
ตามข้อมูลจากศุลกากรจีน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 เป็นต้นมา สินค้าพิกัดศุลกากร 21069061 (น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตในลักษณะของเหลวที่เติมสารปรุงกลิ่นหรือแต่งสี) และพิกัดศุลกากร 21069062 (ของผสมในลักษณะของแข็งอย่างง่ายของน้ำตาลที่ได้จากอ้อย หัวบีต และวัตถุดิบอาหารอื่นๆ ที่มีซูโครสมากกว่า 50%) มีปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าพิกัดศุลกากร 21069062 ซึ่งเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมมีปริมาณการนำเข้าเกิน 2,000 ตัน ดังนั้น เพื่อลดการนำเข้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมล่วงหน้าตามพิกัดศุลกากรทั้งสองประเภทนี้ และปรับสมดุลอุตสาหกรรมน้ำตาลภายในประเทศ จีนจึงมีการปรับเพิ่มอัตราภาษี MFN จากเดิม 12% เป็น 20%
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
แม้ว่าการปรับภาษีนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำตาลจากไทยมายังประเทศจีนโดยตรง เนื่องจากตามกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับสมาคมประชาชาติอาเซียน น้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมล่วงหน้าภายใต้พิกัดศุลกากร 1702.90 ที่ผลิตจากประเทศในอาเซียน ยังคงใช้ภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ แต่ที่ผ่านมาปริมาณการนำเข้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมล่วงหน้าของจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะไทย ราคาค่อนข้างต่ำ และมีสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร อีกทั้งน้ำเชื่อมเป็นน้ำตาลในลักษณะของเหลวที่มีความเข้มข้นสูง สามารถทดแทนน้ำตาลทรายได้ เมื่อเข้าสู่ตลาดก็สามารถเลี่ยงภาษีศุลกากรและการจำกัดโควตาได้ง่าย จึงเป็นการกดราคาน้ำตาลในประเทศ สร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศจีนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ผลิตน้ำตาลแบบดั้งเดิม เช่น กว่างซี ยูนนาน เป็นต้น ปัจจุบัน รัฐบาลจีนได้เรียกร้องให้มีกระบวนการประเมินและตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารสำหรับผู้แปรรูปน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมล่วงหน้าของประเทศที่ส่งออกมายังจีนให้มีความเข้มงวดมากขึ้น และได้ประกาศระงับการนำเข้าสินค้าดังกล่าวมายังจีนชั่วคราว จึงเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการนี้อาจเกี่ยวเนื่องมาจากการปรับเพิ่มภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้าดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้ไทยได้รับผลกระทบ และอาจเผชิญกับอุปสรรคด้านการส่งออกน้ำตาลและน้ำเชื่อม อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไทยยังคงเป็นผู้นำในการส่งออกสินค้าประเภทน้ำตาลและน้ำเชื่อมไปยังจีน
น้ำตาลเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหว และเป็นสินค้าที่จีนกำลังจับตามอง เนื่องจากมีปริมาณการนำเข้าสูง สารให้ความหวานอื่นๆ ที่สามารถทดแทนน้ำตาลได้ เช่น น้ำเชื่อม น้ำตาลแปรรูปต่างๆ ที่ไม่มีการจำกัดโควตานำเข้า อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงในด้านการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายของจีน ดังนั้น ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมนี้ควรติดตามสถานการณ์ตลาดภายในจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและมองหาโอกาสใหม่ในการส่งออกสินค้า รวมถึงรักษามาตรฐานการผลิตและควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างเข้มงวด
ที่มา:
กรมศุลกากร สาธารณรัฐประชาชนจีน
http://paper.ce.cn/pc/content/202412/29/content_306665.html
https://www.gov.cn/zhengce/zhengceku/202412/content_6995067.htm
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1819694698100794523&wfr=spider&for=pc
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1818223942370782692&wfr=spider&for=pc
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว
24 มกราคม 2568