fb
รายงานสถานการณ์และศักยภาพสินค้าอาหารไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา ปี 2026

รายงานสถานการณ์และศักยภาพสินค้าอาหารไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา ปี 2026

โดย
Suwaparb
ลงเมื่อ 06 ตุลาคม 2569 11:15
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
5

รายงานสถานการณ์และศักยภาพสินค้าอาหารไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา ปี 2026

image.png

          สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทย โดยในปี 2025 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากไทยรวมประมาณ 91.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามข้อมูล U.S. Census/USTR ขณะที่ข้อมูล UN Comtrade รายงานมูลค่าประมาณ 94.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีความแตกต่างกันเล็กน้อยจากหลักเกณฑ์ทางสถิติและวิธีการบันทึกข้อมูลของแต่ละฐานข้อมูล 

           สำหรับกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตร ไทยมีฐานตลาดที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารและผลไม้แปรรูป ข้าว อาหารทะเลแปรรูป ซอสและเครื่องปรุง เส้นและผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ผลไม้ และเครื่องดื่ม สินค้าอาหาร 10 กลุ่มสำคัญที่นำเข้าจากไทยมีมูลค่ารวมมากกว่า 5.2 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 หรือคิดเป็นประมาณ 5.5% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าทั้งหมดจากไทย 

            จุดแข็งสำคัญของสินค้าไทยคือภาพลักษณ์ด้านรสชาติ อาหารไทยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ความหลากหลายของวัตถุดิบ ความสามารถด้าน food processing และ OEM/private label รวมถึงเครือข่ายร้านอาหารไทยและ Asian grocery ที่มีอยู่ทั่วสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 การแข่งขันมีความท้าทายมากขึ้นจาก ต้นทุนภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง ค่าแรงและค่ากระจายสินค้า กฎระเบียบ FDA/USDA ที่เข้มงวด การแข่งขันด้านราคาจากประเทศเอเชียอื่น รวมถึงความจำเป็นในการปรับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอเมริกัน

             อีกประเด็นสำคัญคือ สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทยภายใต้นโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยอัตราภาษีและข้อยกเว้นแตกต่างกันไปตามประเภทและพิกัดของสินค้า ดังนั้น ผู้ส่งออกจำเป็นต้องตรวจสอบ HTS Code อัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง และเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นต่าง ๆ เป็นรายสินค้า ก่อนกำหนดราคาและวางแผนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ

1. FACTS: สถานการณ์สินค้าอาหารไทยในตลาดสหรัฐฯ                                                                                                 

1.1 ภาพรวมการค้าสหรัฐฯ–ไทย ในปี 2025 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากประเทศไทยประมาณ 91.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นประมาณ 45% จากปีก่อน ขณะที่สหรัฐฯ ส่งออกไปไทยประมาณ 19.6 พันล้านเหรียญ ส่งผลให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้ากับไทยประมาณ 71.7 พันล้านเหรียญ ในช่วง มกราคม–กรกฎาคม 2026 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากไทยแล้วประมาณ 80.87 พันล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับการส่งออกจากสหรัฐฯ ไปไทยประมาณ 14.52 พันล้านเหรียญ แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศยังมีขนาดใหญ่และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง                                                                                                            

1.2 Top 10 กลุ่มสินค้าอาหารที่สหรัฐฯ นำเข้าจากไทย อ้างอิงข้อมูลการนำเข้าของสหรัฐฯ จากประเทศไทยปี 2024-2025 แบ่งตามหมวดสินค้า HS4 (พิกัดศุลกากรระดับ 4 หลัก)

อันดับ

HS4

        สินค้า

2024              (ล้านเหรียญสหรัฐ)

2025              (ล้านเหรียญสหรัฐ)

Growth 2024/25

2025          (ม.ค-ก.ค)

2026     (ม.ค-ก.ค)

