fb
Whole Foods Market เผย 8 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่จะมาแรงในปี 2026

Whole Foods Market เผย 8 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่จะมาแรงในปี 2026

โดย
Suwaparb
ลงเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2568 12:15
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
589
2

Whole Foods Market เผย 8 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่จะมาแรงในปี 2026

image.png

         Whole Foods Market เปิดเผยรายงาน “Top Food Trends 2026” โดยฝ่าย Trends Council ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารตั้งแต่ฝ่ายจัดซื้อ นักสรรหาวัตถุดิบ ไปจนถึงเชฟผู้เชี่ยวชาญ ได้คาดการณ์ว่าในปี 2026 โลกของอาหารจะได้รับอิทธิพลจากกระแสใหม่ ๆ ที่สะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์และความใส่ใจต่อสุขภาพมากขึ้น   

         Sonya Gafsi Oblisk ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการจัดจำหน่ายของ Whole Foods Marketกล่าวว่าทุกปี รายงานเทรนด์ของบริษัทมักสะท้อนทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมอาหาร และปี 2026 ก็ไม่ต่างกัน แนวโน้มในปีนี้แสดงให้เห็นว่าแนวคิดใหม่ ๆ สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าเทรนด์เหล่านี้จะส่งอิทธิพลต่อครัวเรือนและวัฒนธรรมการกินในปีหน้ามากเพียงใด

8 เทรนด์เด่นสำหรับปี 2026 ได้แก่

            1. Tallow Takeoverการกลับมาของไขมันวัว ไขมันวัว (beef tallow) กำลังได้รับความสนใจอีกครั้งในวงการอาหาร ตั้งแต่การตีฟูเป็นส่วนผสมขนม ไปจนถึงการผสมเข้ากับสมุนไพรต่าง ๆ ไขมันชนิดนี้ไม่เพียงแต่ให้คุณค่าทางโภชนาการ แต่ยังช่วยรังสรรค์รสชาติที่เข้มข้น และสะท้อนวิถีการทำอาหารแบบดั้งเดิมได้อย่างชัดเจน           

              ครั้งหนึ่งไขมันวัวเคยเป็นวัตถุดิบหลักในครัวเรือน ด้วยคุณสมบัติในการทนความร้อนสูงและให้รสชาติเข้มข้น ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่สนใจวัตถุดิบจากภูมิปัญญาเก่า และกำลังมองหาทางเลือกแทนน้ำมันพืช

image.png

              แม้จะดูเหมือนเป็นเทรนด์บนโลกโซเชียล แต่จริง ๆ แล้ว ไขมันวัวถูกใช้ทอดและอบอาหารมานานหลายศตวรรษ ร้านอาหารหลายแห่งเลือกใช้น้ำมันวัวแทนน้ำมันทั่วไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้เมนู ตั้งแต่มันฝรั่งทอดจนถึงขนมอบ สำหรับผู้ที่สนับสนุนแนวคิด “nose-to-tail” หรือการใช้ประโยชน์จากสัตว์ทั้งตัว การใช้ไขมันวัวยังช่วยให้ไขมันที่มักถูกทิ้งกลับมาใช้ได้อย่างคุ้มค่า

image.pngimage.png    image.png

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ตามแนวโน้มนี้:

• Epic Provisions Beef Tallow

• FOND Grass-Fed and Regenerative Beef Tallow

• Jesse & Ben’s “Tallow & Sea Salt” House-Cut Fries

•  Maggie Ann Soap Co. Tallow Soap (เปิดตัวพฤศจิกายน 2025 ในบางสาขา)

•  South Chicago Packing Wagyu Beef Tallow Cooking Spray

      2. Focus on Fiber –– เน้นใยอาหาร แม้โปรตีนยังคงครองตำแหน่งราชาในวงการอาหาร แต่ตอนนี้ใยอาหารเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อผู้บริโภคมองหาวิธีดูแลสุขภาพลำไส้ และต้องการตัวช่วยให้อิ่มนานอย่างเป็นธรรมชาติ

image.png

          แบรนด์หลายแห่งเริ่มเน้นการระบุปริมาณใยอาหารบนฉลากมากขึ้น พร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เสริมใยอาหาร เช่น พาสต้า ขนมปัง แครกเกอร์ และบาร์สุขภาพที่วางจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

