
อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในจีนมีการพัฒนาจนกลายเป็นระบบตลาดขนาดใหญ่ โดยมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และมีการแข่งขันระหว่างแบรนด์อย่างเข้มข้น โดยตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของจีนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ระหว่างปี 2019-2023 จาก 57.3 พันล้านหยวน (ประมาณ 261,288 ล้านบาท) เป็น 65.1 พันล้านหยวน (ประมาณ 296,760 ล้านบาท) โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ร้อยละ 3.24 และคาดการณ์ว่าขนาดตลาดจะเกิน 70 พันล้านหยวน (ประมาณ 319,200 ล้านบาท) ภายในปี 2025 อย่างไรก็ตาม ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมาตลาดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมก็มีเผชิญกับความผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระยะการระบาดของโรค Covid-19 แต่ก็สามารถกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งด้วยมูลค่าตลาดกว่า 60,000 ล้านหยวน (ประมาณ 273,600 ล้านบาท) ในปี 2022 แม้จะมีการฟื้นตัวกลับมา แต่ก็มีการชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยในปี 2024 มูลค่าตลาดอยู่ที่ 50,000 ล้านหยวน (ประมาณ 228,000 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นการเติบโตที่ร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการชะลอตัวนี้ เช่น ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคหลังการระบาดดังกล่าว เป็นต้น

ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมปี 2025 แพลตฟอร์มออนไลน์ได้กลายเป็นสนามรบหลักสำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่แข่งขันกันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของผู้บริโภค ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี กระแสในสื่อสังคมออนไลน์ของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงไปตามกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ อาทิ การตลาดเชิงกีฬาของแบรนด์ในประเทศ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การใช้ดาราเป็นพรีเซนเตอร์ และเทศกาลช้อปปิ้ง双十一 (shuangshiyi หรือเทศกาล 11.11) ที่เริ่มจัดรายการส่งเสริมการขายตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ทำให้กระแสในสื่อสังคมออนไลน์ของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และในช่วงการแข่งขันกีฬาแห่งชาติของจีนที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการผสมผสานการตลาดเชิงกีฬาเข้ากับลักษณะเฉพาะของแบรนด์ท้องถิ่น ส่งผลให้กระแสในผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
ในแง่ของโครงสร้างช่องทาง แพลตฟอร์มวิดีโอสั้น (Kuaishou) ครองตำแหน่งหลักในการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างมั่นคง ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน 2025 Kuaishou ครองอันดับหนึ่งในด้านกระแสความนิยมบนโซเชียลมีเดียสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 38 ตามมาด้วย Douyin ที่ร้อยละ 3 โดยแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นทั้งสองรวมกันครองส่วนแบ่งกระแสความนิยมบนโซเชียลมีเดียถึงร้อยละ 70 การวางกลยุทธ์การใช้งานแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกันอย่างมากโดย แพลตฟอร์ม Kuaishou เน้นการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์ม Douyin อาศัยอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ระดับกลางในการสร้างเครือข่ายการสื่อสาร แพลตฟอร์ม Xiaohongshu สร้างความน่าเชื่อถืออย่างมืออาชีพผ่านเนื้อหาตามสถานการณ์ แพลตฟอร์ม Weibo กลายเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์อย่างลึกซึ้ง และแพลตฟอร์มข่าวทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับแบรนด์

แบรนด์ต่าง ๆ ได้พัฒนากลยุทธ์ช่องทางโซเชียลมีเดียที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยการสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์อย่างลึกซึ้ง การเปลี่ยนผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้าผ่านการไลฟ์สตรีม และการเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์/การแจกผลิตภัณฑ์ กลายเป็นสามกลยุทธ์หลักในการเติบโต บางแบรนด์เน้นการใช้อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) มาเป็นพรีเซนเตอร์ โดยใช้กระแสในโซเชียลมีเดียเพื่อผสานจุดขายของผลิตภัณฑ์เข้ากับภาพลักษณ์ และดึงดูดกลุ่มผู้บริโภครได้อย่างรวดเร็ว บางแบรนด์สร้างฐานลูกค้าในแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่งอย่าง Douyin และ Kuaishou โดยใช้ผลิตภัณฑ์ขายดีและแพ็กเกจส่วนลดพิเศษเพื่อสร้างรายได้จากผู้เข้าชมอย่างรวดเร็ว ส่วนบางแบรนด์ก็สร้างแพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu โดยอาศัยการทดสอบผลิตภัณฑ์ในชีวิตจริงจากบล็อกเกอร์ (Blogger) การวิเคราะห์ส่วนผสมอย่างมืออาชีพ และการรับรองระดับสากล เพื่อสร้างความไว้วางใจจากผู้บริโภคในระยะยาว

