

เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลตุรกีได้มีการออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าหลายฉบับ โดยหลักๆ แล้วเป็นการแก้ไขข้อกำหนดสำคัญเกี่ยวกับสินค้าและกลุ่มประเทศที่ต้องเสียภาษีนำเข้าเพิ่มเติม รวมถึงโควตาการนำเข้าสำหรับสินค้าหลายรายการ และอัตราภาษีศุลกากรเพิ่มเติมที่แก้ไขใหม่
ตามประกาศดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป จะมีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมสูงสุดถึงร้อยละ 48 สำหรับสินค้า 4,348 รายการ ไม่รวมสินค้าเกษตร ที่นำเข้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าที่ยื่นสำแดงศุลกากรภายในวันที่ 31 มกราคม 2026 อัตราภาษีศุลกากรเพิ่มเติมหรือภาระผูกพันทางการเงินเดิมจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป
ในจำนวนนี้มีประกาศ 3 ฉบับ ที่เปิดโควตาภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้าสินค้าหลายรายการโดยไม่ต้องเสียภาษี โดยอนุญาตให้มีการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรม 38 รายการ โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรในช่วงเวลาที่กำหนด ในจำนวนนี้ สินค้า 27 รายการ รวมถึงแบตเตอรี่และเซลล์ลิเธียม สามารถนำเข้าโดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรได้จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2027 สินค้าสิ่งทอเคลือบพลาสติกหรือลามิเนตบางประเภทภายใต้รหัสภาษีศุลกากรที่ระบุ จะได้รับอนุญาตให้นำเข้าโดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรได้ในโควตาสูงสุด 8 ล้านตารางเมตร จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026 สารเคมีอินทรีย์ตามที่ระบุไว้ในโควตาจำนวน 40,725 ตัน และแผ่นอลูมิเนียม จะมีสิทธิ์นำเข้าโดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรในช่วงระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 31 ธันวาคม 2026 และมีประกาศอีก 36 ฉบับ ที่กำหนดราคาสินค้าอ้างอิงสำหรับสินค้านำเข้า 172 รายการ ที่ถึงแม้ว่าราคานำเข้าจริงจะต่ำกว่านี้ แต่ภาษีศุลกากรจะถูกคำนวณตามราคาสินค้าอ้างอิงตามประกาศ
ต่อเนื่องกันในช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการแก้ไขกฎระเบียบโดยยกเลิกระเบียบเดิมที่เคยอนุญาตให้มีการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 30 ยูโร เข้าตุรกีได้โดยไม่ต้องผ่านพิธีการศุลกากร ดังนั้นการซื้อสินค้ามูลค่าต่ำจากต่างประเทศผ่านทางไปรษณีย์แบบปลอดภาษีจะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป สินค้าที่ส่งไปยังตุรกีผ่านบริการขนส่งด่วนหรือไปรษณีย์เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์จะต้องเสียภาษีศุลกากรด้วยเช่นกัน โดยสินค้าที่มาจากประเทศในสหภาพยุโรปจะถูกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 30 ในขณะที่สินค้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปจะถูกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราร้อยละ 60
ข้อคิดเห็นจากสำนักงานฯ
การปรับปรุงมาตรการการนำเข้าดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลตุรกียังคงยึดมั่นในแนวทางการเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศโดยการลดการขาดดุลทางการค้าซึ่งหมายถึงจะต้องพยายามเพิ่มความสามารถในการส่งออกและจำกัดการนำเข้าให้มากที่สุดในทุกวิถีทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าการลดลงของอัตราเงินเฟ้อยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้คาดการณ์ไว้ และค่าเงินลีร่าตุรกียังไม่ค่อยมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ตามรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD ในช่วงปลายปี 2025 ได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของตุรกีสำหรับปี 2025 จากร้อยละ 33.5 เป็นร้อยละ 34.5 และในปี 2026 ก็ปรับเพิ่มจากร้อยละ 19.2 เป็นร้อยละ 20.8 โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากขึ้น เหลือร้อยละ 11.7 ในปี 2027
ที่มา: https://businessturkeytoday.com/economy-in-turkey-decisions-shaping-the-import-regime-announced.html