สถานะตลาดสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงในญี่ปุ่น
สตท ณ เมือง ฮิโรชิมา
สินค้าเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีสินค้าหนึ่งในตลาดญี่ปุ่น ซึ่ง สตท. ณ เมืองฮิโรชิมาได้ติดตามและรายงานสถานะตลาดให้ทราบมาอย่างต่อเนื่อง มูลค่าตลาดดังกล่าวได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งมีมูลค่า 1.45 ล้านล้านเยน (4.15 แสนล้านบาท) การระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในบ้านเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดสินค้าเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 1.69 ล้านล้านเยน ในปี 2020 โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ซึ่งมีมูลค่า 1.57 ล้านล้านเยน คิดเป็นอัตราเพิ่มร้อยละ 7.5 และจากนั้นมาก็ยังแสดงแนวโน้มขยายตัวเรื่อยมา จนคาดว่าจะถึงระดับ 1.84 ล้านล้านเยนในปี 2024 นั่นคือจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20.9 เมื่อเทียบกับปี 2017 ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า แม้ว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงดูชีวิตสัตว์เลี้ยง (เช่น ฉีดยา ตัดแต่งขน ฯลฯ) มีสัดส่วนมากที่สุด (ร้อยละ 45) แต่แสดงแนวโน้มค่อนข้างคงตัวหรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เช่นเดียวกับสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ในขณะที่สินค้าประเภทอาหารสัตว์ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39 ของตลาดสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง มีแนวโน้มขยายตัวอย่างโดดเด่น จากที่มีมูลค่า 5.02 แสนล้านเยน (1.44 แสนล้านบาท) ในปี 2017 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 7.08 แสนล้านเยน (2.02 แสนล้านบาท) ในปี 2024 หรือเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 41.1 ทีเดียว
แนวโน้มการเลี้ยงสุนัขและแมวในญี่ปุ่น
สุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนญี่ปุ่นนิยมมากที่สุด สุนัขเคยเป็นสัตว์เลี้ยงอันดับหนึ่งและแมวเป็นอันดับสองจนถึงปี 2014 แต่หลังจากนั้นมา แมวได้ชิงอันดับหนึ่งแทนสุนัข และยังคงแนวโน้มดังกล่าวเรื่อยมา จากผลการสำรวจล่าสุด ในปี 2023 แมวเลี้ยงมีจำนวนประมาณ 9.07 ล้านตัว โดยมีอัตราการเลี้ยงแมว คิดเป็นร้อยละ 8.69 ของจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้นในญี่ปุ่น โดยมีแนวโน้มอัตราการเลี้ยงที่คงตัว ส่วนสุนัขเลี้ยงมีจำนวนประมาณ 6.84 ล้านตัว มีอัตราการเลี้ยงสุนัข ร้อยละ 9.10 ซึ่งจะเห็นว่ามีแนวโน้มลดลงตามลำดับ
สาเหตุที่ความนิยมเลี้ยงสุนัขมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบระหว่างสุนัขและแมว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเลี้ยงดู เวลาและค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู แมวจะเป็นที่นิยมกันมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งผู้คนไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้ ทำให้เกิดความรู้สึกมากขึ้นว่าการเลี้ยงสุนัขมีภาระมากกว่าแมว ในระยะที่ผ่านมา พบว่าในญี่ปุ่น ยอดการใช้จ่ายให้กับสุนัขโดยรวมมียอดสูงกว่าสำหรับแมวเลี้ยง อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่ายอดใช้จ่ายสำหรับสุนัขเลี้ยงมีแนวโน้มลดลง โดยตั้งแต่ปี 2017 มียอดใช้จ่ายต่อปี 1.60 ล้านเยน (4.58 แสนบาท) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุดคือ 2.51 ล้านเยน (7.18 แสนบาท) ในปี 2022 แต่ในปี 2023 กลับลดลงเป็น 2.45 ล้านเยน (7.02 แสนบาท) ในขณะที่สำหรับแมวนั้น เนื่องจากบริโภคอาหารน้อยกว่าสุนัขทำให้มูลค่าการใช้จ่ายต่ำกว่า โดยมียอดใช้จ่ายต่อปีในปี 2017 อยู่ที่ 1.08 ล้านเยน (3.09 แสนบาท) และ ในปี 2023 เพิ่มขึ้นเป็น 1.50 ล้านเยน (4.30 แสนบาท) แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ในระยะ 7 ปีที่ผ่านมาได้แสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายให้กับแมวและสุนัขที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
