monitoring and Smart Integration)

ผลิตภัณฑ์ทรายแมวในปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก:

  • ผลิตภัณฑ์บ่งชี้สภาวะสุขภาพ (Health-Indicator Litter): มีการใช้นวัตกรรมซิลิกาเจลที่สามารถเปลี่ยนสีตามค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH Balance) ของปัสสาวะ เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคทางเดินปัสสาวะหรือภาวะโรคไตในเบื้องต้น

image.png image.png

  • การรองรับระบบสุขาภิบาลอัตโนมัติ: จากการขยายตัวของตลาดกระบะทรายอัตโนมัติ (Smart Litter Box) ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี ส่งผลให้ความต้องการทรายแมวที่มีคุณสมบัติการจับตัวเป็นก้อนในระยะเวลาอันสั้นและมีขนาดโมเลกุลที่เหมาะสมกับกลไกการทำงานของเครื่องจักรเพิ่มสูงขึ้น

3. การยกระดับสู่สินค้าพรีเมียมและประสิทธิภาพขั้นสูง (Premiumization and High Performance)

พฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มในการยอมรับระดับราคาที่สูงขึ้น (Price Premium) เพื่อแลกกับประสิทธิภาพและสุขอนามัยภายในที่พักอาศัย:

  • นวัตกรรมการควบคุมกลิ่น (Advanced Odor Control): การบริหารจัดการกลิ่นไม่พึงประสงค์ยังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ โดยมีการนำเทคโนโลยีจุลินทรีย์โพรไบโอติก (Probiotic) และถ่านกัมมันต์ (Activated Charcoal) มาใช้เพื่อประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นจากต้นเหตุ

  • สูตรน้ำหนักเบา (Lightweight Formula): การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรายแมวให้มีน้ำหนักเบาแต่ประสิทธิภาพสูง กำลังแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากทรายแบบเดิม เนื่องจากช่วยลดภาระด้านการขนส่ง (โดยเฉพาะการสั่งซื้อออนไลน์)

กฎระเบียบและข้อกำหนดการนำเข้าทรายแมวสู่สหรัฐอเมริกา

การนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงมายังสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ของหน่วยงานหลัก คือ Customs and Border Protection (CBP) และ USDA (กระทรวงเกษตร) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • พิกัดศุลกากร (HS Code): โดยทั่วไปทรายแมวมักใช้รหัส 2508.10 (Bentonite) หรือ 1404.90 (Vegetable products n.e.s. สำหรับทรายธรรมชาติ)

  • การควบคุมศัตรูพืช (USDA-APHIS): สำหรับทรายแมวที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ (ข้าวโพด, มันสำปะหลังไม้) ต้องผ่านการตรวจสอบว่าไม่มีแมลงหรือศัตรูพืชปนเปื้อน และอาจต้องมี Phytosanitary Certificate (ใบรับรองปลอดศัตรูพืช) จากประเทศต้นทาง

  • การกล่าวอ้างสรรพคุณ (Labeling Claims): หากระบุว่า "ช่วยตรวจสุขภาพ" หรือ "ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย" บนบรรจุภัณฑ์ อาจต้องผ่านการตรวจสอบจาก FDA (องค์การอาหารและยา) หรือ EPA (สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม) เนื่องจากถือเป็นสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพหรือสารกำจัดแมลง/เชื้อโรค

  • บรรจุภัณฑ์: ต้องระบุน้ำหนักสุทธิ (Net Weight) เป็นหน่วยอิมพีเรียล (Pounds/Ounces) และระบุประเทศผู้ผลิต (Country of Origin) อย่างชัดเจน

ข้อเสนอแนะจาก สคต. ณ นครนิวยอร์ก

ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าสู่ตลาดทรายแมวในสหรัฐฯ ควรมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ และมีจุดขายด้านสุขภาพสัตว์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ควบคู่กับการออกแบบบรรจุภัณฑ์และฉลากให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสหรัฐฯ อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ควรพิจารณาใช้ช่องทางออนไลน์และอีคอมเมิร์ซเป็นกลยุทธ์หลักในการเข้าถึงตลาด พร้อมสร้างแบรนด์ในกลุ่มพรีเมียมหรือเฉพาะทาง (Niche) เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดที่มีผู้เล่นรายใหญ่ครองส่วนแบ่งอยู่แล้ว

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก 

ข้อมูลอ้างอิง   https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/us-cat-litter-products-market-report

 

Share :
Instagram