
การขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซที่หยุดชะงักลงหลังการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและขยายไปสู่การโจมตีทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ได้เกิดผลกระทบต่อทุกภาคส่วนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะออสเตรเลียแม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงแต่ปัจจุบันกำลังได้รับผลกระทบทางอ้อมอย่างต่อเนื่อง สรุปได้ดังนี้
1) ยอดขายรถไฟฟ้าพุ่ง - การหยุดชะงักของอุปทานด้านพลังงาน แม้จะเป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าพลังงานออสเตรเลียแต่ก็ได้รับผลด้านตลาดน้ำมันโลกที่กำลังขาดแคลน แม้ว่าออสเตรเลียจะมีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ 2 แห่งแต่ปัจจุบันเกษตรกรและภาคธุรกิจบริการขนส่งทางบกในระดับภูมิภาคเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน อีกทั้ง ราคาขายปลีกน้ำมันเริ่มปรับเพิ่มขึ้น (แม้ว่าภาครัฐจะตรวจตราและควบคุมการฉวยโอกาสขึ้นราคาของร้านค้าปลีก) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาน้ำมันจะเป็นกลไกกระตุ้นยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเดือนมีนาคมที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น โดยรถยนต์ Tesla Model Y และ BYD Sealion 7 ได้รับความนิยมมากที่สุด และ 1 ใน 3 ของยอดขายรถยนต์ใหม่เป็น รถยนต์ Hybrid หรือรถไฟฟ้า
2) ปัญหาการผ่อนชำระหนี้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้น - การปรับขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าและบริการ) จะทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลียปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อในประเทศ
3) การปรับเพิ่มราคาในภาคธุรกิจบริการ เช่น ค่าบริการขนส่งทางทะเล ค่าบริการขนส่งทางอากาศและบริการร้านอาหาร โดยที่ผ่านมา ราคาค่าโดยสารอากาศยานสายการบิน Cathay Pacific, AirAsia, Thai Airways, Qantas และ Air New Zealand ได้ปรับเพิ่มราคาค่าบริการขึ้นแล้ว
4) แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าอาหาร เป็นผลจากเกษตรกรออสเตรเลียกำลังเผชิญปัญหาราคาค่าขนส่งและการขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย (ผลิตและส่งออกจากตะวันออกกลาง) มีราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ซึ่งมีความสำคัญต่อการปลูกผัก คาโนล่าและธัญพืชจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาอาหารในประเทศ
5) ต้นทุนการผลิตกล่องและบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปจะสูงขึ้น เนื่องจากเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันดิบและเรซิ่นที่ใช้ในกระบวนการผลิต ผู้ผลิตจึงผลักภาระไปยังผู้บริโภค แต่จะทำให้อุตสาหกรรมรีไซเคิลพลาสติกกลายเป็นสินค้าทางเลือกในช่วงที่ราคากล่องหรือบรรจุภัณฑ์แพงขึ้น
6) การขาดแคลนฮีเลียม- ออสเตรเลียนำเข้าฮีเลียมจากกาตาร์เพื่อใช้กับเครื่อง MRIs เทคโนโลยีทางการแพทย์ การวิจัยและวินิจฉัยโรค แม้ว่าจะมีการเปิดโรงงานฮีเลียมแห่งใหม่ในแทสมาเนียแต่ยังต้องใช้เวลานานถึง 18 เดือนในการเริ่มผลิต
การรับมือของรัฐบาลออสเตรเลียเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำมันที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศผ่อนปรนมาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราวเป็นเวลา 60 วันเพื่อนำน้ำมันที่มีกำมะถันสูงที่จะต้องส่งออกกลับมาใช้ในประเทศชดเชยการขาดแคลนน้ำมัน (โดยเฉพาะดีเซล) ในภูมิภาคและออสเตรเลียกำลังดำเนินการกับองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ International Energy Agency (IEA) ในการปล่อยน้ำมันสำรองโดยตกลงจะใช้น้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลจาก 32 ประเทศสมาชิกเพื่อบรรเทาแรงกดดันจากการขาดแคลนน้ำมัน อีกทั้ง สถานีจำหน่ายน้ำมันในภูมิภาคเริ่มจำกัดการเติมน้ำมันไว้ที่ 20 เหรียญออสเตรเลียต่อคันเพื่อควบคุมการปล่อยจ่ายน้ำมันให้เพียงพอกับความต้องการของทุกคน
ในส่วนของบทบาทออสเตรเลียต่อการโจมตีอิหร่านในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการส่งเครื่องบิน อาวุธ ยุทโธปกรณ์และกองกำลังทหารออสเตรเลียไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นไปเพื่อช่วยป้องกันภัยจากการโจมตีของอิหร่านและปกป้องพลเมืองออสเตรเลียที่อยู่ในประเทศไม่ใช่เพื่อการรุกรานอิหร่าน และสหรัฐอเมริกาได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เช่น จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และอังกฤษร่วมส่งเรือรบไปช่วยคุ้มกันเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าจะไม่ได้ระบุออสเตรเลีย แต่รัฐบาลออสเตรเลียยืนยันจะไม่ส่งเรือรบไปคุ้มกันเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ หากมีการร้องขออย่างเป็นทางการก็จะพิจารณาตามความจำเป็นต่อไป
ล่าสุด วันที่ 17 มีนาคม 2569 ธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นร้อยละ 0.25 ทำให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.85 เพิ่มเป็นร้อยละ 4.1 ทำให้ออสเตรเลียเป็นประเทศที่เพิ่มดอกเบี้ยนโยบายเร็วที่สุดในขณะที่ สหรัฐฯ อังกฤษ สหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์และสวีเดนมีแนวโน้มรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้คงที่
........................................................................................
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์
ที่มา:
www.theguardian.com/ www.7news.com.au /www.afr.com/www.smh.com.au