
ในช่วงปี 2569 เศรษฐกิจอิสราเอลยังคงสะท้อนความแข็งแกร่งของภาคเทคโนโลยีอย่างชัดเจน โดยมีข้อมูลสำคัญว่าพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีถือครองสิทธิซื้อหุ้น (stock options) รวมมูลค่าประมาณ 150,000 ล้านเชเกล ซึ่งตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนมูลค่าของบริษัทเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างแรงจูงใจและระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่ฝังรากลึกในประเทศ
Stock options เป็นเครื่องมือสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีใช้ในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีทักษะสูง โดยเฉพาะในระบบ startup ซึ่งมักไม่สามารถแข่งขันด้านเงินเดือนกับบริษัทขนาดใหญ่ได้ การให้สิทธิในหุ้นจึงเป็นการแบ่งปันความสำเร็จในอนาคตกับพนักงาน และสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการเติบโตขององค์กรในระยะยาว เมื่อบริษัทมีการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) หรือถูกซื้อกิจการ มูลค่าของ stock options จะถูกแปลงเป็นรายได้จริง ซึ่งก่อให้เกิด “ความมั่งคั่งแฝง” (latent wealth) ในระบบเศรษฐกิจ
ความมั่งคั่งดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ เนื่องจากเมื่อพนักงานใช้สิทธิหรือขายหุ้น จะเกิดรายได้จำนวนมากที่สามารถนำไปใช้จ่ายหรือลงทุน ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ การบริโภคสินค้าและบริการ รวมถึงการลงทุนใหม่ ๆ นอกจากนี้ ภาครัฐยังได้รับประโยชน์ในรูปของรายได้ภาษีจากการทำธุรกรรมดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม แม้ระบบ stock options จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอิสราเอล แต่ก็มีข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา
ประการแรก มูลค่าของ stock options มีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดทุนโลก หากราคาหุ้นในภาคเทคโนโลยีปรับตัวลดลง ความมั่งคั่งที่คาดหวังอาจหายไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ประการที่สอง ผลประโยชน์จาก stock options มักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มแรงงานทักษะสูงในภาคเทคโนโลยี ขณะที่แรงงานในภาคอื่นไม่ได้รับประโยชน์ในระดับเดียวกัน จึงอาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและโครงสร้างเศรษฐกิจแบบ “สองความเร็ว”
นอกจากนี้ การเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคเทคโนโลยียังมีผลกระทบทางอ้อมต่อเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะในด้านอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากความสำเร็จของบริษัทเทคโนโลยีและการไหลเข้าของเงินลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้มีเงินตราต่างประเทศจำนวนมากเข้าสู่ระบบ และถูกแปลงเป็นเงินเชเกล ส่งผลให้ค่าเงินเชเกลแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวแม้จะสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ แต่กลับสร้างแรงกดดันต่อภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมดั้งเดิม ซึ่งต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงในตลาดโลก
โดยสรุป มูลค่า stock options ของพนักงานเทคโนโลยีอิสราเอลในระดับสูงเป็นทั้งสัญลักษณ์ของความสำเร็จทางเศรษฐกิจและแหล่งสร้างความมั่งคั่งในประเทศ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างดังกล่าวยังสะท้อนความเปราะบางในเชิงระบบ ทั้งในด้านความผันผวนของตลาดทุน ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจอื่น ดังนั้น การรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมภาคเทคโนโลยีกับการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวม จึงเป็นประเด็นสำคัญเชิงนโยบายสำหรับอิสราเอลในระยะต่อไป
ความเห็นของ สคต.
สคต. มีความเห็นว่า ข่าวเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นเพียง “ข่าวเศรษฐกิจ” แต่สะท้อนโครงสร้างกำลังซื้อและโอกาสทางการค้าใหม่ของไทยในอิสราเอลอย่างชัดเจน โดยสามารถตีความเชิงนโยบายต่อไทยได้ดังนี้
1) มุมมองหลัก: “Tech Wealth = New Demand Segment” - การเกิด “กลุ่มผู้บริโภครายได้สูง (High-income tech class)” ขนาดใหญ่ในอิสราเอล โดยคนกลุ่มนี้มีลักษณะ: รายได้สูง (โดยเฉพาะช่วง IPO / exit), ใช้จ่ายด้าน lifestyle สูง, มีแนวความคิดที่เปิดรับสินค้าใหม่และต่างประเทศ สคต. จึงเห็นว่า กลุ่มคนเหล่านี้ “ตลาดเป้าหมายใหม่” ที่ไทยสามารถเจาะได้โดยตรง
2) โอกาสของสินค้าไทย (Market Positioning) - โดยมีสินค้าที่อาจมีตลาดมากขึ้น เช่น
- สินค้าอาหารพรีเมียม / สุขภาพ, อาหารไทย (ready-to-eat, plant-based, organic) หรือ functional food / health food ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้ เหมาะกับ กลุ่มคนกลุ่มที่อยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ไม่ค่อยมีเวลาแต่ใส่ใจสุขภาพ
- สินค้า lifestyle และ wellness เช่น สปา / สมุนไพร / essential oils ผลิตภัณฑ์ wellness ซึ่งจะเข้ากับเทรนด์ self-care ของกลุ่มรายได้สูง
- กลุ่มสินค้า Premium mass / affordable luxury - เนื่องจาก สินค้าไทยที่ “ดูดี แต่ราคาไม่สูงมาก”ตอบโจทย์กลุ่มที่มีเงิน แต่ยังมองความคุ้มค่าได้
(3) โอกาส e-commerce และ digital trade - กลุ่ม tech ใช้ online platform สูง อาจมีผลให้สินค้าไทยสามารถเข้าตลาดผ่านช่องทางใหม่ ได้แก่ e-commerce ได้ง่ายขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้ชอบใช้เทคโนโลยี และชื้อสินค้าออนไลน์
(4) มุมมองตลาดอิสราเอลที่เปลี่ยนไป คือ ตลาดอิสราเอล “ไม่ได้มีแต่ mass market” แต่กำลังมี “High-value niche market” เติบโตเร็ว นอกจากนั้น ความเชื่อมโยงกับค่าเงินเชเกลที่กำลังแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ รายได้คนกลุ่มนี้สูงขึ้น และมองสินค้าไทยถูกลงตามกำลังชื้อ
อย่างไรก็ดี มีโอกาสก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง เช่น คนที่รวยจากหุ้นอาจมีความเสี่ยงที่รายได้จะปรับลดลงหากตลาดทุ้นตกต่ำ ตลาดนี้เป็น niche ไม่ใช่ mass หากได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี จะไม่กลับมาชื้ออีก ตลอดจนมีการเปลี่ยนแปลงความชอบที่รวดเร็วและไม่มีความ loyalty กับสินค้าใดสินค้าหนึ่งมากนัก ทำให้สินค้าไทยอาจถูกเปรียบเทียบกับสินค้าที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าเช่น สินค้าจาก EU และสหรัฐฯ ที่มีชื่อเสียงมากกว่าได้
ผู้ส่งออกหรือนักธุรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il
ที่มา : https://en.globes.co.il/en