
ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้รับรายงานจากสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (DEN) ในการประชุม ณ ทำเนียบเมอร์เดกา กรุงจาการ์ตา เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 โดย DEN ได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์หลายประการต่อรัฐบาล ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ไปจนถึงการรับมือกับไฟป่าและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
มารี เอลกา ปันเกสตู รองประธาน DEN ระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรง เนื่องจากคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะดำเนินต่อไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2570 และอาจตามมาด้วยปรากฏการณ์ลานีญาในช่วงกลางปีเดียวกัน
ปันเกสตูระบุว่า รัฐบาลควรดำเนินมาตรการเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสมและเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลสภาพอากาศและการพยากรณ์อากาศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยแล้ง น้ำท่วม และภัยพิบัติอื่น ๆ
มารีกล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังการประชุมว่า
“เราเสนอให้ใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อระบุพื้นที่ที่เสี่ยงต่อภัยแล้ง ซึ่งจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า รวมถึงการเตรียมเครื่องสูบน้ำและการบริหารจัดการการใช้งาน การใช้เครื่องสูบน้ำอย่างเหมาะสม และการวางแผนช่วงเวลาเพาะปลูก ซึ่งอาจจำเป็นต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากภัยแล้ง นอกจากนี้ เรายังต้องเตรียมรับมือน้ำท่วมและผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นด้วย”
นอกจากการเตรียมรับมือกับสภาพอากาศรุนแรงแล้ว DEN ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพราคาและปริมาณอาหารภายในประเทศ โดยเสนอให้รัฐบาลดูแลให้มีปริมาณสำรองอาหารอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะข้าว ควบคู่กับการเสริมสร้างประสิทธิภาพการกระจายสินค้า เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานหรือการจัดหาอาหาร
มารีกล่าวว่า “โดยเฉพาะในเรื่องอาหาร การรักษาเสถียรภาพราคาและความพร้อมของอาหารถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการผ่านการรักษาระดับปริมาณสำรองอาหารให้อยู่ในระดับเพียงพอ โดยเฉพาะข้าว”
DEN ยังเสนอให้รัฐบาลเตรียมมาตรการแทรกแซงตลาดในกรณีที่ราคาอาหารเกิดความผันผวน ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญมักเกิดขึ้นพร้อมกับการการเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร อันเป็นผลจากการหยุดชะงักของการผลิตทางการเกษตร
มารีเน้นย้ำว่า “รัฐบาลควรดูแลให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างเหมาะสม และดำเนินมาตรการดูแลตลาดเมื่อมีความจำเป็น เหตุการณ์เอลนีโญเกือบทุกครั้งมักมาพร้อมกับราคาอาหารที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่เราต้องเตรียมรับมืออย่างจริงจัง”
ในโอกาสเดียวกัน DEN ยังได้หารือเกี่ยวกับปัญหาไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะผลกระทบจากหมอกควันที่เป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ของเกาะสุมาตราและกาลีมันตัน มารีเปิดเผยว่า การหารือกับประธานาธิบดีปราโบโวยังครอบคลุมถึงมาตรการจัดการไฟป่าที่เกิดขึ้น รวมถึงความพยายามในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่พรุ
มารีกล่าวว่า “เรายังเสนอให้จัดบริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ 3 จังหวัดในกาลีมันตัน รวมถึงจังหวัดสุมาตราใต้ จัมบี และเรียว”
เธอระบุว่า มีพื้นที่ 6 จังหวัดที่น่ากังวลเนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากหมอกควันไฟป่า ได้แก่ 3 จังหวัดในกาลีมันตัน สุมาตราใต้ จัมบี และเรียว โดย DEN เห็นว่าจำเป็นต้องมีมาตรการคุ้มครองสุขภาพเป็นพิเศษสำหรับประชาชนในพื้นที่เหล่านี้
มารีอธิบายเพิ่มเติมว่า “พื้นที่ทั้ง 6 จังหวัดได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากหมอกควันไฟป่า รัฐบาลจึงจัดให้มีบริการด้านสุขภาพเป็นพิเศษแก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงการแจกหน้ากากอนามัยและมาตรการอื่น ๆ”
ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ DEN นำเสนอต่อประธานาธิบดีปราโบโวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดนโยบายภาครัฐที่อาศัยข้อมูลเป็นพื้นฐาน สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม
การเสริมสร้างปริมาณสำรองอาหาร การดูแลให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่น การเตรียมมาตรการดูแลตลาด และการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน เป็นมาตรการสำคัญที่จำเป็นต่อการลดผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ลานีญา และไฟป่า เพื่อไม่ให้สถานการณ์ดังกล่าวสร้างภาระเพิ่มเติมแก่ประชาชน
ความเห็นจากสำนักงาน
อินโดนีเซียกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตทางการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารไปจนถึงปี 2570 โดยสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (DEN) เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจดำเนินต่อไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2570 และอาจตามมาด้วยปรากฏการณ์ลานีญาในช่วงกลางปีเดียวกัน สภาพการณ์ดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งและน้ำท่วม ส่งผลให้รัฐบาลต้องเสริมสร้างการติดตามความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำ และปรับเปลี่ยนตารางการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับการพยากรณ์อากาศ
ความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะปริมาณข้าวที่มีเพียงพอและเสถียรภาพด้านราคา ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดย DEN เสนอให้รักษาระดับปริมาณสำรองอาหารให้เพียงพอ ดูแลให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่น และเตรียมมาตรการดูแลตลาดเพื่อรับมือกับความเป็นไปได้ที่ราคาอาหารจะปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่ป่าและที่ดิน ตลอดจนการจัดบริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันในบางพื้นที่ของเกาะสุมาตราและกาลีมันตัน
สำหรับประเทศไทย พัฒนาการดังกล่าวมีความสำคัญ เนื่องจากความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อการผลิตทางการเกษตรของอินโดนีเซียอาจกระทบต่อปริมาณอาหารภายในประเทศ ระดับราคา และความต้องการนำเข้าในอนาคต ผู้ส่งออกไทยควรติดตามสถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตรของอินโดนีเซีย ระดับปริมาณสำรองข้าว และความเป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการนำเข้า อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อการค้าจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจริง ความเพียงพอของอุปทานภายในประเทศ และมาตรการตอบสนองของรัฐบาลอินโดนีเซีย