
รายงานล่าสุดจาก NielsenIQ (NIQ) บริษัทชั้นนำด้านข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึก เผยผลสำรวจช่วงกลางปี 2568 ว่าพฤติกรรมการบริโภคของชาวสเปนกำลังเปลี่ยนแปลง โดยการศึกษาแบ่งผู้บริโภคชาวสเปนได้เป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มดั้งเดิม กลุ่มรีบเร่ง กลุ่มธรรมชาติ กลุ่มรักสุขภาพ กลุ่มครอบครัว กลุ่มใส่ใจสิ่งแวดล้อม และกลุ่มตามกระแส ซึ่งสะท้อนแนวโน้มสำคัญด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และความสะดวกสบาย เช่น 36% เลือกผลิตภัณฑ์ปลอดน้ำตาล 26% ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ 25% มองหาอาหารโปรตีนสูง 19% หลีกเลี่ยงสารปรุงแต่งและวัตถุกันเสีย 15% บริโภคผลิตภัณฑ์ปลอดแลคโตส และ 7% เลือกอาหารปลอดกลูเตน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมว่า 85 % ของผู้บริโภคชาวสเปนให้ความสำคัญกับโภชนาการ และ 80 % ตรวจสอบฉลากอาหารก่อนตัดสินใจซื้อ
NIQ แบ่งประชากรออกเป็น 7 กลุ่มหลักตามพฤติกรรมการบริโภคอาหาร

ลำดับ | กลุ่มผู้บริโภค | สัดส่วน (%) | สิ่งที่ผู้บริโภคชาวสเปนให้ความสำคัญ |
๑ | ผู้บริโภคแบบดั้งเดิม (Tradicionalistas) | ๒๗% | เน้นรสชาติ สุขภาพ และราคาสมเหตุสมผล |
๒ | ผู้บริโภคที่รีบเร่ง (Apurados) | ๒๓% | เลือกสิ่งที่รวดเร็ว อร่อย และคุ้มค่า |
๓ | ผู้บริโภคธรรมชาติ/ออร์แกนิก (Bio-Naturales) | ๑๗% | สนับสนุนท้องถิ่น เลือกสินค้าตามฤดูกาล สดใหม่ และยั่งยืน |
๔ | ผู้รักสุขภาพ (Fit & Healthy) | ๑๑% | มุ่งเลือกอาหารฟังก์ชันและโภชนาการสูง |
๕ | ผู้เน้นครอบครัว (Orientados a la familia) | ๑๑% | ทำอาหารเป็นประจำ รสชาติสำคัญ และชื่นชอบอาหารดั้งเดิม |
๖ | ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ (Conscientes) | ๗% | สนใจสุขภาพ สวัสดิภาพสัตว์ สิ่งแวดล้อม และเปิดรับการลองอาหารใหม่ๆ |
๗ | ผู้บริโภคตามกระแส (Trendies) | ๔% | ใฝ่รู้ ทดลองสิ่งใหม่ และขับเคลื่อนด้วยกระแสแฟชั่น |
กลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของชาวสเปน ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความสะดวกสบาย และความยั่งยืน ปัจจัยดังกล่าวทำให้แบรนด์ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น อาหารออร์แกนิกที่ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยงานวิจัยฉบับนี้อ้างอิงจาก NIQ Homescan Consumer Panel ซึ่งทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม Online Shopper Panel และ NIQ Discover ครอบคลุม 7 ประเทศ ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อกว่า 1 ล้านตะกร้าในร้านค้า และกว่า 2 ล้านตะกร้าออนไลน์ต่อครั้ง ได้อย่างครบถ้วนและละเอียด
Luis Simoes กรรมการผู้จัดการ NIQ Iberia กล่าวถึงความสำคัญของข้อมูลว่า“ข้อมูลจาก Panel ไม่เพียงตอบคำถามว่า ผู้บริโภคซื้ออะไร แต่ยังบอกได้ว่า ทำไม ซื้อเมื่อไร และที่ไหน เมื่อเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม NIQ Discover ก็สามารถสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในร้านค้าได้อย่างสมบูรณ์และแม่นยำยิ่งขึ้น” เขาเสริมว่า แม้จะมีการคาดการณ์ว่าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคจะเติบโต 4.5% ในปี 2025 และ 3.9% ในปี 2026 แต่ตลาดกลับมีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ผู้บริโภคดั้งเดิมไปจนถึงกลุ่มที่ขับเคลื่อนด้วยเทรนด์
ที่มา : NielsenIQ
ข้อคิดเห็นของสคต.