Growth 2024/25

1

2309

อาหารสัตว์

805.17

985.09

+22.38%

586.56

602.26

+2.68%

2

1006

ข้าว

789.18

873.78

+10.84%

552.01

488.17

-11.57%

3

1604

ปลาแปรรูป

669.71

693.42

+4.54%

439.43

413.83

-5.83%

4

2008

ผลไม้/ถั่วแปรรูป

382.10

490.53

+28.49%

286.61

258.84

-9.69%

5

2009

น้ำผลไม้/น้ำผัก

274.85

352.35

+28.20%

208.57

223.46

+7.14%

6

1605

กุ้ง/ครัสเตเชียนแปรรูป

227.78

225.29

−1.09%

121.77

128.56

+5.58%

7

2106

อาหารปรุงแต่งอื่น ๆ

169.28

183.86

+8.61%

105.34

110.36

+4.77%

8

2103

ซอส/เครื่องปรุง

135.17

136.02

+0.63%

85.63

79.90

-6.69%

9

1905

ขนมอบ/เบเกอรี่

125.49

124.78

−0.57%

74.86

61.35

-18.05%

10

0306

กุ้ง/ครัสเตเชียน

110.99

109.03

−1.77%

61.31

68.27

+11.35%

         ข้อมูลจาก U.S. Agricultural Trade https://apps.fas.usda.gov/gats/

1.3 กลุ่มสินค้าสำคัญในตลาดสหรัฐฯ     

         1.3.1 อาหารสัตว์เลี้ยง                                                                                                                                 

อาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอาหารสุนัขและแมว เป็นหนึ่งในสินค้าอาหารส่งออกที่มีศักยภาพของไทยในตลาดสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอาหารสุนัขและแมวอันดับหนึ่งของไทย และมีความต้องการสินค้าอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิตอาหาร รวมถึงความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว ตลอดจนความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม อาหารเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการเฉพาะด้าน ดังนั้น อาหารสัตว์เลี้ยงจึงถือเป็นหนึ่งในสินค้า “ดาวเด่น” ของไทยที่มีโอกาสขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ โดยผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม คุณภาพและมาตรฐาน ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสหรัฐฯ                                                                                                                                                                                                          

          1.3.2 ข้าวไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา                                                                                                                                                                                                                                    

                ข้าวเป็นหนึ่งในสินค้าอาหารไทยที่มีความสำคัญและมีศักยภาพในตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทย (Thai Hom Mali/Jasmine Rice) ซึ่งมีจุดเด่นด้านกลิ่นหอม รสชาติ และคุณภาพ และเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชีย รวมถึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป แนวทางการแข่งขันของข้าวไทย  ในตลาดสหรัฐฯ จึงควรมุ่งเน้นตลาดข้าวคุณภาพสูงและข้าวที่มีมูลค่าเพิ่ม (Premium and Value-added Rice) มากกว่าการแข่งขันด้านราคา โดยกลุ่มสินค้าที่มีโอกาส ได้แก่ ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง ข้าวออร์  แกนิก ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวเพื่อสุขภาพหรือข้าวเฉพาะทาง (Specialty Rice) นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคสหรัฐฯ เช่น ข้าวพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat/Ready-to-Heat Rice) ผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสุขภาพ และขนมขบเคี้ยวจากข้าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดข้าวไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น   

ข้อมูลจากกรมศุลกากรในเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ไทยมีปริมาณการส่งออกข้าวอยู่ที่ 3.90 ล้านตัน โดยปริมาณส่งออกข้าวไทยลดลงร้อยละ 15.58 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณส่งออกอยู่ที่ 4.62 ล้านตัน และมีมูลค่า 22,269 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 7,272,027 ล้านบาท) ลดลงร้อยละ 17.34จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 22,745 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 9,191,573 ล้านบาท) ถึงแม้ว่าการส่งออกข้าวไทย   ในภาพรวมยังคงลดลง แต่การส่งออกข้าวไปยังประเทศผู้นำเข้าสำคัญในภูมิภาคเอเชีย (ได้แก่ มาเลเซียและฟิลิปปินส์) และภูมิภาคแอฟริกา (ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณรัฐโมซัมบิก และสาธารณรัฐแองโกลา) มีความต้องการนำเข้าข้าวขาวเพิ่มขึ้น เป็นการช่วยทดแทนปริมาณการส่งออกข้าวไปอิรักที่ลดลง นอกจากนี้ แอฟริกาใต้ยังมีความต้องการนำเข้าข้าวนึ่งเพิ่มขึ้น สำหรับการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยมายังสหรัฐฯ ผู้นำเข้าข้าวหอมมะลิไทยอาจลดปริมาณการนำเข้าลงเนื่องจากราคาข้าวหอมมะลิไทยยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นและกำลังซื้อลดลง

1.5 โครงสร้าง Distribution Channel ของผู้นำเข้าในตลาดสินค้าอาหารเอเชียในสหรัฐฯ โดยทั่วไป

image.png

6. โอกาสและช่องทางจำหน่ายสินค้าไทย

1.6.1 Asian Supermarket Channel ช่องทางจำหน่ายสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชียรายใหญ่ อาทิ H Mart, Lotte Plaza Market และ 99 Ranch Market รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชียอิสระ (Asian Independent Supermarkets) ตลอดจนร้านขายของชำที่จำหน่ายสินค้าเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชีย เช่น ร้านสินค้าไทย เวียดนาม จีน และเกาหลี (Thai/Vietnamese/Chinese/Korean Grocery Stores) ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชียในสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น H Mart มีหมวดสินค้า Thai โดยเฉพาะ และจำหน่ายแบรนด์ไทยหลากหลาย เช่น Maesri, Aroy-D, Mama, FOCO และ Chaokoh เป็นต้น

1.6.2 Mainstream Channel เป็นช่องทางตลาดที่มีศักยภาพสูงในระยะยาว เนื่องจากสามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวอเมริกันในวงกว้าง โดยกลุ่มผู้ค้าปลีกเป้าหมาย ได้แก่ Walmart, Costco, Sam’s Club, Whole Foods Market, Wegmans, ShopRite, Kroger, Target และ Trader Joe’s ซึ่งเป็นเครือข่ายค้าปลีกที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ และเป็นช่องทางสำคัญในการขยายสินค้าไทยจากตลาดเฉพาะกลุ่มไปสู่ตลาดกระแสหลัก (Mainstream Market) ในสหรัฐฯ                               

          อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกในสหรัฐฯ โดยเฉพาะเครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องมีความพร้อมในหลายด้าน ได้แก่ กำลังการผลิตที่เพียงพอ (Volume) คุณภาพสินค้าที่สม่ำเสมอ (Consistent Quality) บรรจุภัณฑ์ที่พร้อมสำหรับตลาดสหรัฐฯ (U.S.-ready Packaging) มาตรฐานและใบรับรองที่เกี่ยวข้อง (Certifications) ต้นทุนสินค้าถึงปลายทางที่สามารถแข่งขันได้ (Competitive Landed Cost) และระบบการผลิตและจัดส่งที่มีความน่าเชื่อถือ (Reliable Supply Chain) เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของ   ผู้ซื้อและรักษาการจำหน่ายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

1.6.3 Foodservice เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการกระจายสินค้าอาหารไทยในตลาดสหรัฐฯ โดยครอบคลุมทั้งผู้ค้าส่งและผู้จัดจำหน่ายสินค้าอาหารรายใหญ่ เช่น Restaurant Depot, Sysco และ US Foods รวมถึงผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้แก่ร้านอาหาร (Restaurant Distributors) ร้านอาหารไทย ร้านอาหารเอเชีย ตลอดจนธุรกิจโรงแรมและกลุ่มลูกค้าสถาบัน (Hotel/Institutional Foodservice) ซึ่งเป็นช่องทางที่มีศักยภาพในการสร้างยอดขายในปริมาณมากและต่อเนื่อง

ร้านอาหารไทยสามารถทำหน้าที่เป็น “Market Incubator” หรือพื้นที่บ่มเพาะตลาดสำหรับสินค้าอาหารไทย โดยเป็นช่องทางที่ช่วยให้ผู้บริโภคสหรัฐฯ ได้ทดลองและทำความรู้จักกับวัตถุดิบ รสชาติ และผลิตภัณฑ์อาหารไทยก่อนที่จะพบสินค้าเหล่านั้นในช่องทางค้าปลีกเมื่อผู้บริโภคเกิดความคุ้นเคยและมีความต้องการซื้อสินค้าไปบริโภคหรือประกอบอาหารที่บ้าน จะช่วยสร้างอุปสงค์ในตลาดและสนับสนุนการขยายสินค้าจากร้านอาหารและตลาดเฉพาะกลุ่มไปสู่ Asian Retail และ Mainstream Retail ได้ในระยะต่อไป

ข้อคิดเห็นและเสนอแนะจากสคต. นิวยอร์ก ตลาดสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับสินค้าอาหารไทย แม้ในปี 2569 สภาพแวดล้อมทางการค้าจะเผชิญความท้าทายเพิ่มขึ้น ทั้งจากภาระภาษีนำเข้า ต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ตลอดจนการแข่งขันจากประเทศผู้ส่งออกอาหารรายอื่น อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยยังมีจุดแข็งสำคัญจากการเป็นที่ยอมรับของอาหารไทยในตลาดสหรัฐฯ เอกลักษณ์ด้านรสชาติ วัตถุดิบเขตร้อนที่มีความหลากหลาย ศักยภาพของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์              ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ดังนั้น แนวทางการส่งเสริมตลาดในระยะต่อไปควรปรับจากการประชาสัมพันธ์อาหารและสินค้าไทยในภาพรวม ไปสู่กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นสินค้าเป็นรายกลุ่ม (Product-specific) ขับเคลื่อนจากความต้องการของผู้ซื้อ (Buyer-driven) และให้ความสำคัญกับการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย (Distribution-focused) มากยิ่งขึ้น             โดยเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก และผู้ประกอบการธุรกิจอาหารในสหรัฐฯ อย่างเป็นระบบ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาสินค้า บรรจุภัณฑ์ ราคา และมาตรฐานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

               เป้าหมายของการส่งเสริมสินค้าอาหารไทยจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการสร้างการรับรู้และทำให้ผู้บริโภครู้จักอาหารไทยมากขึ้นเท่านั้น แต่ควรมุ่งไปสู่การสร้างโอกาสทางการค้าที่เป็นรูปธรรม โดยเพิ่มจำนวนสินค้าไทยที่สามารถเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายทั้งตลาดเอเชียและตลาดกระแสหลัก ขยายพื้นที่และจุดจำหน่ายสินค้า ตลอดจนสร้างยอดขายและคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของสินค้าอาหารไทยในตลาดสหรัฐฯ

                         ------------------    

แหล่งที่มา:

ที่มา: U.S. Census Bureau, Trade in Goods with Thailand, accessed September 2026.

ที่มา: USDA Economic Research Service (ERS), Rice Outlook, 2026.

ที่มา: U.S. Food and Drug Administration (FDA), Importing Food Products into the United States.

ที่มา: Specialty Food Association, 2026 Summer Fancy Food Show Recap, July 7, 2026.

  

                                                         สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก 

                       สคต. นิวยอร์ก เดือนตุลาคม 2569

Share :
Instagram