
แผนภาพที่ 1: แสดงข้อมูลสัดส่วนสินค้ากุ้งที่นำเข้ามายังสหรัฐฯ โดยคำนวณจากมูลค่าการนำเข้าของสินค้าทั้งหมด ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
2.3 ภาพรวมมูลค่าการค้าสินค้ากุ้งของสหรัฐฯ มูลค่าการค้าระหว่างประเทศกลุ่มสินค้ากุ้งของสหรัฐฯในภาพรวม ถือว่าอยู่ในสภาพขาดดุลทางการค้าอย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่างปีค.ศ. 2019 – 2023 หรือ 5 ปีให้หลัง ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของสัดส่วนสินค้ากุ้งในตลาดสหรัฐฯ ที่สินค้าที่ผลิตในสหรัฐนเองมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น
แผนภาพที่ 2: แสดงข้อมูลดุลการค้า และมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกสินค้ากุ้งรวม 7 หมวดหมู่ของสหรัฐฯระหว่างปี 2019 – 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
2.4 สถิติการนำเข้าสินค้ากุ้งมายังสหรัฐฯ ในปี 2023 ที่ผ่านมาสหรัฐฯนำเข้าสินค้ากุ้ง (นับเฉพาะหมวดหมู่สินค้าตาม HS Code ทั้ง 7 หมวดหมู่ตาม 2.2) มีมูลค่าจาก 7 อันดับประเทศแรก ได้แก่ 1. อินเดีย (ร้อยละ 36) 2. เอกวาดอร์ (ร้อยละ 21) 3. อินโดนีเซีย (ร้อยละ 18) 4. เวียดนาม (ร้อยละ 10) 5. ประเทศไทย (ร้อยละ 5) 6. เม็กซิโก (ร้อยละ 3) และ 7. อาร์เจนตินา (ร้อยละ 2) ซึ่งจากข้อมูลที่ปรากฎในแผนภาพที่ 3 จะเห็นได้ว่าประเทศอินเดียมีมูลค่าการส่งออกสินค้ากุ้งที่เยอะที่สุดในช่วง 5 ปีให้หลังซึ่งทิ้งห่างจากประเทศอื่น ๆ อย่างมาก สอดคล้องกับข้อเท็จจริงว่าสินค้ากุ้งจาdประเทศอินเดียมีส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐฯกว่าร้อยละ 40 ในปัจจุบัน สินค้ากุ้งจากเอกวาดอร์ได้รับความนิยมและมีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งจากประเทศไทยนั้นถือว่าค่อนข้างทรงตัวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
แผนภาพที่ 3: แสดงข้อมูลมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งรวม 7 หมวดหมู่ของสหรัฐฯ จากประเทศ 7 อันดับแรก ระหว่างปี 2019 – 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
แผนภาพที่ 4: แสดงข้อมูลสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งรวม 7 หมวดหมู่ของสหรัฐฯ จากประเทศ 7 อันดับแรกในปี 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
2.4.1 เปรียบเทียบการนำเข้าระหว่างเดือนมกราคม 2023 และมกราคม 2024 ข้อมูลการนำเข้าสินค้ากุ้งรวม (นับเฉพาะหมวดหมู่สินค้าตาม HS Code ทั้ง 7 หมวดหมู่ตาม 2.2) เปรียบเทียบระหว่างเดือนมกราคมปี 2023 และเดือนมกราคมปีนี้ ในภาพรวมพบว่าในช่วงเดือนเดียวกันนั้น สหรัฐฯมีการนำเข้าสินค้ากุ้งน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับสภาวะเงินเฟ้อในประเทศที่ส่งผลให้ชาวอเมริกันค่อนข้างใช้จ่ายอย่างประหยัดมากขึ้น สอดคล้องกับรายงาน Agri-Food Institute Industry Update - Q4 2023 ซึ่งรายงานว่าราคาสินค้าอาหารทะเลในภาพรวมนั้นพุ่งสูงขึ้น ทิศทางการใช้จ่ายเงินของชาวอเมริกันนั้นจะหลีกเลี่ยงสินค้าราคาสูงโดยไม่จำเป็น