         รากพืชอย่าง มันสำปะหลัง (cassava) และชิโครี (chicory) กลายเป็นส่วนผสมใยอาหารสำคัญในเครื่องดื่ม พรีไบโอติก ส่วนบุก (konjac) ก็ได้รับความนิยมในอาหารพร้อมทานจากพืช ขณะที่วัตถุดิบพื้นฐานในครัวอย่างข้าวโอ๊ตก็กำลังกลายเป็นดาวเด่นในผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพราะอุดมไปด้วยใยอาหารพรีไบโอติกและช่วยส่งเสริมการย่อยอาหาร

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ตามแนวโน้มนี้:

       •  365 by Whole Foods Market Organic Caramelized Pineapple Prebiotic Soda

       • Bio.me Daily Prebiotic Fiber

       • Halfday Iced Tea Prebiotic Half & Half

       • Happy Family Organics Happy Tot Fiber & Protein Pouches

       • Olyra Blueberry Soft Baked Bites

image.png        3. Year of the Female Farmer – ปีแห่งเกษตรกรหญิง เมื่อฟาร์มรุ่นต่อรุ่นเริ่มลดลง และผู้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำอาชีพเกษตรกรน้อยลง การให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงวงการเกษตรจึงมีความหมายมากกว่าที่เคยผู้บริโภคเริ่มสังเกตเห็นบทบาทของผู้หญิงในภาคเกษตรผ่านสื่อ งานอีเวนต์ และแม้กระทั่งบนบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ต่าง ๆ และองค์กรอย่าง National Young Farmers Coalition มอบทุนผ่านโครงการ Young Farmer Grant โดยจัดสรร 50% ของทุนให้กับเกษตรกรหญิง nonbinary และ trans ขณะที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประกาศให้ปี 2026 ว่าเป็นปีสากลแห่งเกษตรกรหญิง (International Year of the Woman Farmer)

ตัวอย่างแบรนด์ที่สนับสนุนแนวโน้มนี้:

Lotus Foods: ช่วยผู้หญิงในฟาร์มต้นทางด้วยค่าจ้างพรีเมียมและการพัฒนาชุมชน

Kvarøy Arctic: มอบทุนการศึกษาและโอกาสฝึกงานด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำหรับผู้หญิง

True Moringa: สนับสนุนเกษตรกรหญิงในกานาโดยจัดสรรที่ดิน ฝึกอบรม และให้สิทธิ์เข้าถึงระบบน้ำ การรับรองออร์แกนิก ประกันสุขภาพ และการดูแลเด็ก

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ตามแนวโน้มนี้

  • Acure + Apricot Lane Farms Avocado Oil & Lavender Hand Wash
  • Cowgirl Creamery Mt Tam
  • Damya Extra Virgin Olive Oil (วางจำหน่ายในบางสาขา)
  • Diestel Family Ranch Regeneratively Raised Ground Turkey (เปิดตัวมีนาคม 2026)
  • Fable Fish Co. Wild Alaskan Salmon Jerky

4. Kitchen Couture – เทรนด์แฟชั่นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นศิลปะบนชั้นวาง โดยแนวคิด “dopamine 

décor” หรือการตกแต่งimage.pngบ้านที่กระตุ้นความสุขและพลังบวก กำลังขยายเข้าสู่พื้นที่ในครัวอย่างเต็มตัว และไม่จำเป็นต้องซ่อนกระป๋องหรือภาชนะไว้ในตู้ หรือถอดฉลากออกเวลาเปิดบ้านอีกต่อไป ผู้บริโภคยุคใหม่กลับภาคภูมิใจที่ได้โชว์ของใช้ดีไซน์สวย ราวกับงานศิลปะที่เพิ่มสีสันให้ครั

         ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์ที่สะดุดตา สีสันสดใส และลวดลายสร้างสรรค์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งเคาน์เตอร์และชั้นวางในครัว แบรนด์ต่าง ๆ ใช้ดีไซน์เหล่านี้ไม่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังสะท้อนอารมณ์และบุคลิกของเจ้าของบ้าน กระแสนี้คือการต่อยอดแนวคิด little luxuries เป็นกระแสที่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความสุขเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากหรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เน้น “การให้รางวัลตัวเอง (self-reward)” ด้วยสิ่งที่สร้างความรู้สึกพิเศษและมีคุณค่าในเชิงอารมณ์

      5. Freezer Fine Dining อาหารแช่แข็งระดับไฟน์ไดนิ่ง โซนอาหารแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตกำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก “อาหารสะดวกซื้อ” สู่การเป็นพื้นที่แสดงนวัตกรรมแห่งวงการอาหารยุคใหม่ อาหารแช่แข็งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมนูทั่วไปอีกต่อไป แต่ขยายไปถึง มื้อหลักระดับไฟน์ไดนิ่ง อาหารเรียกน้ำย่อย และเครื่องเคียงดีไซน์ใหม่ๆ ผู้บริโภคยุคนี้หันมาเลือก อาหารแช่แข็งระดับพรีเมียม เพื่อสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารเหมือนอยู่ในร้านอาหารหรู ได้รสชาติและความประณีตแบบไฟน์ไดนิ่ง แต่ในรูปแบบที่ สะดวก ง่าย และเข้าถึงได้จากที่บ้าน

ของตนเอง

image.png

             ยกตัวอย่างเช่น เมนูอย่าง อารันชินี (Arancini) เมนูข้าวทอด เป็นอาหารว่างดั้งเดิมของชาวอิตาเลียน หรือ พูพูซา (Pupusas) เป็นแผ่นแป้งข้าวโพด อาหารพื้นเมืองประจำชาติของประเทศเอลซัลวาดอร์ หรือเมนูเชฟสร้างสรรค์อื่น ๆ ที่ให้รสชาติราวกับเพิ่งออกจากครัวร้านอาหารชั้นนำ แม้จริง ๆ แล้วจะสามารถทำจาก หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ก็ตาม

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สุดฮอตในกลุ่มนี้ ได้แก่:

  • Flour + Water Cacio e Pepe Pizza 

  • Force of Nature – Grass Fed Beef Ancestral Blend Classic Meatballs

  • Laoban Crab Rangoon

  • Masienda Beef Birria Quesadillas

          6. Very Vinegar – เทรนด์น้ำส้มสายชูสุดเปรี้ยวที่กำลังมาแรง น้ำส้มสายูวันนี้ไม่ได้มีแค่รสเปรี้ยวแบบดั้งเดิมอีกต่อไป  ผู้บริโภคกำลังสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ๆ ตั้งแต่โทนิกสำหรับดื่ม น้ำส้มสายูผสมผลไม้บด จนถึงสูตรดิบไม่กรอง เพื่อเพิ่มรสชาติ ความซับซ้อน และประโยชน์คล้ายโปรไบโอติก

           น้ำส้มสายู หรือที่เคยเรียกว่า “ไวน์เปรี้ยว (sour wine)” มีประวัติยาวนับพันปี และเคยถูกใช้เป็นยาด้วย จึงถือเป็นหนึ่งในอาหารฟังก์ชัน (functional food) ดั้งเดิม

            ปัจจุบันครีเอเตอร์บางคนในโลกออนไลน์เชื่อว่า การดื่มน้ำดองแตงกวาก่อนมื้ออาหารอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ขณะที่น้ำส้มสายูในยุคใหม่กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง (“modern renaissance”)

