
ผลกระทบทางตรง
นาย Alain di Crescenzo ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมฝรั่งเศส ได้ติดตามและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการประท้วงเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงวันที่ 17–18 ตุลาคม พบว่า มีร้านค้าได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 2,488 แห่งทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มีร้านค้าที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก 1,161 แห่ง และร้านค้าอีก 643 แห่งต้องปิดทำการ
แม้ว่าการประท้วงในสัปดาห์ต่อมาจะมีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น แต่ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยมีร้านค้าได้รับความเสียหายเพิ่มเติมอีก 50 แห่ง สะท้อนให้เห็นว่าการชุมนุมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ รัฐบาลฝรั่งเศสประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 730 ล้านยูโร ขณะที่ภาคเอกชนคาดการณ์ว่าความเสียหายอาจสูงถึง 1 พันล้านยูโร อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังต้องรอการประเมินที่ชัดเจนจากบริษัทประกันภัย และมูลค่าความเสียหายอาจเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการค้าปลีกมักสำรองสินค้าไว้ในปริมาณมากเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจครอบคลุมทั้งตัวอาคาร ร้านค้า และสินค้าคงคลังของผู้ประกอบการ
ผลกระทบทางอ้อม
นอกจากความเสียหายโดยตรงที่เกิดขึ้นกับร้านค้าซึ่งถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ประท้วงแล้ว ภาคธุรกิจค้าปลีกยังได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการที่ผู้บริโภคไม่สามารถเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยได้ตามปกติ ส่งผลให้ร้านค้าปลีกในเขตใจกลางเมืองที่เกิดเหตุประท้วงมียอดขายลดลงถึงร้อยละ 80 แม้ว่าร้านค้าเหล่านั้นจะไม่ได้รับความเสียหายทางกายภาพโดยตรงก็ตาม โดยต้องไม่ลืมว่ามูลค่าการค้าปลีกทั่วประเทศในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ตามปกติสูงถึง 1.5 พันล้านยูโร
ผลกระทบดังกล่าวยิ่งน่ากังวลเมื่อพิจารณาว่า ยอดขายในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 40 ของยอดขายตลอดทั้งปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีก สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมจึงแสดงความกังวลว่า หากการประท้วงยังคงดำเนินต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อภาคการค้าปลีกของฝรั่งเศสในวงกว้าง และซ้ำเติมปัญหาทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการเคยเผชิญจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2018 วิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 การประท้วงในปี 2023 ตลอดจนภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
ความเสียหายในเมืองอื่น ๆ
เมืองมาร์แซย์ (Marseille) เป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ประท้วง เนื่องจากเป็นเมืองท่าหลักทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และตั้งอยู่ในแคว้น Provence-Alpes-Côte d’Azur (PACA) ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากแคว้น Ile de France ที่ตั้งกรุงปารีส และเมืองลียงและแคว้นโดยรอบตามลำดับำ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจในเขตใจกลางเมืองอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีร้านค้าได้รับความเสียหายมากกว่า 527 แห่ง ในจำนวนนี้มี 128 แห่งที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพื่อบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง สภาภูมิภาคได้จัดสรรงบประมาณพิเศษจำนวน 10 ล้านยูโร โดยเป็นเงินสนับสนุนจากงบประมาณของหน่วยงานระดับภูมิภาคและท้องถิ่น รวมถึงได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 1 ล้านยูโรจากบริษัท CMA CGM ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งทางเรือรายใหญ่ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองมาร์แซย์ ทั้งนี้ ในเบื้องต้น ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 10,000 ยูโร เพื่อใช้เป็นทุนในการฟื้นฟูและเปิดกิจการใหม่
มาตรการความช่วยเหลือ
จากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการค้าปลีกจึงเรียกร้องให้ภาครัฐเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม พร้อมทั้งเรียกร้องให้การชุมนุมดำเนินไปอย่างสงบ นอกจากนี้ ยังต้องการให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเพื่อบรรเทาภาระของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ
ในภูมิภาค Île-de-France หน่วยงานภาครัฐได้จัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและอำนวยความสะดวกในการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขอรับความช่วยเหลือ โดยสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมประจำภูมิภาคได้เปิดจุดให้บริการเป็นกรณีพิเศษบริเวณใกล้กับ Place de la République ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุประท้วงเพียง 200 เมตร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการและประเมินความเสียหายได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งนี้ มีร้านค้าในพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบรวม 480 แห่ง โดยครึ่งหนึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก และยังมีร้านค้าอีก 215 แห่งที่ไม่สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้จนปัจจุบัน
ในขณะเดียวกัน นาง Valérie Pécresse ประธานสภาบริหารภูมิภาค Île-de-France ได้ประกาศนำแนวทางการช่วยเหลือที่เคยใช้ในเหตุการณ์ประท้วงปี 2023 กลับมาปรับใช้ โดยจัดสรรงบประมาณพิเศษจำนวน 10 ล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือกิจการที่มีขนาดการจ้างงานต่ำกว่า 50 คน ที่ได้รับผลกระทบ มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก ตลอดจนสนับสนุนให้กิจการสามารถฟื้นตัวและกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ
นอกจากการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแล้ว การเยียวยาผลกระทบทางจิตใจของผู้ประกอบการก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ควบคู่ไปกับมาตรการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
ผลกระทบต่อเนื่อง
เหตุการณ์ประท้วงอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคในระยะยาว โดยผู้บริโภคมีแนวโน้มลดความถี่ในการเดินทางไปจับจ่ายใช้สอยตามร้านค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะร้านค้าในเขตใจกลางเมืองที่เคยเป็นพื้นที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์การประท้วงจะคลี่คลายลงแล้วก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องวางแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกระตุ้นให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ โดยอาจจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือกิจกรรมพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าให้กลับมาใช้บริการ อย่างไรก็ตาม การกลับมาเปิดดำเนินกิจการยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมก่อนเปิดร้านในช่วงที่มีการประท้วงครั้งต่อไป
ความเห็นสคต.
การประท้วงในฝรั่งเศสเกิดขึ้นบ่อยครั้งในหนึ่งปี อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง ภาพข่าวความรุนแรงที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ทั่วโลกที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในด้านความปลอดภัยและเสถียรภาพทางสังคม ซึ่งอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว นักลงทุน และผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ตลอดจนส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง การใช้จ่าย และการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะอันใกล้
ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าอย่างชัดเจน แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด ดังนี้
- ความเชื่อมั่นของผู้นำเข้า หากสถานการณ์ยืดเยื้อและส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการลดลง ผู้นำเข้าสินค้าบางรายอาจปรับลดปริมาณการสั่งซื้อหรือชะลอการนำเข้าสินค้า เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลังและสภาพคล่องทางธุรกิจ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความอ่อนไหวต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
- การขนส่งและการกระจายสินค้า หากการประท้วงส่งผลกระทบต่อการเดินทาง การขนส่งทางถนน หรือการดำเนินงานของศูนย์กระจายสินค้า อาจทำให้การส่งมอบสินค้าจากท่าเรือและสนามบินไปยังผู้นำเข้าหรือร้านค้าปลีกเกิดความล่าช้า รวมถึงเพิ่มต้นทุนในการขนส่งและกระจายสินค้าในบางพื้นที่
ทั้งนี้ มีกำหนดการประท้วงในวันที่ 31 ตุลาคม และวันที่ 5 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการชุมนุมเป็นระยะในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2027 ซึ่งตามกำหนดการที่ระบุไว้จะมีการเลือกตั้งรอบแรกในวันที่ 18 เมษายน และรอบที่สองในวันที่ 2 พฤษภาคม สถานการณ์ดังกล่าวจึงยังจำเป็นต้องได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาวะเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ
ในการนี้ สคต. กรุงปารีส จะติดตามสถานการณ์การประท้วงและพัฒนาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจ การขนส่งสินค้า และการค้าระหว่างไทยกับฝรั่งเศส พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าและข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ทราบในโอกาสต่อไป
ที่มาของข่าว
Clotilde Briard
ข้อมูลจาก Les Echos
https://www.lesechos.fr/industrie-services/conso-distribution/pillages-du-17-octobre-plus-de-600-commerces-toujours-fermes-dix-jours-apres-2259387