เทรนด์สินค้าในตลาดอาหารสุนัขและแมวในญี่ปุ่น
- สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมียม และดีต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง การเลี้ยงแมวหรือสุนัขเสมือนสมาชิกหนึ่งของครอบครัว ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่เสียดายที่จะซื้อหาอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพสูงแม้ว่าจะแพงกว่าก็ตาม โดย เฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง มีส่วนผสมของผักและผลไม้สด ปราศจากกลูเตน (Gluten-free) และสารก่อภูมิแพ้ (allergen) รวมทั้งไม่ใส่สารปรุงแต่งสังเคราะห์ใดๆ เป็นต้น ผู้ผลิตสินค้าอาหารสัตว์หลายรายได้เริ่มยกระดับคุณภาพสินค้าอาหารสัตว์ให้เป็น Human Grade กล่าวคือ มีคุณภาพเทียบเท่ากับอาหารที่มนุษย์รับประทาน เช่น คัดเลือกเนื้อคุณภาพสูง หรือใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคและธรรมชาติ เป็นต้น อาหารสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมียมจึงมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยมาตามลำดับ และพบว่ามักจะจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ตัวอย่างเช่น สินค้าแบรนด์ Umaka ของบริษัท Torizen Dinning (https://www.torizendining.co.jp/) เป็นสินค้าอาหารสุนัขเกรดพรีเมียม ที่เลือกสรรวัตถุดิบเกรดที่คนรับประทาน และไม่ใช้สารปรุงแต่งใดๆ โดยมีราคาสูงกว่าสินค้าอาหารสัตว์ทั่วๆไป ประมาณร้อยละ 50

บริษัท
Coco Gourmet (https://coco-gourmet.com/) ผลิตอาหารปรุงสด สำหรับสุนัขและแมว โดยใช้วัตถุดิบซึ่งสดและมีประโยชน์ ภายใต้การแนะนำดูแลของสัตวแพทย์ เนื่องจากเป็นการปรุงสดไม่ผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้ความร้อนสูง จึงช่วยลดการสูญเสียคุณประโยชน์ของสารอาหารได้ และไม่ใส่สารปรุงแต่งใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสารกันบูด กลิ่นหรือสี ฯลฯ ใช้วิธีจัดเก็บโดยการแช่เย็นหรือแช่แข็ง โดยมีให้เลือกทั้งประเภทเนื้อไก่ หมู ปลาและเนื้อกวางซึ่งมีไขมันต่ำ
- ความหลากหลายและแขนงย่อยของสินค้า โดยปัจจุบันมีอาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งแบ่งประเภทตามสัดส่วนของเหลวในอาหาร กล่าวคือ มีตั้งแต่ประเภท Dry, Soft Dry, Semi-moist ไปจนถึง Wet เพื่อให้ผู้เลี้ยงเลือกซื้อให้เหมาะกับสุนัขหรือแมวของตนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอาหารสุนัข มีความหลากหลายของสินค้าเป็นอย่างมาก โดยมีการแยกตามอายุ ขนาด ประเภทสุนัข จุดประสงค์ด้านสุขภาพหรืออาการป่วยของสุนัขของตน
