
ในช่วงเดือนเมษายน 2569 ค่าเงินเชเกลของอิสราเอลแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเข้าใกล้ระดับ 3.00 NIS ต่อ 1 USD ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ30 ปีเลยทีเดียวที่ค่าเงินเชเกลแข็งค่าขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อภาคการส่งออกของอิสราเอลอย่างมีนัยสำคัญ
สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Double Currency Squeeze” หรือ แรงกดดันสองทาง
กล่าวคือ เมื่อค่าเงินเชเกล “แข็งค่า” แต่ค่าค่าเงินดอลลาร์ “อ่อนค่า” ส่งผลให้รายได้ของผู้ส่งออก (ที่รับเป็น USD) ลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อแปลงเป็นเงินเชเกล โดยหากเปรียบเทียบค่าเงินในปี 2025 นั้น ค่าเงินเชเกล แข็งค่าขึ้นถึง 17% หรือกล่าวง่ายคือ อิสราเอลส่งออกสินค้าในราคา USD เท่าเดิมแต่ได้รับเงินน้อยลงเป็นเชเกล
สาเหตุสำคัญว่าทำไมถึงเกิดสถานการณ์แบบนี้?
(1) เงินทุนไหลเข้า (Capital Inflows) – อิสราเอลยังคงเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และมีการลงทุนหรือเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดความต้องการเชเกลสูงและค่าเงินแข็งขึ้น
(2) ปัจจัยตลาดการเงินโลก – มีการคาดการณ์ในตลาดการเงินโลกว่า อาจมีแนวโน้มที่ FED จะลดดอกเบี้ยในสหรัฐที่อาจปรับลดเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในสหรัฐฯ และยังเกิดภาวะการณ์ที่มีเงินทุนเคลื่อนย้ายไปยังสินทรัพย์เสี่ยงน้อยกว่า เช่น ทองคำ ตลาดพันธบัตร ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าในภาพรวม
(3) กลไกของนักลงทุนสถาบัน – กองทุนบำนาญอิสราเอลลงทุนในต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้เมื่อมูลค่าสินทรัพย์ต่างประเทศเพิ่มขึ้น จะมีการขายดอลลาร์มากขึ้น เพื่อส่งเงินกลับมาเป็นเชเกลยิ่งเร่งให้ค่าเงินเชเกลแข็งค่า
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิสราเอล
(1) ภาคการส่งออก (Export Sector) - รายได้ในรูปเชเกลลดลง แม้ยอดขายคงเดิม โดยหากพิจารณาในด้านกำไรของบริษัทที่ส่งออกถูกบีบให้มีค่าส่วนต่างของกำไรเป็นจำนวนเงินที่น้อยลง (margin compression) ส่งผลให้ภาคส่งออกซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของ GDP กว่า 40% ได้รับผลกระทบโดยตรง
(2) ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) – สินค้าและบริการของอิสราเอลมีราคาสูงขึ้นในตลาดโลก มีผลในระยาวที่อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศต้นทุนต่ำ เช่น เอเชียและยุโรปตะวันออก
(3) การลงทุนและโครงสร้างธุรกิจ - มีข่าวว่ามี บริษัทเริ่มพิจารณาย้ายฐานการผลิตหรือจดทะเบียนในต่างประเทศ เกิดแนวโน้ม “de-localization” ของธุรกิจอิสราเอล เนื่องจาก หากไปประกอบธุรกิจประเทศอื่น อาจสามารถทำกำไรต่อหน่วยได้สูงขึ้น ซึ่งเมื่อปลายปี 2025 เริ่มเกิดภาวะ Brain Drain หรือ สมองไหล ที่คนที่มีความสามารถในด้านต่างๆ มีการย้ายออกไปจากประเทศอิสราเอลจำนวนมาก เกิดภาวะไม่สมดุลด้านประชากรที่มีจำนวนคนเข้าน้อยกว่าคนย้ายออกเป็นครั้งแรกในรอบ 78 ปี
(4) ตลาดแรงงานและเศรษฐกิจจริง – เมื่อกำไรธุรกิจลดลง อาจส่งผลต่อความสามารถในการจ้างงานลดลง โดยอุตสาหกรรมการผลิตและ SMEs ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะจะเกิดการขาดแตลนแรงงานได้
ผลกระทบเชิงบวก (ในระยะสั้น)
แม้ค่าเงินเชเกลแข็งจะส่งผลลบต่อผู้ส่งออก แต่มีประโยชน์บางประการ ได้แก่ ผู้นำเข้าสินค้าต้นทุนลดลง, ราคาสินค้านำเข้าและค่าครองชีพบางส่วนลดลง และการเดินทางและการใช้จ่ายในต่างประเทศถูกลง อย่างไรก็ตาม ผลดีดังกล่าวเป็นเพียงระยะสั้นและกระจุกตัวในภาคผู้บริโภค
ประเด็นเชิงนโยบาย
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมีความเห็นว่า ธนาคารกลางอิสราเอลยังไม่ได้แทรกแซงค่าเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริมมีแนวทางที่ถูกเสนอให้พิจารณาเพื่อชะลอปัญหาที่ค่าเงินเชเกลแข็งมากเกินไปหรือแข็งค่าเร็วเกินไป ได้แก่ การลงทุนเงินทุนสำรองในต่างประเทศ (เพื่อลดแรงซื้อเชเกล) เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งการส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเสนอให้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออก (เช่น ภาษีหรือเงินสนับสนุน)
ความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำให้ความเห็นว่า สถานการณ์ค่าเงินในปัจจุบันสะท้อน “ความย้อนแย้งเชิงโครงสร้าง” ของเศรษฐกิจอิสราเอล กล่าวคือ อิสราเอลมีจุดแข็ง ที่มีการเติบโตของภาคเทคโนโลยีและเงินทุนไหลเข้า สะท้อนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศแม้มีภาวะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงคราม แต่จุดแข็งนี้ กลับกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินแข็งเกินไป และส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาคการส่งออกที่อาจรุนแรงและเกิดความไม่สมดุลต่อภาคธุรกิจในประเทศในระยะยาวได้
ดังนั้น หากแนวโน้มค่าเงินยังคงดำเนินต่อไป อาจนำไปสู่ ภาวะความเสี่ยงในหลายด้าน เช่น การชะลอตัวของภาคส่งออก, การย้ายฐานธุรกิจไปต่างประเทศ และความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะกลางถึงระยะยาว
ความเห็นของ สคต.
สคต. เห็นว่า สถานการณ์ค่าเงินเชเกลแข็งค่าและดอลลาร์อ่อนค่า แม้จะสร้างแรงกดดันต่อผู้ส่งออกอิสราเอล แต่ในขณะเดียวกันถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ส่งออกไทยในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ขยายส่วนแบ่งตลาด และเจาะกลุ่มผู้นำเข้าที่ต้องการลดต้นทุน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหาร เกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งนี้ หากมีการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการค้าอย่างทันท่วงที อาจสามารถต่อยอดโอกาสระยะสั้นให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการค้าในระยะยาวได้
ผู้ส่งออกหรือนักธุรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il
ที่มา : https://www.timesofisrael.com และ https://www.ynetnews.com