แผนภาพที่ 5: แสดงข้อมูลมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งรวม 7 หมวดหมู่ของสหรัฐฯ เปรียบเทียบระหว่างเดือนมกราคม 2023 และ 2024 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
2.4.2 ข้อมูลนำเข้ารายไตรมาส ในปี 2023 ที่ผ่านมา (นับเฉพาะหมวดหมู่สินค้าตาม HS Code ทั้ง 7 หมวดหมู่ตาม 2.2) พบว่ามูลค่าการนำเข้าในไตรมาสที่ 3 ต่อเนื่องไตรมาสที่ 4 นั้นมีมูลค่าสูงโดนเด่นกว่าทุกไตรมาส สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณความต้องการสินค้ากุ้งในช่วงไตรมาสดังกล่าวที่สูงกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ ของปี สอดคล้องกับช่วงเวลาดังกล่าวนั้นถือเป็นช่วงเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสำคัญของปี อาทิ วันชาติสหรัฐฯ วันขอบคุณพระเจ้า และช่วงเทศกาลคริสต์มาสถึงปีใหม่
แผนภาพที่ 6: แสดงข้อมูลมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งรวม 7 หมวดหมู่ของสหรัฐฯ เปรียบเทียบระหว่างไตรมาสในปี 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
2.4.3 ข้อมูลนำเข้าเฉพาะกลุ่มสินค้ากุ้งแช่แข็ง หากพิจารณาเฉพาะสินค้ากุ้งแช่แข็ง (1. HS Code 030616: Cold-water shrimps and prawns (Pandalus spp., Crangon crangon), Frozen. 2. HS Code 030617: Other shrimps and prawns, Frozen.) พบว่าประเทศมีมูลค่าจาก 7 อันดับประเทศแรก ได้แก่ 1. อินเดีย (ร้อยละ 38) 2. เอกวาดอร์ (ร้อยละ 27) 3. อินโดนีเซีย (ร้อยละ 15) 4. เวียดนาม (ร้อยละ 5) 5. เม็กซิโก (ร้อยละ 4) 6. อาร์เจนตินา (ร้อยละ 3)และ 7. ประเทศไทย (ร้อยละ 2) ซึ่งถือว่าประเทศไทยมีมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งแช่แข็งมายังสหรัฐฯรั้งท้าย ประเทศที่ส่งออกกุ้งมายังสหรัฐฯอย่างมีนัยยะสำคัญ
แผนภาพที่ 7: แสดงข้อมูลมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งแช่แข็งของสหรัฐฯจากประเทศ 7 อันดับแรกระหว่างปี 2019 – 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
แผนภาพที่ 8: แสดงข้อมูลสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งแช่แข็งของสหรัฐฯจากประเทศ 7 อันดับแรกในปี 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
2.4.4 ข้อมูลนำเข้าเฉพาะกลุ่มสินค้ากุ้งสด หากพิจารณาเฉพาะสินค้ากุ้งสด (1. HS Code 030635: Cold-water shrimps and prawns (Pandalus spp., Crangon crangon), Live, Fresh or Chilled. 