
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 กระทรวงเกษตรและอาหาร และกิจการชนบท สาธารณรัฐเกาหลี เปิดเผยแผนเร่งด่วนในการนำเข้าไข่ไก่และเนื้อสัตว์จากต่างประเทศ หลังการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง (HPAI) ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาส่งผลกระทบหนักต่อปริมาณการผลิตไข่ภายในประเทศ และท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงทวีความรุนแรง
การระบาดของโรคไข้หวัดนกในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาทำให้ต้องทำลายแม่ไก่ไข่ถึง 11.34 ล้านตัว ซึ่งนับเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่ฤดูหนาวปี 2563-2564 ที่มีการทำลายแม่ไก่ถึง 16.96 ล้านตัว ส่งผลให้คาดการณ์ว่าผลผลิตไข่ไก่ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้จะหดตัวลงร้อยละ 1.2–3.6เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รัฐบาลจึงเดินหน้านำเข้าไข่สดอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการนำเข้าไปแล้ว 5.64 ล้านฟอง
สำหรับแผนนำเข้าในระยะถัดไป รัฐบาลกำหนดนำเข้าไข่สดจากสหรัฐอเมริกา 2.24 ล้านฟอง ภายในวันที่ 19 พฤษภาคม และนำเข้าไข่สดจากไทยอีก 1.12 ล้านฟอง ภายในวันที่ 27 พฤษภาคม และในเดือนมิถุนายนมีแผนนำเข้าเพิ่มเติมอีก 1.12 ล้านฟองจากสหรัฐฯ หรือไทย โดยรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิดและพร้อมพิจารณานำเข้าเพิ่มเติมหากจำเป็น
ทั้งนี้ การระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญ ทำให้เกาหลีใต้เร่งกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งนำเข้า โดยเพิ่มไทยเข้ามาเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าหลัก เนื่องจากมีจุดแข็งด้านความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ต้นทุนที่แข่งขันได้ และศักยภาพด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์ไข่แปรรูป
นอกเหนือจากปัญหาอุปทานไข่ไก่ สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ยังเตรียมใช้มาตรการลดภาษีนำเข้าฉุกเฉิน (Emergency Tariff-Rate Quota: TRQ) สำหรับเนื้อไก่และเนื้อหมู เพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและราคาสินค้าที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความมขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อราคาน้ำมันและค่าครองชีพโดยรวม โดยจะลดภาษีนำเข้าเนื้อไก่ภายใต้โควตา 30,000 ตัน ถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 และเนื้อหมูภายใต้โควตา 12,000 ตัน ถึงสิ้นปี 2569
ในด้านมาตรการเสริม รัฐบาลยังจัดสรรงบประมาณ 22,000 ล้านวอน เพื่อสนับสนุนส่วนลดสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ และประมง พร้อมระบายสต็อกอาหารทะเลของรัฐ 8,000 ตันเข้าสู่ตลาด และเพิ่มอุปทานหมูในตลาดค้าส่ง รัฐบาลระบุว่าราคาสินค้าอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลสะสมจากทั้งโรคไข้หวัดนกและโรค ASF ในสุกร ซึ่งทำให้จำเป็นต้องเร่งเพิ่มอุปทานและควบคุมต้นทุนเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน มาตรการดังกล่าวประกาศในการประชุมคณะทำงานรับมือเงินเฟ้อจากสงครามตะวันออกกลาง และการประชุมรองรัฐมนตรีด้านราคาสินค้า นำโดยนายอี ฮยองอิล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจคนที่ 1 ของเกาหลีใต้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งเข้าร่วม เช่น กระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการการค้าเสรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่มา : Chosun News
ความคิดเห็นของ สคต. ณ กรุงโซล
สถานการณ์ดังกล่าวเปิดโอกาสสำคัญให้กับไทยในฐานะผู้ส่งออกสินค้าปศุสัตว์ โดยเฉพาะในส่วนของไข่ไก่และเนื้อไก่ที่ไทยมีศักยภาพพร้อมและได้รับการยอมรับจากเกาหลีใต้อยู่แล้ว การที่เกาหลีใต้หันมาพึ่งพาไทยเป็นแหล่งนำเข้าไข่สดเพิ่มเติม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตของไทย ซึ่งน่าจะเป็นแรงผลักดันให้มูลค่าการส่งออกไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ไข่แปรรูปจากไทยไปเกาหลีใต้ขยายตัวได้อีกในระยะข้างหน้า เช่นเดียวกับเนื้อไก่สดและแปรรูปที่ปัจจุบันเกาหลีใต้อนุญาตให้นำเข้าจากไทยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเนื้อหมูนั้น ไทยยังไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกเนื้อหมูไปยังเกาหลีใต้ ทำให้มาตรการลดภาษีนำเข้าเนื้อหมูล่าสุดของเกาหลีใต้แทบจะเป็นการเปิดทางให้เฉพาะประเทศที่ได้รับการรับรองอยู่แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรปบางประเทศ และชิลี เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์หมูแปรรูปบางชนิด อาจมีโอกาสมากในอนาคตหากผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดของเกาหลีใต้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยอาจจะพิจารณาความเป็นไปได้ในการเจรจาสุขอนามัยสัตว์เพื่อขอเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์แปรรูปบางรายการกับเกาหลีใต้ ซึ่งไทยมีความได้เปรียบในด้านทำเลภูมิศาสตร์ที่ใกล้ชิด และต้นทุนที่แข่งขันได้ เพื่อเปิดโอกาสให้แก่อุตสาหกรรมอาหารของไทยในอนาคต
***************************************
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล