fb
มาเลเซียในฐานะประตูการค้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน

มาเลเซียในฐานะประตูการค้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน

โดย
Viriya
ลงเมื่อ 20 สิงหาคม 2569 15:25
สคต. ณ กรุงเตหะราน (อิหร่าน) (TTC, Tehran (Iran))
1

ภายใต้นโยบายกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอิหร่านกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย (Look East Policy) นั้นอิหร่านให้ความสำคัญกับการขยายตลาดส่งออกและกระจายความเสี่ยงทางการค้า เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดด้านระบบการเงินระหว่างประเทศ โดยมองว่ามาเลเซียเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ ระบบการเงิน และเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่มีประชากรกว่า 680 ล้านคนและมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จึงเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าและประตูเชื่อมโยงสินค้านำเข้า-ส่งออกของอิหร่านสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภาคธุรกิจของอิหร่านเห็นว่า จุดแข็งของมาเลเซียอยู่ที่การเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การขนส่ง และโลจิสติกส์ของภูมิภาค มีท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการกระจายสินค้าไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนและตลาดใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับความพร้อมด้านกฎระเบียบ การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม   ฮาลาลระดับโลก จึงเอื้อต่อการขยายตลาดของสินค้าอิหร่าน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหารฮาลาล ปิโตรเคมี ผลิตภัณฑ์ยาง พลังงาน และบริการด้านวิศวกรรมและเทคนิค ทั้งนี้ ผู้แทนภาคธุรกิจอิหร่านเสนอให้ใช้มาเลเซียเป็นทั้งศูนย์กลางกระจายสินค้า (Regional Distribution Hub) และฐานการส่งออกต่อ (Re-export Hub) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดอาเซียนและขยายการลงทุนในภูมิภาค

ประธานคณะกรรมการการค้าร่วมอิหร่านมาเลเซีย เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ มีเป้าหมายในการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างสองประเทศ ควบคู่กับการผลักดันความร่วมมือด้านการทูตเศรษฐกิจ และการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสนับสนุนการลงทุนและการขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ด้านการค้า สำนักข่าว Mehr News รายงานว่า อิหร่านนำเข้ายางธรรมชาติจากมาเลเซียคิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่น้ำมันปาล์มยังเป็นสินค้านำเข้าหลัก โดยประมาณร้อยละ 80 ของน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียถูกใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลิตผงซักฟอกและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของอิหร่าน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานระหว่างทั้งสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม การค้าระหว่างอิหร่านกับมาเลเซียยังเผชิญข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดด้านธุรกรรมทางการเงิน ทำให้การซื้อขายสินค้าหลายประเภทต้องดำเนินการผ่านบริษัทตัวกลาง ส่งผลให้ต้นทุนทางการค้าเพิ่มสูงขึ้นและกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ภาคเอกชนของอิหร่านจึงเสนอให้ทั้งสองประเทศพัฒนากลไกความร่วมมือด้านการเงินรูปแบบใหม่ เช่น การค้าระบบแลกเปลี่ยนสินค้า (Barter Trade) หรือการจัดทำช่องทางการชำระเงินทางเลือก เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างผู้ประกอบการโดยตรง ลดการพึ่งพาตัวกลาง และบรรเทาผลกระทบจากข้อจำกัดของระบบการเงินระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ยกระดับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนผ่านการจัดทำฐานข้อมูลทางการค้า การศึกษาตลาด การจับคู่ธุรกิจ และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติของมาเลเซีย โดยเฉพาะงานด้านผลิตภัณฑ์ฮาลาล เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและขยายโอกาสทางการค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยสรุป แม้การคว่ำบาตรและข้อจำกัดด้านระบบการเงินยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอิหร่านกับมาเลเซีย แต่ภาคธุรกิจของอิหร่านยังคงมองว่ามาเลเซียเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดอาเซียน หากสามารถพัฒนากลไกการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการค้ารูปแบบแลกเปลี่ยนสินค้า ลดบทบาทของตัวกลาง และเพิ่มความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ก็จะช่วยยกระดับมูลค่าการค้าทวิภาคีและเสริมสร้างบทบาทของมาเลเซียในฐานะศูนย์กลางการกระจายสินค้าอิหร่านสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

Share :
Instagram