fb
“IMF คาดการณ์ เศรษฐกิจกัมพูชาจะชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี 2568”

“IMF คาดการณ์ เศรษฐกิจกัมพูชาจะชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี 2568”

โดย
Nirawat
ลงเมื่อ 03 กันยายน 2568 15:50
สคต. ณ กรุงพนมเปญ (กัมพูชา) (TTC, Phnom Penh (Cambodia))
148

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของกัมพูชา สำหรับปี 2568 ลง สอดคล้องกับกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชา

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 IMF ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการหารือกับรัฐบาลกัมพูชา และตัวแทนภาคเอกชน ในระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม - 2 กันยายน 2568 โดย IMF คาดการณ์ว่า GDP ของกัมพูชาจะเติบโตที่ 4.8% ในปี 2568 ซึ่งลดลงจาก 6% ในปี 2567 โดยสาเหตุหลัก คือ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ข้อพิพาทชายแดนกับไทย และปัญหาเกี่ยวกับเงินส่งกลับจากแรงงานกัมพูชาที่ทำงานในต่างประเทศ

ในแถลงการณ์ของนาย Kenichiro Kashiwase เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจอาวุโสของ IMF ระบุว่า เศรษฐกิจกัมพูชา แข็งแกร่งในปี 2567 โดย GDP ขยายตัวถึง 6% ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของการส่งออกเสื้อผ้าและสินค้าเกษตร รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นปี 2568 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเติบโตจะชะลอลงเนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าและข้อพิพาทชายแดนกับไทย ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ภายนอก การท่องเที่ยว และรายได้ลดลงจากการกลับประเทศของแรงงาน โดยอัตราเงินเฟ้อของกัมพูชา คาดว่าจะปรับขึ้นเล็กน้อยไปอยู่ที่ประมาณ 2.8% แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

นอกจากนี้ IMF ยังแนะนำว่า เพื่อให้กัมพูชาสามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและมีความยืดหยุ่น จำเป็นต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการผลิตและกระจายแหล่งขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจด้วยการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริต ปรับปรุงหลักนิติธรรม สิทธิในทรัพย์สิน และการเข้าถึงข้อมูล เสริมสร้างระบบคุ้มครองทางสังคม และลงทุนในทุนมนุษย์ เพื่อสนับสนุนการจ้างงาน ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาคการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อที่กัมพูชาจะสามารถหลุดพ้นจากกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (Least Developed CountryLDC) ภายในสิ้นปี 2572 ตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้ ความเปราะบางของภาคการเงินในประเทศยังเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะหนี้ของภาคเอกชนที่อยู่ในระดับสูง และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan : NPL) ที่ขณะนี้สูงกว่า 7% โดยเฉลี่ย ซึ่งคาดว่าจะกระทบภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์เป็นอันดับแรก  ซึ่งอาจนำไปไปสู่ปัญหาทางการเงินของภาคธุรกิจ/ครัวเรือน และส่งผลลบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ หากความตึงเครียดทางการค้าและชายแดนทวีความรุนแรงมากกว่าที่คาดไว้ อาจส่งผลให้การส่งออก การท่องเที่ยว และการเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแอลงยิ่งกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม หากแรงงานที่เดินทางกลับจากต่างประเทศสามารถปรับตัวเข้าสู่ตลาดแรงงานภายในประเทศได้อย่างราบรื่น และรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนการจ้างงานและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ก็อาจช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาพรวมได้

ข้อมูลที่น่าสนใจ

1. ในช่วงต้นปี 2568 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (GDP) อยู่ที่ 6.1 และ 6.2 % ในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ 

2. ในเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชาได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของประเทศในปี 2568 มาอยู่ที่ 5.0% จากที่เคยคาดไว้ 6.3% เมื่อต้นปี

ความเห็นของสำนักงานฯ

          ผู้ประกอบการไทยควรประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องในกัมพูชาอย่างใกล้ชิด และติดตามสถานการณ์ชายแดนจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการ ทั้งนี้ แนะนำให้นักธุรกิจไทย ควรประเมินความสามารถในการชำระเงินของลูกค้าในกัมพูชา โดยอาจพิจารณาให้มีการประกัน/ประเมินความเสี่ยงทางการค้าร่วมกับธนาคารเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ 

__________________________________________________________________________

ที่มา The Phnom Penh Post 

4 กันยายน 2568

09-04-25 IMF คาดการณ์ เศรษฐกิจกัมพูชาจะชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี 2568.pdf
Share :
Instagram