
Foorban บริษัท Food Tech ชั้นนำผู้ปฏิวัติวงการมื้อเที่ยงในออฟฟิศด้วย "ตู้แช่อัจฉริยะ" (Smart Fridge) เปิดเผยผลวิเคราะห์พฤติกรรมการสั่งอาหารกว่า 50,000 รายการ พบความแตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างสองเมืองใหญ่ของอิตาลี ได้แก่ โรมและมิลาน และด้วยฐานข้อมูลจากตู้แช่อัจฉริยะกว่า 700 จุด ใน 5 ภูมิภาค และฐานลูกค้ากว่า 70,000 ราย ทำให้ Foorban กลายเป็นศูนย์กลางการสังเกตการณ์พฤติกรรมการบริโภคของคนวัยทำงานในอิตาลีที่สำคัญ โดยข้อมูลในปี 2568 ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมการบริโภคอาหารในช่วงพักกลางวันของคนทำงานในกรุงโรม พบว่ารสชาติดั้งเดิมและเมนูอาหารท้องถิ่นยังคงได้รับความนิยม โดยสะท้อนถึงค่านิยมในการเลือกบริโภคอาหารที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยและเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เช่น ลาซานญ่า พาสต้าซอสเนื้อ และมีตบอลเนื้อ เป็นต้น ในขณะที่ชาวมิลานมีพฤติกรรมการบริโภคที่เน้นการทดลองรสชาติใหม่ๆ และมีความเป็นสากลมากกว่า โดยเมนูที่ครองใจชาวออฟฟิศในเมืองมิลานคือ อาหารจานเดียว อาหารนานาชาติ (ethnic recipes) และอาหารกลุ่ม Plant-based
จากการสำรวจความนิยมของเมนูอาหารที่มีการสั่งซื้อสูงสุด 5 อันดับแรก มีรายละเอียดดังนี้:

นอกจากนี้ Foorban ได้จัดทำข้อมูลแนวโน้ม 5 อันดับเมนูอาหารกลางวันยอดนิยมประจำปี 2569 ดังนี้
1. อาหารประเภทซุปและซุปข้น ซึ่งเป็นอาหารสุขภาพ รับประทานง่าย
2. อาหารจานเดียวแบบสมดุล เป็นการจัดสัดส่วนสารอาหารครบถ้วนในหนึ่งจาน
3. พาสต้าพร้อมทาน เมนูคลาสสิกที่ยังคงครองใจคนทำงาน
4. ธัญพืชและโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วลูกไก่ เลนทิล เต้าหู้ เทมเป้ เป็นต้น
5. ซูเปอร์ฟู้ดแบบเร่งด่วน เช่น อะโวคาโด ควินัว โยเกิร์ต เป็นต้น สำหรับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ
ผลการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารในช่วงพักกลางวันของชาวออฟฟิศในเขตพื้นที่เศรษฐกิจเมืองมิลาน ประจำปี 2569 เผยให้เห็นถึงพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแนวโน้มเลือกรับประทานอาหารที่เป็น อาหารจานเดียว อาหารนานาชาติและอาหารประเภทพืชเป็นหลัก (Plant-based) ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ทันสมัยและการเปิดรับวัฒนธรรมที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น โดยพนักงานออฟฟิศยุคใหม่กำลังมองหาความหลากหลาย ความสมดุลทางโภชนาการ และความสะดวกสบาย ซึ่งอาหารจานเดียวที่ครบถ้วนด้วยสารอาหารจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของมื้อเที่ยงในอนาคต
ความคิดเห็นของ สคต. ณ เมืองมิลาน
1. จากแนวโน้มการเติบโตของตู้แช่อัจฉริยะ และความต้องการอาหารจานเดียวที่สมดุลทางโภชนาการ รวมทั้งการเปิดรับอาหารนานาชาติในอิตาลี ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสินค้าและผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) โซเดียมต่ำหรือแกงไทยแบบบรรจุซองที่เน้นโปรตีนจากพืชและธัญพืช ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ Superfood และ Plant-based ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ การเติบโตของแพลตฟอร์มอย่าง Foorban และระบบ Smart Fridge ในสำนักงาน ยังเปิดช่องทางใหม่ให้ร้านอาหารไทยที่มีมาตรฐาน Thai SELECT สามารถเข้าไปเป็นพันธมิตรในการจัดทำเมนูอาหารกล่องคุณภาพสูง (Premium Lunch Box) เพื่อส่งตรงเข้าสู่กลุ่มพนักงานออฟฟิศระดับบนที่ต้องการความแปลกใหม่แต่ยังคงใส่ใจสุขภาพ
2. ในอิตาลีมีผู้ประกอบการร้านอาหารไทยกว่า 110 ร้าน โดยมีร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT แล้วจำนวน 15 ร้าน โดยในปี 2569 สคต.มิลาน คาดว่าจะมีร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เพิ่มขึ้น จากการเร่งทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ของกรม และ สคต.มิลาน ให้เป็นที่รู้จักและเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น (Authenticity) รวมทั้งดึงดูดลูกค้าในอิตาลีเพิ่มขึ้น ซึ่งร้านอาหารไทยที่ได้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ทั่วอิตาลี สามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบ Digital Lunch และการทำ Premium Ready-to-eat โดยใช้มาตรฐาน Thai SELECT เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดที่กำลังเติบโตในขณะนี้
3. การสนับสนุนและสร้างเครือข่ายกับผู้นำเข้าสินค้าอาหารนานาชาติรายใหญ่ในอิตาลี โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและเข้าเยี่ยมชม จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำเข้า เนื่องจากผู้นำเข้าฯ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เทรนด์อาหารไทยในอิตาลีเติบโตได้ดี ซึ่งหนึ่งในบทบาทหลักคือการช่วยกระจายสินค้าสู่ Hypermarket ทำให้เครื่องปรุงไทยเข้าถึงครัวเรือนชาวอิตาลีได้ง่ายขึ้น รวมทั้งมีส่วนช่วยให้ร้านอาหารไทยในอิตาลีขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย โดยในปีงบประมาณ 2569 สคต. มิลาน มีแผนการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวร่วมกับผู้นำเข้าและร้านค้าปลีกเอเซีย ซุปเปอร์มาร์เก็ตในเมืองมิลาน
4. ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติ TUTTOFOOD ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี โดยในปี 2569 จะจัดขึ้นในวันที่ 11-14 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า FIERA MILANO เมืองมิลาน เพื่อศึกษาแนวโน้มสถานการณ์ตลาดและสินค้าอาหารในอิตาลี ขยายเครือข่ายทางธุรกิจ การเข้าร่วมงานจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถมองเห็นภาพรวมของสินค้าที่ตลาดต้องการมากขึ้น ทั้งในด้านประเภท รูปแบบ ช่องทางการจัดจำหน่าย ราคา วัฒนธรรมทางด้านอาหาร และแนวโน้มตลาด ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนผลิตสินค้ามีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น
-------------------------------------------------------------------
ที่มา: foodaffairs.it
www.gamberorosso.it/attualita/boom-di-piatti-pronti/#google_vignette
www.ilsole24ore.com/art/fenomeno-piatti-pronti-saltano-confini-negozi-e-ristoranti-AGyrQsUC