fb
บริษัทยักษ์ใหญ่ผักแช่แข็ง Ardo ยืนยันปิดโรงงานในออสเตรียปี 2570  กระทบห่วงโซ่อุปทานในประเทศ เปิดช่องโอกาสสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปไทย

บริษัทยักษ์ใหญ่ผักแช่แข็ง Ardo ยืนยันปิดโรงงานในออสเตรียปี 2570 กระทบห่วงโซ่อุปทานในประเทศ เปิดช่องโอกาสสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปไทย

โดย
Nonglak
ลงเมื่อ 12 ตุลาคม 2569 09:15
สคต. ณ กรุงเวียนนา (ออสเตรีย) (TTC, Vienna (Austria))
3

บริษัท Ardo ผู้ผลิตผักและอาหารแช่แข็งรายใหญ่ระดับโลกจากประเทศเบลเยียม ยืนยันเดินหน้าตามแผนการยุติการผลิตและปิดโรงงานของบริษัท Ardo Austria Frost GmbH ในเมือง Groß-Enzersdorf รัฐนีเดอร์เอิสเตอร์ไรช์ (Lower Austria) แม้ภาครัฐของออสเตรียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามหารือเพื่อรักษาฐานการผลิตดังกล่าวไว้ก็ตาม โดยโรงงานระบุว่าการสนับสนุนที่ภาครัฐเสนอไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันของโรงงานได้ โดยบริษัทจะดำเนินการผลิตต่อเพื่อรองรับผลผลิตทางการเกษตรของฤดูกาลปัจจุบัน ก่อนทยอยลดและยุติการผลิตภายในช่วงกลางปี 2570 ซึ่งบริษัทจะย้ายเครื่องจักรทั้งหมดไปยังฐานการผลิตอื่นในภูมิภาคยุโรป และคงเหลือไว้เพียงสำนักงานฝ่ายจัดจำหน่าย (Sales) ในออสเตรียเท่านั้น การยุติการดำเนินงานในครั้งนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อพนักงานประจำ 190 คน พนักงานสัญญาจ้างชั่วคราว 50 คน ตลอดจนเครือข่ายเกษตรกรในท้องถิ่นกว่า 270 ราย และสมาชิกสหกรณ์องค์กรผู้ผลิตผักแช่แข็ง (Erzeugerorganisation Tiefkühlgemüse: ETG) อีกกว่า 500 ราย ซึ่งเป็นผู้ป้อนวัตถุดิบผักสดให้แก่โรงงานมาอย่างยาวนาน

ฝ่ายบริหารของ Ardo แถลงภายหลังการประชุมร่วมกับตัวแทนระดับสูงของรัฐบาลออสเตรียว่า โรงงาน Groß-Enzersdorf เป็นโรงงานที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างมาก และจำเป็นต้องลงทุนจำนวนมากเพื่อปรับปรุงสายการผลิต ระบบบรรจุภัณฑ์ ระบบจัดเก็บสินค้า และระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง โดยประเมินว่าต้องใช้เงินลงทุนมากกว่า 100 ล้านยูโร ขณะเดียวกัน โรงงานในออสเตรียมีข้อจำกัดด้านความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนเมื่อเปรียบเทียบกับฐานการผลิตในประเทศยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ประกอบกับตลาดภายในประเทศออสเตรียมีขนาดค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับระดับเงินลงทุนที่จำเป็นต่อการปรับปรุงโรงงาน ดังนั้น บริษัทจึงเห็นว่าการลงทุนเพิ่มเติมในโรงงานดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้ ทางบริษัท Ardo ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงินอุดหนุนช่วยเหลือจากรัฐบาลออสเตรีย เนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดทุนเชิงโครงสร้างได้ในระยะยาว อีกทั้งยังอาจขัดต่อกฎระเบียบว่าด้วยการอุดหนุนของรัฐ (State Aid) และกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของคณะกรรมาธิการยุโรป นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปฏิเสธข้อเสนอแสดงเจตจำนงเข้าซื้อกิจการจากกลุ่มนักลงทุนชาวออสเตรีย 2 ราย โดยให้เหตุผลว่าโครงสร้างต้นทุนและภาระการลงทุนปรับปรุงโรงงานที่สูงมาก จะทำให้ผู้บริหารรายใหม่ไม่สามารถดำเนินกิจการให้มีผลกำไรได้จริง

ทางด้านตัวแทนภาครัฐของออสเตรีย นำโดยนาย Norbert Totschnig รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และนาง Johanna Mikl-Leitner ผู้ว่าการรัฐนีเดอร์เอิสเตอร์ไรช์ ได้แสดงความผิดหวังและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าว โดยระบุว่าฝ่ายบริหารของ Ardo ปฏิเสธการพิจารณามาตรการช่วยเหลือทุกรูปแบบ และพยายามผลักดันการปิดฐานการผลิตเพื่อนำเข้าผลผลิตผักแช่แข็งจากเบลเยียมเข้ามาจำหน่ายแทน