เบื้องหลังการพัฒนาของผลิตภัณฑ์คือ นวัตกรรมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) นวัตกรรมด้านส่วนผสม โดยส่วนผสมที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อความงามสำหรับผิวหน้ากำลังถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างแพร่หลาย เช่น กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ซีลีเนียมไดซัลไฟด์ (Selenium Sulfide) เป็นต้น ซึ่งได้ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านลักษณะการใช้งานของแชมพูและครีมนวดผมแบบดั้งเดิม 2) นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การซ่อมแซม เส้นผม แบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ กำลังเจาะลึกการวิจัยเกี่ยวกับโปรตีนในเส้นผม และเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น การแทรกซึมระดับไมโครโมเลกุล การรวมตัวของโปรตีน ลิปิดเลียนแบบชีวภาพ เป็นต้น ที่กำลังถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดยแก้ไขความเสียหายของเส้นผมที่เกิดจากการฟอกสี การย้อมสี และความแห้งกร้านได้ 3) นวัตกรรมด้านแนวคิด คือการขยายการดูแลเส้นผมไปสู่การดูแลหนังศีรษะ เพราะหนังศีรษะถือเป็นแหล่งกำเนิดเส้นผม แนวคิดเช่นนี้ช่วยกำหนดทิศทางการวิจัยและพัฒนาใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาหนังศีรษะ ได้แก่ ผมร่วง รังแค ซึ่งตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างดี



โดยรวม ทั้ง 3 แบรนด์มีจุดเด่นที่เหมาะสมกับตลาดจีนที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีคุณภาพสูงและตอบโจทย์ปัญหาของผู้บริโภค เช่น การฟื้นฟูเส้นผมที่เสียหายจากการทำเคมี การให้ความชุ่มชื้นเพื่อเส้นผมที่นุ่มสลวย ด้วยสูตรที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและเทคโนโลยีทันสมัย เป็นต้น
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน: อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในจีนยังคงเติบโตและมีศักยภาพ โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและนวัตกรรมที่ทันสมัยและมีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดในจีน เนื่องจากในภาพรวมสินค้าไทยมีลักษณะที่ตรงตามความต้องการของจีน คือ 1) สินค้าไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในตลาดจีน 2) แบรนด์ไทยจำนวนมากมีจุดแข็งด้านงานวิจัย 3) มีการใช้ส่วนผสมที่น่าสนใจ อาทิ วัตถุดิบจากธรรมชาติ สมุนไพรไทย
หากผู้ประกอบการไทยสามารถสามารถขยายตลาดจีนได้ หากพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานสากล สื่อสารคุณค่าแบรนด์อย่างชัดเจน และเลือกใช้กลยุทธ์ช่องทางการตลาดที่เหมาะสม อาทิ การสื่อสารคุณค่าแบรนด์อย่างชัดเจนรวมไปถึงการร่วมมือกับ KOL (Key Opinion Leaders) การเลือก KOL ที่มีฐานผู้ติดตามที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการแนะนำและเผยแพร่ไปยังผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Packaging design) ที่ดึงดูดและสะท้อนถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ที่อาจสร้างความประทับใจครั้งแรกให้กับผู้บริโภค ซึ่งอาจจะเน้นความสวยงาม ใช้งานง่าย รวมไปถึงการเลือกวัสดุที่เหมาะสมและการใช้ดีไซน์ที่โดดเด่นจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์โดดเด่นในชั้นวางสินค้า อันจะช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ย่อมมีศักยภาพในการสร้างการรับรู้และขยายส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจีนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดในมณฑลฝูเจี้ยนและเจียงซีอาจพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าTop Thai Brands เซี่ยเหมินซึ่งมีกำหนดจัดในเดือนกันยายนได้ โดยสามารถดูรายละเอียดการเข้าร่วมงานในปีที่ผ่านมาได้ทาง Drive.ditp.go.th หรือสอบถามทางสายด่วนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169
https://www.iimedia.cn/c400/109535.html
www.huaon.com
www.taobao.com
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
2 มีนาคม 2569