fb
เจาะยุทธศาสตร์อียิปต์รุกเอเชีย 3 ประเทศ และนัยต่อโอกาสทางการค้าของไทย:   ตอนที่ 1 สาธารณรัฐเกาหลี

เจาะยุทธศาสตร์อียิปต์รุกเอเชีย 3 ประเทศ และนัยต่อโอกาสทางการค้าของไทย: ตอนที่ 1 สาธารณรัฐเกาหลี

โดย
saraleey@ditp.go.th
ลงเมื่อ 18 ตุลาคม 2569 13:00
สคต. ณ กรุงไคโร (อียิปต์) (TTC, Cairo (Egypt))
1

ระหว่างวันที่ 6–11 ตุลาคม 2569 ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี (Abdel Fattah El-Sisi) ของอียิปต์ เดินทางเยือนเอเชีย 3 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน ส่งเสริมอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ตลอดจนขยายบทบาทของอียิปต์ในห่วงโซ่อุปทานระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป

ภายหลังเดินทางกลับอียิปต์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ประธานาธิบดีอัล-ซีซีระบุว่า การเยือนครั้งนี้นำไปสู่การลงนามและแลกเปลี่ยนข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจรวมประมาณ 20 ฉบับ โดยเน้น การขยายการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ 

ตอนที่ 1 สาธารณรัฐเกาหลี

ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ของอียิปต์ เดินทางเยือนสาธารณรัฐเกาหลีอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 7–9 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นจุดหมายแรกของการเดินทางเยือนเอเชีย 3 ประเทศ   โดยได้พบหารือกับประธานาธิบดีอี แจ-มยอง (Lee Jae Myung) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ณ กรุงโซล นับเป็นการสานต่อความร่วมมือภายหลังผู้นำสาธารณรัฐเกาหลีเดินทางเยือนอียิปต์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568  ในโอกาสครบรอบ 30 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองฝ่ายประกาศยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการลงทุนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 

การเยือนสาธารณรัฐเกาหลีครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของอียิปต์ในการแสวงหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจจาก   การพึ่งพาการนำเข้าไปสู่การผลิตภายในประเทศและการส่งออกมากขึ้น อียิปต์มีความได้เปรียบด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ การเชื่อมต่อกับเส้นทางเดินเรือคลองสุเอซ และการเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และยุโรป ขณะที่สาธารณรัฐเกาหลีมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม และเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลก จึงเป็นความร่วมมือที่สามารถตอบสนองความต้องการของทั้งสองฝ่าย โดยอียิปต์ต้องการเงินลงทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้ในการพัฒนาอุตสาหกรรม ส่วนสาธารณรัฐเกาหลีต้องการขยายตลาดและสร้างฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่น

ผลลัพธ์สำคัญของการเยือน คือการลงนามและแลกเปลี่ยนข้อตกลงและเอกสารความร่วมมือ 12 ฉบับ ครอบคลุมสาขาการค้า อุตสาหกรรม พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสารสนเทศ การคมนาคมทางทะเล การศึกษา วัฒนธรรม และประกันสังคม โดยหนึ่งในความคืบหน้าที่สำคัญที่สุดคือการลงนามในปฏิญญาร่วมเพื่อเริ่มกระบวนการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) ซึ่งมีเป้าหมายขยายการค้าสินค้าและบริการ ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนและห่วงโซ่อุปทาน ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าเริ่มการเจรจารอบแรกในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 อย่างไรก็ตาม ความตกลงดังกล่าวยังอยู่ในขั้นเตรียมเจรจา ไม่ใช่ความตกลงการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้แล้ว

อีกหนึ่งสาขาที่ได้รับความสำคัญเป็นพิเศษ คือ อุตสาหกรรมต่อเรือและโลจิสติกส์ทางทะเล โดยทั้งสองประเทศลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อพัฒนาศักยภาพการต่อและซ่อมเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การฝึกอบรมบุคลากร และการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเรือ รวมถึงความร่วมมือด้านท่าเรือและการขนส่งทางทะเล โครงการเหล่านี้สอดคล้องกับความพยายามของอียิปต์ในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากคลองสุเอซ ซึ่งนอกจากเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญของโลกแล้ว ยังมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น การซ่อมบำรุงเรือ บริการโลจิสติกส์ และการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมทางทะเล

ด้านพลังงานและเทคโนโลยี ทั้งสองประเทศตกลงขยายความร่วมมือด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม การจัดการพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานและระบบส่งไฟฟ้าแรงดันสูง ขณะเดียวกันยังมีความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นสาขาที่อียิปต์ต้องการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