2. HS Code 030636: Other shrimps and prawns, Live, Fresh or Chilled) พบว่าประเทศมีมูลค่าจาก 5 อันดับประเทศแรก ได้แก่ 1. เอกวาดอร์ (ร้อยละ 32) 2. เกาหลีใต้ (ร้อยละ 23) 3. อินโดนีเซีย (ร้อยละ 16) 4. โคลอมเบีย (ร้อยละ 12) 5. ไทย (ร้อยละ 4) ซึ่งถือว่าประเทศไทยมีมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งแช่แข็งมายังสหรัฐฯรั้งท้าย ประเทศที่ส่งออกกุ้งมายังสหรัฐฯอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งนี้ สินค้ากุ้งสดจากอินเดียถือว่ามีมีมูลค่าสูงมากเช่นกัน ทั้งนี้ เนื่องจาก ณ วันที่สืบค้นข้อมูล ไม่ปรากฎข้อมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งสดจากอินเดียในปี 2023 จึงทำให้การอ่านข้อมูลอาจคาดเคลื่อนได้หากนำมาพิจารณาร่วมโดยที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
แผนภาพที่ 9: แสดงข้อมูลมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งสดของสหรัฐฯจากประเทศ 5 อันดับแรกระหว่างปี 2019 – 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
แผนภาพที่ 10: แสดงข้อมูลสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งสดของสหรัฐฯจากประเทศ 5 อันดับแรกในปี 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
2.4.5 ข้อมูลนำเข้าเฉพาะกลุ่มสินค้ากุ้งแปรรูป หากพิจารณาเฉพาะสินค้ากุ้งแปรรูป (1. HS Code 160520: Shrimp and prawns, Prepared or Preserved. 2. HS Code 160521: Shrimp and prawns, Prepared or Preserved, Not in air tight containers. และ 3. HS Code 160529: Shrimp and prawns, Prepared or Preserved, in air tight containers) พบว่าประเทศมีมูลค่าจาก 6 อันดับประเทศแรก ได้แก่ 1. อินเดีย (ร้อยละ 39) 2. อินโดนีเซีย (ร้อยละ 27) 3. เวียดนาม (ร้อยละ 22) 4. ประเทศไทย (ร้อยละ 13) 5. เอกวาดอร์ (ร้อยละ 4) และ 6. จีน (ร้อยละ 3) ซึ่งถือว่าประเทศไทยมีมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งแปรรูปมายังสหรัฐฯที่มีศัยภาพในระดับกลางเมื่อเปรียบเทียบกีบประเทศที่ส่งออกสินค้ากุ้งแปรรูปมายังสหรัฐฯอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งนี้จะสังเกตุได้ว่าในปี 2023 สถิติการนำเข้าสินค้ากุ้งแปรรูปมายังสหรัฐฯลดลงในภาพรวมทั้งหมด
แผนภาพที่ 11: แสดงข้อมูลมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งแปรรูปของสหรัฐฯจากประเทศ 6 อันดับแรกระหว่างปี 2019 – 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
แผนภาพที่ 12: แสดงข้อมูลสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าสินค้ากุ้งแปรรูปของสหรัฐฯจากประเทศ 6 อันดับแรกในปี 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
“ตัวอย่างสินค้ากุ้งแช่แข็งในตลาดสหรัฐฯ”
2.5.2 สินค้ากุ้งสด สินค้ากุ้งสดที่ปรากฎในตลาดสหรัฐฯนั้นส่วนมากจะเป็นสินค้ากุ้งที่ผ่านการแช่แข็งมาก่อน (Previously Frozen) ซึ่งจะพบได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง อาทิ Publix, Fresco y Mas แต่จะไม่พบให้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เช่นCostco ทั้งนี้ ราคาสินค้ากุ้งสดชนิดนี้จะมีราคาที่สูงกว่ากุ้งแช่แข็งเล็กน้อย ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมพอสมควร เนื่องจากสินค้ามีความได้เปรียบกุ้งแช่แข็งตรงนี้สามารถนำไปปรุงได้เลย ไม่ต้องรอเวลาหรือนำไปละลายน้ำแข็งก่อน
