fb
โรงงานญี่ปุ่นในไทยเร่งลงทุนเทคโนโลยี เปิดโอกาสผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง

โรงงานญี่ปุ่นในไทยเร่งลงทุนเทคโนโลยี เปิดโอกาสผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง

โดย
Wattanachai
ลงเมื่อ 31 สิงหาคม 2569 20:30
สคต. ณ กรุงโตเกียว (ญี่ปุ่น) (TTC, Tokyo (Japan))
2

ผลการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยประจำครึ่งแรกของปีพุทธศักราช 2569 ซึ่งจัดทำโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ (JETRO Bangkok) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) จากกลุ่มตัวอย่างสถานประกอบการจำนวน 504 แห่ง โดยมี 432 แห่ง ระบุรายละเอียดแผนการลงทุนอย่างชัดเจนสะท้อนให้เห็นว่าภาคการผลิตของญี่ปุ่นในประเทศไทยกำลังปรับทิศทางจากการขยายกำลังการผลิตไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพ เทคโนโลยีและความยั่งยืนมากขึ้น
ผลสำรวจพบว่าร้อยละ 59 หรือ 256 บริษัท มีแผนลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่เพื่อทดแทนเครื่องจักรเดิม ขณะที่ร้อยละ 31 หรือ 132 บริษัทมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในและร้อยละ 22 หรือ 96 บริษัท มีแผนลงทุนด้านระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบประหยัดพลังงาน ทั้งนี้บริษัทหนึ่งแห่งสามารถมีแผนการลงทุนได้มากกว่าหนึ่งประเภทจึงทำให้สัดส่วนดังกล่าวรวมกันเกินร้อยละ 100
สำหรับสถิติสะสมตั้งแต่ปี 2564 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 พบว่าบริษัทญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI รวม 1,380 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 396,000 ล้านบาท ขณะที่มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสู่อนาคต Smart and Sustainable Industry มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมแล้วมากกว่า 55,000 ล้านบาท สะท้อนถึงแนวโน้มการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ/ผู้ประกอบการไทย 
การยกระดับเทคโนโลยีของภาคการผลิตญี่ปุ่นในประเทศไทยจะก่อให้เกิดความต้องการชิ้นส่วนและบริการด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นทั้งชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูง เซนเซอร์ ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของไทยในการพัฒนาศักยภาพและเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นรวมถึงการต่อยอดไปสู่ตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังเป็นความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะผู้ผลิตระดับ Tier 2 และ Tier 3 ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน เทคโนโลยีและทักษะแรงงาน หากยังคงพึ่งพาเครื่องจักรและกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียคำสั่งซื้อ เนื่องจากผู้ผลิตญี่ปุ่นมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับความแม่นยำ ประสิทธิภาพ ระยะเวลาการผลิต ตลอดจนมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะของ สคต. (สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ)
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศเห็นว่าแนวโน้มการลงทุนของภาคการผลิตญี่ปุ่นสะท้อนทิศทางของภาคอุตสาหกรรมและการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ประสิทธิภาพการผลิต ความยั่งยืนและการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น ดังนั้นการแข่งขันด้านการส่งออกชิ้นส่วนในอนาคตจึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะด้านราคาแต่รวมถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยี คุณภาพ มาตรฐานการผลิตและการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
ในด้านการส่งเสริมการค้าภาครัฐและสคต. ควรบูรณาการความร่วมมือกับ JETRO และ BOI ในการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเชิงลึกระหว่างผู้ประกอบการไทยกับบริษัทญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve และอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและผู้ประกอบการเทคโนโลยีของไทยพัฒนาความสามารถในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทญี่ปุ่น และขยายโอกาสการส่งออกไปยังโรงงานและเครือข่ายการผลิตของญี่ปุ่นในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ
 

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการไทย
ผู้ประกอบการไทยควรเร่งยกระดับกระบวนการผลิตไปสู่ Smart Factory อย่างเป็นขั้นตอนโดยสามารถเริ่มจากการนำเทคโนโลยี IoT และระบบเซนเซอร์ มาประยุกต์ใช้กับเครื่องจักรเดิมเพื่อเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพและลดของเสียโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องจักรทั้งหมดในคราวเดียว ซึ่งจะช่วยลดภาระการลงทุนและทำให้สามารถทยอยยกระดับโรงงานตามความพร้อมของแต่ละกิจการ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการควรปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทาง Carbon Neutrality โดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พิจารณาการใช้พลังงานสะอาดและจัดทำข้อมูลด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมของคู่ค้าและตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับการ Upskill และ Reskill บุคลากร โดยเฉพาะทักษะด้านการควบคุมและบำรุงรักษาระบบอัตโนมัติ การใช้งานหุ่นยนต์อุตสาหกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตและซอฟต์แวร์ควบคุมกระบวนการผลิต เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก



สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
แปลและเรียบเรียงจาก
หนังสือพิมพ์ TCIJ วันที่ 18 สิงหาคม 2569

TH-ฉบับที่ 24 วันที่ 16 - 31 สิงหาคม 2569.pdf
Share :
Instagram