สำหรับความร่วมมือกับภาคเอกชน ประธานาธิบดีอัล-ซีซีเข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมกับผู้บริหารและตัวแทนบริษัทชั้นนำของสาธารณรัฐเกาหลีจำนวน 23 บริษัท เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เพื่อเชิญชวนให้ขยายการลงทุนในอียิปต์ โดยมีความคืบหน้าเกี่ยวกับความร่วมมือด้านระบบขนส่งมวลชน   ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรเจนระหว่างบริษัท Hyundai Rotem และหน่วยงานด้านอุโมงค์และระบบรางของอียิปต์ สำหรับโครงการรถรางในเมืองหลวงบริหารแห่งใหม่ ความร่วมมือดังกล่าวเป็นกรอบการพัฒนาโครงการที่ต้องติดตามการดำเนินงานต่อไป มิใช่การยืนยันว่าโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จหรือมีการลงทุนเต็มจำนวนแล้ว 

การยกระดับความสัมพันธ์ครั้งนี้ยังมีนัยต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือด้านการผลิตยุทโธปกรณ์อยู่ก่อนแล้ว โดยสาธารณรัฐเกาหลีให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือด้านการผลิตและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางอุตสาหกรรม ขณะที่อียิปต์มองว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตภายในประเทศและสร้างแรงงานฝีมือ นอกจากนี้      ทั้งสองประเทศยังตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านอุดมศึกษา การวิจัย และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม โดยกำหนดให้ปี 2570 เป็นปีแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ

 

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

  • สคต. ณ กรุงไคโร เห็นว่า ในภาพรวม การเยือนสาธารณรัฐเกาหลีมีความสำคัญต่ออียิปต์อย่างน้อยสองประการ ได้แก่ การสร้างพันธมิตรด้านเทคโนโลยีสำหรับยกระดับอุตสาหกรรมภายในประเทศ และการเพิ่มโอกาสให้อียิปต์เป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าของนักลงทุนเอเชียไปยังตลาดภูมิภาคอื่น หากความตกลง CEPA สามารถเจรจาสำเร็จและมีการลงทุนใหม่ตามมา อียิปต์อาจมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า พลังงาน และอุปกรณ์อุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ผลสำเร็จที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับการดำเนินโครงการ การลดอุปสรรคทางธุรกิจ และความสามารถของอียิปต์ในการรักษาบรรยากาศการลงทุน ให้มีความต่อเนื่อง

  • ทั้งนี้ การเยือนสาธารณรัฐเกาหลีสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า อียิปต์กำลังให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนที่สามารถสร้างฐานการผลิตและถ่ายทอดเทคโนโลยี มากกว่าการเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว แนวโน้มดังกล่าวมีทั้งโอกาสและความท้าทายต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า และวัสดุอุตสาหกรรม ซึ่งไทยมีขีดความสามารถในการผลิตและมีผู้ประกอบการอยู่ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

  • ในด้านโอกาส การขยายการลงทุนของบริษัทสาธารณรัฐเกาหลีในอียิปต์อาจเพิ่มความต้องการนำเข้าชิ้นส่วน วัตถุดิบ และอุปกรณ์จากต่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับบริษัทข้ามชาติอยู่แล้วจึงควรศึกษาช่องทางการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของโรงงานที่ตั้งอยู่ในอียิปต์ รวมถึงโอกาสในการร่วมลงทุนหรือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตท้องถิ่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยชิ้นส่วนคุณภาพสูงและการผลิตตามมาตรฐานสากล

  • อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว หากอียิปต์และสาธารณรัฐเกาหลีสามารถพัฒนาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและการค้าได้อย่างเต็มรูปแบบ ก็อาจทำให้สินค้าที่ผลิตในอียิปต์มีความสามารถ   ในการแข่งขันสูงขึ้น และเพิ่มการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากไทยในบางสาขา สคต. ณ กรุงไคโร จึงเห็นว่าผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาอียิปต์ไม่เฉพาะในฐานะตลาดส่งออก แต่รวมถึงการเป็นฐานเชื่อมโยงการผลิตและการกระจายสินค้าไปยังแอฟริกาและตะวันออกกลาง ทั้งนี้ ควรติดตามความคืบหน้าของการเจรจา CEPA และโครงการลงทุนของสาธารณรัฐเกาหลีในอียิปต์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยและโอกาสในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจใหม่

 

แหล่งที่มาของข้อมูล 

  1. รูปภาพ https://www.dailynewsegypt.com/2026/10/09/egypt-and-south-korea-elevate-relations-to-strategic-partnership-sign-12-agreements-launch-cepa-trade-talks/

  2. State Information Service (Egypt), 8 October 2026 — Joint Statement on Egypt–Republic of Korea Strategic Partnership

  3. Presidency of the Arab Republic of Egypt, 7 October 2026 — Roundtable Meeting with Korean CEOs

  4. Ahram Online, 8 October 2026 — Egypt, South Korea Sign 12 MoUs and Agreements

  5. Yonhap News Agency, 8 October 2026 — Lee and El-Sisi Agree to Elevate Bilateral Ties

  6. Korea.net, 8 October 2026 — President Lee Discusses Supply Chains and Infrastructure with Egypt

    ------------------------------------

ฉบับ 5 เดือนตุลา 69 PART 1 เกาหลี.pdf
Share :
Instagram