“ตัวอย่างสินค้ากุ้งสดในตลาดสหรัฐฯ”
2.5.3 สินค้ากุ้งแปรรูป สินค้ากุ้งแปรรูปในสหรัฐฯนั้นส่วนมากแล้วเป็นการนำกุ้งมาปรุงสุกให้มีรสชาติเฉพาะ ผ่านกระบวนการที่ทำให้สินค้ากุ้งอยู่ในสภาพพร้อมทาน ซึ่งรสชาติมีความหลากหลายมาก ยกตัวอย่างเช่น กุ้งชุปแป้งทอด (Panko Shrimp) กุ้งเทมปุระ (Tempura Shrimp) กุ้งอบเนยกระเทียม (Garlic Butter Shrimp) บิสกิตกุ้งชีสเชดดาร์ (Cheddar Bay Biscuit) กุ้งไดนาไมต์ (Dynamite Shrimp) เป็นต้น ในส่วนของสินค้ากุ้งแปรรูปจากประเทศไทยที่ได้รับความนิยม ได้แก่ กุ้งคลุกมะพร้าวทอดพร้อมน้ำจิ้มเผ็ดหวานแบบไทย (Coconut Shrimp with Sweet Thai Chili Sauce) ยี่ห้อ Royal Asia และปรากฎสินค้าน้ำจิ้มจากประเทศไทยในส่วนประกอบของกุ้งเทมปุระยี่ห้อ Kirkland อีกด้วย
“ตัวอย่างสินค้ากุ้งสดในตลาดสหรัฐฯ”
2.6 ความต้องการสินค้ากุ้งในตลาดสหรัฐฯ เมื่อพิจารณาจากข้อมูลปริมาณการนำเข้าสินค้ากุ้งทั้งหมด และที่แยกตามประเภทสินค้ากุ้ง ซึ่งปรากฎตามแผนภาพที่ 13 – 16 พบว่า ปริมาณความต้องการสินค้ากุ้งทั้งหมด ซึ่งสะท้อนจากปริมาณที่สหรัฐฯมีการนำเข้าทั้งหมดนั้นอยู่ในสภาวะขาลง หรือมีความต้องการน้อยลงทั้งหมดในภาพรวม ดังที่จะเห็นว่าจากปี 2021 เป็นต้นมาปริมาณการนำเข้าสินค้ากุ้งลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความเด่นชัดขึ้นในช่วงระหว่างปี 2022 – 2023 สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคของชาวอเมริกันที่คำนึงถึงผลกระทบจากสภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น และราคาสินค้าบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อาจเกี่ยวข้องการท่าทีของกลุ่มผู้ผลิตกุ้งภายในสหรัฐฯ ที่เรียกร้องให้ควบคุมปริมาณการนำเข้าสินค้ากุ้งจากต่างประเทศ ที่กำลังเข้ามากินส่วนแบ่งสินค้ากุ้งภายในตลาดสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
แผนภาพที่ 13: แสดงข้อมูลปริมาณการนำเข้าสินค้ากุ้งรวม 7 หมวดหมู่ของสหรัฐฯระหว่างปี 2019 – 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
แผนภาพที่ 14: แสดงข้อมูลปริมาณการนำเข้าสินค้ากุ้งสดของสหรัฐฯระหว่างปี 2019 – 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
แผนภาพที่ 15: แสดงข้อมูลปริมาณการนำเข้าสินค้ากุ้งแช่แข็งของสหรัฐฯระหว่างปี 2019 – 2023 ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
แผนภาพที่ 16: แสดงข้อมูลปริมาณการนำเข้าสินค้ากุ้งแปรรูปของสหรัฐฯระหว่างปี 2019 – 2023ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
