
ท่าอากาศยาน Václav Havel ในกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ช่วงฤดูร้อนตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้รองรับผู้โดยสารเกือบ 11.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ตัวเลขจะยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2019 อยู่ประมาณร้อยละ 3 แต่ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และแสดงให้เห็นว่าการจราจรทางอากาศในสนามบินกำลังเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่การเดินทางทางอากาศมีความผันผวนมาหลายปี Mr. Jirí Vyskoč ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจการบิน กล่าวว่า การเติบโตของสนามบินสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นและเส้นทางบินที่กว้างขึ้น “เราเห็นผู้โดยสารกลับมาใช้บริการอีกครั้ง และเครือข่ายจุดหมายปลายทางจากกรุงปรากยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง” ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาจำนวนจุดหมายปลายทางที่ให้บริการจากกรุงปรากเมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็กเพิ่มขึ้นจาก 164 เป็น 167 แห่ง โดยเส้นทางยอดนิยม ได้แก่ สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน กรีซ และตุรกี แสดงให้เห็นถึงความต้องการเดินทางเพื่อการพักผ่อนในยุโรปที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยสัดส่วนผู้โดยสารก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน จำนวนผู้โดยสารต่างประเทศมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 54.5 ของผู้โดยสารทั้งหมด ขณะที่ผู้โดยสารในประเทศอยู่ที่ร้อยละ 45.5 “เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เราพบว่ามีผู้โดยสารต่างชาติเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีที่ผ่านมา และในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้น” Vyskoč กล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม สนามบินให้บริการผู้โดยสารรวมเกือบ 15 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้โดยสารต่างชาติคิดเป็นร้อยละ 56.3 ของผู้โดยสารทั้งหมด ซึ่งตอกย้ำถึงเสน่ห์อันต่อเนื่องของกรุงปรากในฐานะประตูสู่ยุโรปกลางและหนึ่งในศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งในอนาคตท่าอากาศยาน Václav Havel มีแผนที่จะขยายเส้นทางบินให้ครอบคลุมมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ถึง 28 มีนาคม 2026 โดยมีจุดหมายปลายทางทั้งหมด 127 แห่ง ซึ่งมีปลายทางใหม่ 15 แห่ง จำนวนเที่ยวบินทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เป็นประมาณ 45,000 เที่ยวบิน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของท่าอากาศยานฯ ในการสร้างการเติบโตและความยืดหยุ่น ท่ามกลางรูปแบบการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ข้อคิดเห็น/เสนอแนะของ สคต.
การที่ท่าอากาศยาน Václav Havel ฟื้นตัวอย่างมีนัยยะดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจของสาธารณรัฐเช็กในหลายมิติ:
การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างประเทศ ส่งผลดีต่อธุรกิจบริการ โรงแรม ร้านอาหาร และภาคการค้าปลีก
การขยายเส้นทางบินทั้งในจำนวนปลายทางและจำนวนเที่ยวบิน แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางของเช็กถูกใช้งานมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการลงทุนในภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
เมื่อผู้โดยสารต่างประเทศมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และจำนวนเดินทางมากขึ้น แสดงถึงศักยภาพของตลาดเช็กในฐานะ "เกตเวย์" เข้าสู่ยุโรปกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่เดินทางมายังภูมิภาคนี้
แต่อย่างไรก็ดี การที่ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ราวร้อยละ 3 หมายความว่า ยังมีช่องว่างในการฟื้นตัว ดังนั้น หากเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ คาดว่าจะมีการเติบโตในภาคส่วนต่างๆ ได้เพิ่มเติม โดยเฉพาะภาคบริการการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ ในส่วนของผู้ประกอบการไทยหากจำนวนนักท่องเที่ยว/นักธุรกิจเดินทางจากต่างประเทศมายังสาธารณรัฐเช็กเพิ่มขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสต่อสินค้าไทยที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวเช็กและยุโรปมากขึ้น เช่น อาหารพร้อมรับประทาน ผลไม้แปรรูป เครื่องสำอาง แฟชั่น ที่อาจขายผ่านช่องทาง Duty-free หรือร้านค้าในสนามบิน รวมทั้งร้านค้าท้องถิ่นในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งไทยสามารถใช้จุดได้เปรียบของ “แบรนด์ประเทศไทย” เช่น แหล่งผลิตคุณภาพดี วัฒนธรรม การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้แก่ผู้บริโภคชาวเช็ก/ยุโรปเป็นที่รู้จักเพิ่มเติม ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรวิเคราะห์ตลาดเช็กเชิงลึก รสนิยมผู้บริโภค กฎระเบียบการนำเข้า มาตรฐานสินค้า และภาษี/อากร เพื่อเตรียมความพร้อมในการเจาะตลาดเช็กต่อไป ทั้งนี้ ปี 2025 (มกราคม - กันยายน) ไทยส่งออกไปยังสาธารณรัฐเช็ก มูลค่า 833.60 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.67 โดยสินค้าหลักคือสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เป็นต้น นอกเหนือจากสินค้าอุตสาหกรรมแล้วสินค้าอื่นๆ ที่มีศักยภาพในตลาดเช็ก ได้แก่ ของเล่น เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องเทศและสมุนไพร ข้าว ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป สิ่งปรุงรสอาหาร ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผักสด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เป็นต้น