- อาหารประเภทของขบเคี้ยว (Snack food for pet) เป็นประเภทอาหารสัตว์เลี้ยงที่กำลังเป็นที่จับตามอง โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแสดงแนวโน้มขยายตัว โดยในปี 2023 มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 1.4 เท่า เมื่อทียบกับปี 2017 โดยตั้งแต่ช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 การใช้ชีวิตในบ้านกับสัตว์เลี้ยงเป็นเวลานานขึ้นทำให้ผู้เลี้ยงซื้อหาอาหารประเภทขนมขบเคี้ยวยามว่างให้สุนัขและแมวของตนมากขึ้น จนกลายเป็นกิจวัตรต่อมาจนถึงขณะนี้ โดยมีสินค้าขนมขบเคี้ยวสำหรับสัตว์เลี้ยงประเภทใหม่ๆ เช่น สำหรับแปรงฟันไปด้วยพร้อมกับการเคี้ยวหรือขนมที่มีความหนืดเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงให้ฟัน เช่น PETKISS ของบริษัท Lion Pet Co.,Ltd. (https://www.lion-pet.co.jp/) ซึ่งมีหมากฝรั่งสำหรับสุนัขที่ช่วยแปรงฟันให้สุนัข และยังมีแยกประเภทตามขนาดของสุนัขและความนุ่มของหมากฝรั่งอีกด้วย และสำหรับแมวก็เช่นกัน มีแยกประเภทตามความนุ่มและรสชาติ ได้แก่ รสไก่ ปลาทูน่าและมากุโร (Maguro) Pet Business นอกจากสินค้าแล้ว ธุรกิจบริการเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงก็มีความคึกคักและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น

- อาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อการรักษา มีผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ซื้อหาอาหารสัตว์เลี้ยงตามคำแนะนำของสัตวแพทย์เพื่อช่วยปรับสมดุลสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ให้เหมาะสมกับอาการหรือโรคที่สัตว์เลี้ยงของตนเป็นอยู่
บทสรุปและข้อคิดห็น
กระแสการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในโลก ปัจจุบันมีแนวโน้มพัฒนาไปในแนวทางที่เรียกว่า Pet Humanizationกล่าวคือ การที่ผู้เลี้ยงมีพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์เป็นเหมือนลูกของตัวเอง และเป็นคนสำคัญในครอบครัว เจ้าของหรือผู้เลี้ยงจึงมักถูกเรียกว่า Pet Parents โดยไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรหรือไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม จะต้องพาสัตว์เลี้ยงของตนไปด้วยและร่วมทำกิจกรรมนั้นๆด้วยกัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงจึงพร้อมทุ่มเททุกอย่างในการเลี้ยงดู ตั้งแต่อาหารการกิน ของเล่น เครื่องใช้ และอื่น ๆ แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นเช่นกันในตลาดญี่ปุ่นซึ่งนอกจากจะเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงแล้ว ยังเป็นตลาดที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงและอัตราการเกิดของเด็กต่ำ มีสถิติระบุว่าในปี 2023 จำนวนสุนัขและแมวเลี้ยงมีมากกว่าจำนวนเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ดังนั้น เจ้าของสัตว์เลี้ยงซึ่งไม่ว่าจะเป็นคนในวัยทำงานหรือผู้สูงอายุ จึงมักจะทุ่มเทการใช้จ่ายให้กับสุนัขและแมวของตนเป็นอย่างมาก ทำให้ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่น่าสนใจมากสำหรับสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง โดยไทยปัจจุบันเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับ 6 สำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง และอันดับ 3 สำหรับอาหารสุนัขและแมว จึงมีศักยภาพสูงในการขยายการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะสินค้าอาหารสุนัขและแมวเกรดพรีเมียมและเพื่อสุขภาพ ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูง รวมทั้งสินค้าที่มุ่งกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะเช่น อาหารสัตว์เลี้ยงเชิงรักษา และอาหารขบเคี้ยว สินค้าเหล่านี้เป็นกลุ่มสินค้าที่ไทยมีโอกาสในการแข่งขันสูง โดยผู้ผลิตและผู้ส่งออกต้องมีการศึกษาและพัฒนาสินค้า ยกระดับและคงคุณภาพความปลอดภัย ติดตามแนวโน้มพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคซึ่งเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ
มิถุนายน 2567
ที่มาข้อมูล