2.7 แนวโน้มของสินค้ากุ้งในตลาดสหรัฐฯ ในปัจจุบันสินค้ากุ้งจากประเทศอินเดีย เอกวาดอร์ และอินโดนีเซียบางส่วน เป็นผู้ครองตลาดสินค้ากุ้งส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้ากุ้งจากอินเดียและเอกวาดอร์จะมีความได้เปรียบเรื่องต้นทุนราคาขายกว่ากุ้งจากประเทศอื่น ๆ อย่างมาก ทำให้ในภาพรวมของตลาดสินค้ากุ้งนั้น สินค้ากุ้งจากทั้งสองประเทศดังกล่าวมีความได้เปรียบ นอกจากนี้ราคาที่ถูกกว่าสินค้ากุ้งตลาดสหรัฐฯมากนั้น ยังทำให้เกิดเสียงเรียกร้องจากกลุ่มผู้ประกอบการผลิตกุ้งในสหรัฐฯ ถึงพฤติกรรมการขายทุ่มตลาด และการกระทำทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Trade Practices) โดยทั้งสองถือเป็นข้อกล่าวหาทางการค้าที่ค่อนข้างเข้มข้น ซึ่งคาดว่าจะมีผลต่อการแข่งขันทางการค้าสินค้ากุ้งในรูปแบบต่าง ๆ ต่อไป ทั้งนี้ สามารถพิจารณาราคาสินค้ากุ้งในภาพรวมจำแนกตามประเภทสินค้าและที่มาได้ตามตารางที่ปรากฎ
3. ผู้บริโภคสินค้ากุ้งในสหรัฐฯ
จากการสำรวจข้อมูลยอดขายสินค้าอาหารทะเลทั้งหมดของ National Fisheries Institute ของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่กว้างและแพร่หลายของชาวอเมริกันที่มีต่อสินค้ากุ้ง โดยจากทุกภูมิภาคของสหรัฐฯนั้น กุ้งถูกจัดให้เป็นสินค้าอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม รูปแบบและรสนิยมในการบริโภคสินค้ากุ้งนั้นเชื่อว่ามีความแตกต่างกันตามแต่ละภูมิภาคด้วยเหตุผลทางวัฒนธรรมการกิน เศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ สายพันธุ์ของกุ้งที่ได้รับความนิยมจากผลการสำรวจข้อมูลโดย Straw Poll พบว่า อันดับที่ 1. กุ้งขาว Whiteleg shrimp (Litopenaeus vannamei) อันดับที่ 2. กุ้งกุลาดำ Black tiger shrimp (Penaeus monodon) อันดับที่ 3. กุ้ง Gulf white shrimp (Litopenaeus setiferus) อันดับที่ 4. กุ้งหวาน Pink shrimp (Pandalus borealis) และอันดับที่ 5. กุ้งเปลือกแข็ง Brown shrimp (Farfantepenaeus aztecus)
แผนภาพที่ 17: ข้อมูลอาหารทะเลแช่แข็งที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก แบ่งตามภูมิภาคของสหรัฐฯ (วัดจากยอดขายของสินค้าแต่ละชนิด) ข้อมูลจาก National Fisheries Institute สหรัฐฯ
4. ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้ากุ้งในสหรัฐฯ
ห้าง Whole Foods Market
ข้อมูลติดต่อ บริษัท Whole Foods Market Inc.
ที่อยู่: 550 Bowie St., Austin, TX 78703
โทร: 512-477-4455 โทรสาร: 512-482-7000
เว็บไซต์: www.wholefoodsmarket.com
ห้าง Publix
ข้อมูลติดต่อ บริษัท Publix Supermarket Inc.
ที่อยู่: 3300 Publix Corporate, Lakeland, FL 33811
โทร: 863-688-1188
เว็บไซต์: www.publix.com
ห้าง Trader Joe’s
ข้อมูลติดต่อ บริษัท Trade Joe’s Co Inc.
ที่อยู่: 800 S Shamrock Ave. Monrovia, CA 91016
โทร: 626-599-3700
เว็บไซต์: www.tradejoes.com
ห้าง Walmart
ข้อมูลติดต่อ บริษัท Walmart Inc.
ที่อยู่: 702 SW 8th St, Bentonville, AR 72716
โทร: 479-273-4000
เว็บไซต์: www.walmart.com
ห้าง Winn-Dixie
ข้อมูลติดต่อ บริษัท Winn-Dixie Stores, Inc.
