
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ออสเตรเลียตกลงจ่ายเงินยอมความมูลค่า 750 ล้านเหรียญออสเตรเลีย เพื่อยุติการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ที่ยืดเยื้อมานานจากข้อบกพร่องเกี่ยวกับระบบกรองไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจากศาล Federal Court ออสเตรเลีย การยอมความในคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มครั้งนี้จะมีมูลค่าการจ่ายค่าเสียหายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย (มูลค่าสูงเกือบสองเท่าของผลกำไรหลังหักภาษีของ Toyota ออสเตรเลียในปีงบประมาณที่ผ่านมาซึ่งผลกำไรอยู่ที่ 380 ล้านเหรียญออสเตรเลีย) โดยข้อตกลงยอมความดังกล่าวจะครอบคลุมชาวออสเตรเลียจำนวน 136,000 รายที่ซื้อรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล 3 รุ่นของToyota ได้แก่ รุ่น HiLux, Prado และ Fortuner ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
คดีฟ้องร้องแบบกลุ่มครั้งนี้เกิดจากปัญหาข้อบกพร่องของระบบตัวกรองไอเสียในรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลของToyota ที่จำหน่ายในออสเตรเลียมากกว่า 250,000 คัน ก่อนที่ปัญหาจะถูกแก้ไขในปี 2561 โดยข้อบกพร่องดังกล่าวทำให้เกิดการอุดตันในระบบไอเสีย มีควันสีขาวที่มีกลิ่นฉุนพุ่งออกมา และทำให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันลดลง ส่งผลให้เจ้าของรถยนต์ต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันและค่าซ่อมแซมที่สูงขึ้น รวมถึงทำให้มูลค่าขายต่อของรถยนต์ลดลง ในการไต่สวนครั้งแรกปี 2565 ผู้บริโภคที่ฟ้องร้องเป็นฝ่ายชนะคดี แต่ Toyota ยื่นอุทธรณ์อย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงปลายปี 2567 ศาลสูงออสเตรเลียปฏิเสธคำอุทธรณ์ของ Toyota และส่งเรื่องกลับมายังศาล Federal Court ออสเตรเลียเพื่อเตรียมการพิจารณาคดีในปี 2569 และนำไปสู่การเจรจายอมความในที่สุด โดยผู้พิพากษา Michael Lee ได้กำหนดนัดวันไต่สวนในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเพื่อพิจารณาอนุมัติเงื่อนไขการยอมความอย่างเป็นทางการ
ด้าน Toyota ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันในข้อตกลงดังกล่าว และขออภัยต่อลูกค้าสำหรับความไม่สะดวกและความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงบริการแก้ไขปัญหาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 พร้อมเน้นย้ำถึงความไว้วางใจของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของโตโยต้าในออสเตรเลียมากว่า 70 ปี
.................................................................................................
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์
ที่มา:
Australian Financial Review