ในการขยายตลาดสู่สเปนอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความนิยมด้านรสชาติ ราคาที่รับได้ ให้ความสำคัญกับเรื่องใด กำลังเคลื่อนไปในทิศทางไหน ปริมาณการบริโภค รูปแบบการบริโภค หรือสถานที่และเวลาในการบริโภค เป็นต้น เพื่อที่จะสามารถกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจและการทำการตลาดได้อย่างแม่นยำและตรงเป้า ทั้งในมิติของการพัฒนาสินค้าและสื่อโฆษณา อาทิ ควรเน้นด้านโภชนาการ การสร้างสรรค์นวัตกรรมตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาสินค้าโปรตีนสูง อาหารออร์แกนิก หรือผลิตภัณฑ์ปลอดสาร ฯลฯ ส่วนข้อค้นพบเรื่องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคเปิดโอกาสในการเจาะตลาดกลุ่มย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ สำหรับคนรักสุขภาพและผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควรสื่อสารด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) และความยั่งยืน
ในระยะยาว การปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มสุขภาพ สะดวก การลดการบริโภคเนื้อสัตว์และการเลือกผลิตภัณฑ์ปลอดสารจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดได้ยิ่งขึ้น โดยการที่ 85% ของผู้บริโภคสเปนให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการ และ 80% ตรวจสอบฉลากอาหารก่อนตัดสินใจซื้อ เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่าตลาดอาหารกำลังเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้เลือกซื้ออาหารจาก “ราคาและรสชาติ” เพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาต้องการความมั่นใจในสิ่งที่รับประทาน ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมนี้บังคับให้ธุรกิจต้องโปร่งใสและเพิ่มเติมนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่มากขึ้น ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ ไปจนถึงการออกแบบฉลากที่ให้ข้อมูลครบถ้วนสำหรับผู้ประกอบการ นี่คือทั้ง “ความท้าทาย” และ “โอกาส” หากผู้เล่นรายใดสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและโภชนาการได้ ก็จะครองใจตลาดในระยะยาว ในทางกลับกัน หากเพิกเฉยต่อสัญญาณนี้ ก็อาจสูญเสียความเชื่อมั่นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ จะเห็นถึงแนวโน้มสังคมที่กำลังมุ่งสู่การบริโภคอย่าง “มีความรับผิดชอบ” มากขึ้น ผู้ที่สามารถปรับตัวได้ก่อนย่อมได้เปรียบในสมรภูมิการค้าอาหารที่มีความซับซ้อนและแข่งขันเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน
อนึ่ง หากเปรียบเทียบสัดส่วนผู้บริโภค “ดั้งเดิม” และผู้บริโภค “ตามกระแส” ที่พร้อมลองของใหม่จะเห็นว่ากลุ่มดั้งเดิมยังเป็นกลุ่มหลักที่ครองตลาด ชาวสเปนดั้งเดิมไม่นิยมลองบริโภคสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ดังนั้น การแนะนำสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดจึงมีความท้าทาย ต้องอาศัยการ “สร้างการรับรู้” (educate) ซึ่งอาหารรสชาติไทยยังถือเป็นรสชาติ “ใหม่” สำหรับผู้บริโภคกระแสหลัก มีเพียงผัดไทยที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างและรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย เนื่องจากชาวสเปนจำนวนมากไม่ทานรสเผ็ด

ในปี 2569 สคต. ณ กรุงมาดริด มีแผนประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้รสชาติอาหารไทย วิธีการปรุงอาหารไทย และวิถีครัวไทย ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในตลาดสเปนผ่านงานแสดงสินค้า Salon Gourmets 2026 ณ กรุงมาดริด งานแสดงสินค้า Alimentaria 2026 ณ นครบาร์เซโลนา โครงการยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับครัวไทย (Thai SELECT) ผ่านสื่อท้องถิ่นและ influencer ตลอดจนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารรสชาติไทยแท้และร้านอาหาร Thai SELECT ที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของสเปน สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดสเปน โปรตุเกส หรืออันดอร์รา สามารถติดต่อมายัง สคต. ได้ที่ info@thaitradespain.com
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
ตุลาคม 2568