ที่อยู่: 4400 W Sample Rd Suite 130b, Coconut Creek, FL 33073
โทร: 561-870-3733
เว็บไซต์: www.winndixie.com
ห้าง Costco Wholesale
ข้อมูลติดต่อ บริษัท Costco Wholesale Corporation
ที่อยู่: 999 Lake Drive Issaquah, WA 98027
โทร: 425-313-8100
เว็บไซต์: https://www.costco.com
5. มาตรการและกฎระเบียบการนำเข้าสินค้ากุ้งมายังสหรัฐฯ
ในการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลประเภทกุ้งมายังสหรัฐฯ จำเป็นต้องมีเอกสารประกอบ ดังนี้
1. เอกสาร DS-2031 (Shrimp Exporter’s/Importer’s Declaration)
ระเบียบจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ (U.S. Department of State) โดยสำนักกิจการด้านมหาสมุทร สิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ (Bureau of Oceans and International Environmental and Scientific Affairs) ได้มีการออก “เอกสารรายชื่อประเทศผู้ผลิตกุ้งซึ่งได้รับการตวรจสอบและรับรองประจำปี” (Annual Determination and Certification of Shrimp-Harvesting Nations) โดยมีสาระสำคัญในการกำหนดรายชื่อประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐานของกุ้งจากธรรมชาติ (Wild-Caught Shrimp Harvest) ซึ่งสามารถนำเข้ามายังสหรัฐฯได้ โดยในปีล่าสุด (พฤษภาคม 2023) ได้กำหนดให้ทั้งสิ้น 43 ประเทศ ทั้งนี้ ไม่ปรากฏประเทศไทยอยู่ในรายชื่อ ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำหนดไว้ข้างท้ายว่าสำหรับประเทศที่ไม่ได้รับการรับรองในเอกสารฯ จะเท่ากับว่าทางการสหรัฐฯ อนุญาตให้นำเข้ากุ้งเพาะเลี้ยง (Aquaculture) เท่านั้น และได้กำหนดว่าการนำเข้ากุ้งมายังสหรัฐฯ จะต้องมาพร้อมกับเอกสาร DS-2031 ประกอบพิธีการทางศุลกากร
โดยรายละเอียดที่ปรากฏในเอกสาร DS-2031 ประกอบด้วย
1.1 ประเทศที่ทำการเพาะเลี้ยงกุ้ง (Harvesting Nation)
1.2 รายละเอียดสถานที่เพาะเลี้ยง (Aquaculture Facility)
1.3 รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ส่งออก (Exporter)
1.4 รายละเอียดของผู้นำเข้าในสหรัฐฯ (U.S. Importer /Ultimate Consignee)
1.5 วันที่ส่งออก (Date of Export)
1.6 คำอธิบายเกี่ยวกับสินค้า (Description of Product) ประกอบด้วย US HTS Number, จำนวนหน่วย (Number of Units), น้ำหนักสุทธิ (Net Weight in Kg.)
1.7 การสำแดงสินค้าของผู้นำเข้า (Exporter’s Declaration) ในส่วนนี้ผู้ส่งออกจะต้องยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของสินค้ากุ้งที่จะนำเข้ามายังสหรัฐฯ ซึ่งต้องเลือก 1 ส่วน
ส่วน 7.A สินค้ากุ้งที่มาจากการเพาะเลี้ยงที่ไม่เป็นอันตรายต่อเต่าทะเล ต้องแสดงว่าเพาะเลี้ยงด้วยระบบ:
7.A.1: เพาะเลี้ยงในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Harvested by Aquaculture)
7.A.2: เพาะเลี้ยงด้วยเครื่องกรองเต่า (Turtle Excluder Devices: TEDs)
7.A.3: เพาะเลี้ยงโดยใช้อุปกรณ์ที่ไม่ใช่เครื่องจักร หรืออุปกรณ์พิเศษ (Non-Mechanical Net Retrieval)
7.A.4: เพาะเลี้ยงโดยวิธีการอื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อเต่าทะเล ตามกำหนดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (Harvested in manner determined by Dept. of State not to pose threat to sea turtles)
ส่วน 7.B สินค้ากุ้งที่มาจากน่านน้ำของประเทศที่ได้รับการรับรองฯ (ไม่รวมถึงประเทศไทย)
