
การเดินหน้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) กำลังสะท้อนทิศทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจีนอย่างเป็นระบบ จากบทบาทฐานการผลิตเชิงปริมาณของโลก สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและอุตสาหกรรมขั้นสูง โดยรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการเติบโต การพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และการเปิดประเทศเชิงสถาบัน ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอน โดยหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ถูกกำหนดบทบาทอย่างชัดเจน คือ มณฑลหูเป่ย ซึ่งถูกวางให้เป็นฐานอุตสาหกรรมหลักของภาคกลางจีน และเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างเศรษฐกิจภายในประเทศกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มณฑลหูเป่ยได้รับการผลักดันอย่างเข้มข้นภายใต้นโยบายอุตสาหกรรมใหม่ของจีน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงคุณภาพสูง การผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2024 ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของมณฑลหูเป่ยมีรายได้กว่า 4.7 ล้านล้านหยวน และมีมูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมการผลิต 1.76 ล้านล้านหยวน ส่งผลให้อุตสาหกรรมมีสัดส่วนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของมณฑล เกือบร้อยละ 38 เมืองอู่ฮั่นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและนวัตกรรมสำคัญ ขณะที่เมืองอุตสาหกรรมหลักอื่น ๆ เช่น เมืองเซียงหยาง เมืองอี๋ชาง และเมืองจิ่งเหมิน มีบทบาทเด่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเฉพาะด้าน ภายใต้การพัฒนา “51020” (กรอบแนวคิดการพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมที่จีนใช้เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ) กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะ ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ เครื่องจักรอุตสาหกรรมขั้นสูง รวมถึงหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์รัฐบาลจีนมองว่าการยกระดับอุตสาหกรรมจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี มณฑลหูเป่ยจึงถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่บูรณาการระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภาคการผลิต โดยมีเมืองอู่ฮั่นเป็นศูนย์กลางวิจัยและนวัตกรรมระดับประเทศ การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมการผลิต ศูนย์ทดสอบเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และการเร่งถ่ายทอดผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ สะท้อนความพยายามของจีนในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งเครือข่าย 5G ศูนย์ข้อมูล และระบบประมวลผลขั้นสูง ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ที่มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพมากกว่าการขยายตัวเชิงปริมาณ
ในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้า รัฐบาลจีนย้ำว่า การเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจภายในประเทศควบคู่กับการเปิดประเทศอย่างมีแบบแผน คือแนวทางหลักในการรักษาเสถียรภาพและความสามารถในการแข่งขัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 จึงไม่ใช่การปิดประเทศ หากแต่เป็นการยกระดับกติกาการค้า การลงทุน และการบริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมณฑลหูเป่ยถูกวางบทบาทเป็นหนึ่งในพื้นที่รองรับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจดังกล่าว
สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนและการยกระดับบทบาทของมณฑลหูเป่ย เปิดทั้งโอกาสและความท้าทาย ภาคการผลิตขั้นสูงของมณฑลหูเป่ยต้องการวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรแปรรูป วัสดุอุตสาหกรรม อาหารฟังก์ชัน วัตถุดิบชีวภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีนวัตกรรม มีศักยภาพในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของจีน นอกจากนี้ การขยายตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัล การแพทย์ขั้นสูง และยานยนต์อัจฉริยะในมณฑลหูเป่ย ยังเปิดช่องให้ผู้ประกอบการไทยด้านโลจิสติกส์ การบริการ การออกแบบ และการวิจัยร่วม เข้าไปสร้างความร่วมมือเชิงลึกมากกว่าการค้าขายแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ดี การแข่งขันในตลาดจีนจะเข้มข้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สินค้าและบริการจากไทยจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐาน เทคโนโลยี และการสร้างแบรนด์ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจจีนยุคใหม่ต่อไป
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ของจีน มิใช่เพียงกรอบนโยบายภายในประเทศ แต่เป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างของการปรับบทบาทจีนในระบบเศรษฐกิจโลก และมณฑลหูเป่ยกำลังถูกยกระดับเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ดังกล่าว สำหรับไทย การติดตามและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างลึกซึ้ง จะเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์การค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนในทศวรรษหน้า
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรปรับบทบาทจากผู้ส่งออกสินค้าไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าของจีน โดยมุ่งอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 เช่น เทคโนโลยีสีเขียว สุขภาพ และโลจิสติกส์สมัยใหม่ การยกระดับมาตรฐานสินค้า สิ่งแวดล้อม และดิจิทัล รวมถึงการวางยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ในมณฑลศูนย์กลางใหม่อย่างมณฑลหูเป่ย จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีน ขณะเดียวกัน ควรสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับพันธมิตรจีนและเสริมศักยภาพด้านการวิเคราะห์นโยบาย เพื่อกำหนดกลยุทธ์การค้าและการลงทุนอย่างยั่งยืน
..........................................................
แหล่งข้อมูล
https://mp.weixin.qq.com/s/EwgA0aTh2VPHDy0OJvj5OQ?scene=1&click_id=1