ผู้บริโภคจึงเริ่มมองหาน้ำส้มสายูเกรดพรีเมียม ผลิตจำนวนน้อย มีรสชาติใหม่ ๆ และรูปแบบนวัตกรรม ทั้งสำหรับทำอาหารที่บ้าน และใช้ในค็อกเทลหรือม็อกเทลในร้านอาหาร นอกจากนี้ น้ำส้มสายูยังถูกนำไปผสมในซอสและครีม เช่น มายองเนส เพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวสดชื่น และหลายแบรนด์ยังใส่ไอเดียการใช้งานบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคลองใช้ในรูปแบบใหม่ ๆ

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เด่น ๆ ได้แก่:

  • American Vinegar Works – “Better Than Champagne” Chardonnay Wine Vinegar (บางสาขา)

  • Ayoh! Foods – Hot Giardinayo Sando Sauce

  • Cabi Foods – Sweet Yuzu Vinaigrette (บางสาขา)

  • Garcia de la Cruz – Pedro Ximenez Spanish Sherry Vinegar

  • Häxan Ferments – Fermented Hot Sauce and Vinegars (บางสาขา)

         7Sweet But Make It Mindfulแม้ความอยากของหวานจะไม่หายไป แต่ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มใส่ใจปริมาณน้ำตาลที่บริโภค พวกเขาเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ความหวานอย่างพอดี ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

  • ใช้น้ำตาลอ้อยแท้ แทนสารให้ความหวานสังเคราะห์

  • ใช้ความหวานจากผลไม้ทั้งผล น้ำผึ้ง หรือเมเปิลไซรัป แทนการเติมน้ำตาลมาก ๆ

image.png       แบรนด์แยม ช็อกโกแลต และเยลลี่หลายรายจึงเริ่มพึ่งพาผลไม้จริงเพื่อให้รสชาติและเนื้อสัมผัสดี โดยไม่ต้องใส่น้ำตาลมากเกินไป

      ครีเอเตอร์บน TikTok หลายคนได้นำเทรนด์อาหารชื่อ “The Great Date” ซึ่งได้รับความนิยมในปี 2023 มาต่อยอด โดยสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ อย่าง “homemade date and peanut butter bars หรือแท่งขนมโฮมเมดจากอินทผลัมและเนยถั่ว” ขนมชนิดนี้ใช้ อินทผลัม ซึ่งมีความหวานตามธรรมชาติ ผสมกับ เนยถั่วและดาร์กช็อกโกแลต จนได้รสชาติคล้ายขนมช็อกโกแลตแท่ง แต่ดีต่อสุขภาพกว่า เทรนด์นี้จึงกลายเป็นกระแสไวรัลในกลุ่มคนรักสุขภาพและสายทำขนมโฮมเมดบนโซเชียลมีเดีย

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์แนวนี้:

  • Corpse Reviver – Electrolyte Drinks (ส่วนหนึ่งของ Whole Foods Market’s 2025 LEAP Early Growth Cohort)

  • GOOD GOOD – Special Reserve Five Fruits Spread

  • Harken Sweets – The Lil’ Nutty Ones: Date Caramel Candy Bars (เปิดตัว พ.ย. 2025 บางสาขา)

  • Hu – Hazelnut Butter Dark Chocolate Bites

  • Smash Foods – Cherry Pomegranate Superfood Fruit Spread

         8. Instant Reimagined – อาหารสำเร็จรูปในมุมมองใหม่ แบรนด์อาหารกำลังตีความคำว่า “instant” (สำเร็จรูป / ทันใจ) ใหม่ให้ขยายกว้างไปกว่าภาพเดิมของ “อาหารไมโครเวฟ” หรือ “อาหารที่รับประทานง่าย” ที่คุ้นเคย ผู้บริโภคยุคนี้กำลังค้นพบตัวเลือกใหม่ที่ทั้ง ดีต่อสุขภาพ และสะดวกในทุกสถานที่ ตั้งแต่ในครัวออฟฟิศไปจนถึงบนเครื่องบิน