ทั้งนี้ นาย Lorenz Mayr รองประธานหอการค้าการเกษตรรัฐนีเดอร์เอิสเตอร์ไรช์ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า การตัดสินใจของกลุ่มทุนข้ามชาติในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมผลิตอาหารของออสเตรีย และจะทำให้สินค้าผักแช่แข็งของแบรนด์ต่างๆ ไม่สามารถใช้ตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพสินค้าเกษตรออสเตรีย (AMA Quality Seal) บนบรรจุภัณฑ์ได้อีกต่อไป เนื่องจากจำเป็นต้องหันไปใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศแทน ซึ่งภาครัฐคาดหวังว่าสถานการณ์นี้จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าอย่างเข้มงวดมากขึ้น อนึ่ง โรงงาน Ardo ในเมือง Groß-Enzersdorf ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในอุตสาหกรรมค้าปลีกอาหาร เนื่องจากเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ผักแช่แข็งรายใหญ่ให้แก่แบรนด์ Iglo ตลอดจนสินค้าภายใต้ตราสินค้าของห้างค้าปลีก (Private Label) ชั้นนำในออสเตรีย อาทิ Billa, Hofer และ Spar

 

ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นสำนักงานฯ

กรณีการปิดโรงงานของ Ardo สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูปอาหารในออสเตรียกำลังเผชิญ โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน แรงงาน และกฎระเบียบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้โรงงานในประเทศสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน การยุติการผลิตของโรงงานซึ่งเป็นซัพพลายเออร์หลักของห้างค้าปลีกชั้นนำอย่าง Billa, Hofer และ Spar คาดว่าจะส่งผลให้เกิดช่องว่างในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption) ของกลุ่มสินค้าผักแช่แข็งและอาหารแปรรูปแช่แข็งในออสเตรียตั้งแต่ช่วงกลางปี 2570 เป็นต้นไป

สำนักงานฯ เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารแช่แข็ง โดยเฉพาะการเจาะตลาดสินค้าภายใต้ตราสินค้าของห้างค้าปลีก (Private Label) ที่กำลังมีส่วนแบ่งการตลาดสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การปิดโรงงานไม่ได้หมายความว่าออสเตรียจะเกิดภาวะขาดแคลนผักแช่แข็งโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก Ardo มีแผนจัดหาผลิตภัณฑ์จากโรงงานอื่นในยุโรป ดังนั้น โอกาสสำหรับสินค้าไทยควรมุ่งเน้นไปที่สินค้าที่มีความแตกต่างด้านชนิดสินค้า คุณภาพ ราคา ความสม่ำเสมอของปริมาณ และความสามารถในการส่งมอบ มากกว่าการแข่งขันกับสินค้ายุโรปในทุกประเภท ผู้ส่งออกไทยที่มีศักยภาพในการรับจ้างผลิต (OEM) ผักแช่แข็ง อาทิ ข้าวโพดหวาน ถั่วแระญี่ปุ่น หน่อไม้ฝรั่ง และผักรวม สามารถเสนอตัวเป็นคู่ค้ารายใหม่เพื่อทดแทนอุปทานที่ขาดหายไปได้ นอกจากนี้ การที่สินค้าในตลาดจะไม่สามารถใช้ตราสัญลักษณ์ AMA Quality Seal ได้อีกต่อไป ถือเป็นจังหวะที่ผู้ประกอบการไทยควรชูจุดแข็งด้านมาตรฐานสากลทดแทน เช่น ตราสัญลักษณ์ EU Organic Logo, International Featured Standards (IFS), Global G.A.P. ตลอดจนมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิแรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้นำเข้าและผู้บริโภคชาวออสเตรียที่ต้องเปิดรับสินค้านำเข้ามากขึ้น

นอกเหนือจากการส่งออกผักแช่แข็งพื้นฐาน ผู้ประกอบการไทยควรใช้โอกาสนี้ต่อยอดสู่อาหารพร้อมรับประทานแช่แข็ง (Frozen Ready-to-Eat) โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ เช่น อาหารไทยแช่แข็งและเมนูสุขภาพจากพืช (Plant-based) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตลาดยุโรปที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งนี้ ผู้ส่งออกควรติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้จัดซื้อ (Category Managers) ของห้างค้าปลีกยุโรปอย่างใกล้ชิด และใช้ประโยชน์จากเวทีการค้าระดับนานาชาติ เช่น งานแสดงสินค้าอาหาร Anuga ในการเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตอาหารทางเลือกที่มั่นคงและมีคุณภาพสูง

--------------------------------------------

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา

ตุลาคม 2569

 

แหล่งอ้างอิง:

https://www.derstandard.at/story/3000000343160/aus-f252r-ardo-werk-in-n214-unternehmen-h228lt-an-schlie223ungspl228nen-fest?ref=rss 

https://www.diepresse.com/41335105/tiefkuehlproduzent-ardo-haelt-an-schliessungsplaenen-fuer-werk-in-gross 

https://kurier.at/wirtschaft/zwei-investoren-wollen-ardo-werk-in-gross-enzersdorf-uebernehmen/403196272 

https://noe.orf.at/stories/3374287/ 

เครดิตภาพ: derstandard.at

 

ข่าว 3 - 2026.10.12 - ยักษ์ใหญ่อาหารแช่แข็ง Ardo ยืนกรานปิดโรงงานในออสเตรียปี 2570.pdf
Share :
Instagram