        TikTok มีบทบาทสำคัญในการรีแบรนด์ภาพลักษณ์ของอาหารสำเร็จรูปให้ดู “เท่และใส่ใจสุขภาพ” มากขึ้น ครีเอเตอร์จำนวนมากโชว์เมนูสร้างสรรค์อย่าง อาทิ ลาเต้ระดับบาริสต้าที่พกพาได้ หรือ ราเมงลิ้นชักโต๊ะทำงาน” (desk drawer ramen) ที่ทำจากซุปกระดูก (bone broth), พริกกรอบ (chili crisp) และส่วนผสมอะแดปโตเจน (adaptogenic add-ins)

ในขณะเดียวกัน แบรนด์ต่าง ๆ ก็เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบรับเทรนด์นี้ เช่น

  • กาแฟพรีเมียมแบบซองชงเดี่ยว

  • อาหารแนวเทรนดี้แบบถ้วยเดียว

  • เมนูพร้อมทานที่เก็บได้นานแต่เตรียมได้ในไม่กี่วินาที

image.png           ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์เร่งรีบ เช่น ช่วงพักระหว่างประชุม หรือเวลาพักสั้น ๆ ในวันทำงาน แม้แต่ผลิตภัณฑ์แบบดั้งเดิม เช่น ข้าวพร้อมทาน (ready-made rice) ก็เริ่มปรับมาตรฐานด้านการจัดหาวัตถุดิบและความยั่งยืนให้ดีขึ้น ขณะที่แบรนด์หน้าใหม่จำนวนมากก็กำลังเข้ามาปฏิวัติวงการนี้อย่างจริงจัง กล่าวได้ว่า คำว่า “Just add water” (แค่เติมน้ำ) กำลังได้รับ การอัปเกรดภาพลักษณ์ใหม่ จากของที่สะดวกรับประทานแบบธรรมดา สู่ผลิตภัณฑ์ที่ผสานทั้งคุณภาพ รสชาติ และความยั่งยืนในเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในเทรนด์นี้ ได้แก่:

  • 365 by Whole Foods Market Instant Espresso Single Serve Coffee Sticks

  • Aahana’s Coconut & Ginger Sprouted Power Bowl (วางจำหน่ายในบางสาขา)

  • Aiya’s Matcha To Go Sticks

  • Maya Kaimal Chinese Indian Fried Rice with Pineapple (เปิดตัวกุมภาพันธ์ 2026)

  • Milkadamia Oat Milk Slices (เปิดตัวปี 2026)

ความคิดเห็นของ สคต. นิวยอร์ก 

            รายงานเทรนด์อาหารปี 2026 ของ Whole Foods Market ชี้ว่าเทรนด์สำคัญปีหน้าจะเน้นเรื่อง “ใยอาหาร” (Fiber Frenzy) “อาหารแช่แข็งระดับไฟน์ไดนิ่ง” (Fine-Dining Freezer Finds)  รวมถึงกระแสอาหารพร้อมทานคุณภาพสูงและบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น ผู้ประกอบการไทยควรจับตากระแส “อาหารสุขภาพเชิงลึก” ที่เน้นใยอาหารและสุขภาพลำไส้ พร้อมปรับผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพแต่ยังต้องการความสะดวก ขณะเดียวกันอาจต่อยอดแนวคิด “อาหารแช่แข็งพรีเมียม” ด้วยเมนูไทยคุณภาพส่งออกหรือขายในประเทศ รวมทั้ง ของว่างทำมาจากความหวานของผลไม้ที่ไทยมีจุดแข็ง โดยควรให้ความสำคัญกับดีไซน์บรรจุภัณฑ์ เรื่องราวของวัตถุดิบ และแนวทางผลิตที่ยั่งยืน เพื่อสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มในตลาด

ข้อมูลอ้างอิงจาก: https://www.wholefoodsmarket.com/trends        

สคต. นิวยอร์ก เดือนพฤศจิกายน 2568

Share :
Instagram