1.8 รายละเอียดการรับรองจากหน่วยงานรัฐฯ ในกรณีที่เลือกส่วน 7.A (ลงลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่รัฐฯ) ประกอบด้วย ชื่อ / หน่วยงาน / ตำแหน่ง, ที่อยู่ / โทรศัพท์, ลายมือชื่อ (Signature) พร้อมวันที่
1.9 รายละเอียดการนำเข้า (Import Information) (ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ)
2. ใบรับรอง HACCP
HACCP หรือ ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (Hazard Analysis and Critical Control Points: HACCP) เป็นระบบที่ใช้ในการควบคุมมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสินค้าอาหาร ตั้งแต่ในระบบการผลิต (Production) จนถึงการจัดจำหน่าย (Distribution)
ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับใบรับรองดังกล่าว ได้ที่: https://www.fda.gov/food /hazard-analysis-critical-control-point-haccp/haccp-principles-application-guidelines#guidelines
3. ฉลากผลิตภัณฑ์ (Product Labeling)
บนฉลากของผลิตภัณฑ์จะต้องระบุข้อมูลที่มีความละเอียดและความแม่นยำเป็นไปตามมาตรฐานของทางการสหรัฐฯ โดยควรจะระบุข้อมูลที่สำคัญ ประกอบด้วย วัตถุดิบ วันที่ทำการผลิต สถานที่ และที่อยู่ของผู้ผลิตสินค้ากุ้ง ตลอดจนข้อมูลด้านโภชนาการและการแพ้อาหาร
4. ใบรับรองด้านสุขอนามัย (Sanitation Certificate)
ผู้ที่ส่งออกสินค้ากุ้งมายังสหรัฐฯ ต้องมีใบรับรองด้านสุขอนามัย จากหน่วยงาน หรือองค์กรที่ได้รับการยอมรับ (Recognize) จากทางการสหรัฐฯ
5. ประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้า (FDA Import Alert)
ประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าโดย FDA สหรัฐฯ คือประกาศที่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากประกาศเหล่านี้คือหลักเกณฑ์ข้อสำคัญในการพิจารณาการนำเข้าสินค้าอาหารและยามายังสหรัฐฯ โดยมีการกำหนดมาตรการต่อสินค้า และ/หรือกลุ่มสินค้า จากบริษัท และ/หรือประเทศที่ส่งออกสินค้าเหล่านั้นมายังสหรัฐฯ ตั้งแต่การกักกันสินค้าไว้ก่อนการตรวจสอบทางกายภาพ (Detention Without Physical Examination: DWPE) ไปจนถึง การห้ามการนำเข้า (Prohibition) กันเลยทีเดียว โดยเหตุผลของการออกประกาศแจ้งเตือนสามารถใช้เป็นเสมือนข้อกำหนด และข้อห้ามของสินค้าอาหารและยาในการนำเข้ามายังสหรัฐฯ
จากการสืบค้นข้อมูลพบว่า จนถึงปัจจุบันประเทศไทยถูกประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าเกี่ยวกับกุ้งรวมทั้งสิ้น 5 ฉบับ เรียงตามลำดับจากล่าสุดไปถึงเก่าที่สุด ประกอบด้วย
5.1 Import Alert 16-81 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566
มาตรการ: การกักกันสินค้าไว้ก่อนการตรวจสอบทางกายภาพ (DWPE)
สาเหตุ: ตรวจพบการเจือปนของเชื้อโรคซาลโมเนลลา (Presence of Salmonella) ซึ่งเป็นไปตามพรบ. ว่าด้วยอาหาร ยา และเครื่องสำอางของรัฐบาลกลาง (Federal Food, Drug, and Cosmetic Act) ใน Section 801(a)(3) ซึ่งระบุให้ปฏิเสธการนำเข้าสินค้าที่มีการเจือปนของเชื้อโรคซาลโมเนลลา ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
รายชื่อบริษัทจากประเทศไทยที่ถูกขึ้นบัญชีแดง (Red List):
“ตัวอย่างสินค้ากุ้งแปรรูปไทยที่มีศักยภาพ”
6.2 การเจาะตลาดสินค้ากุ้งในสหรัฐฯ 6.2.1 ศึกษาข้อมูลลักษณะพื้นฐานและความต้องการของกลุ่มลูกค้าในตลาด ทั้งนี้ พบว่ากลุ่มผู้บริโภคกุ้งนั้นมีปริมาณค่อนข้างมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สิ่งที่จะเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้ากุ้งจากประเทศไทยอาจจะอยู่ที่กลุ่มสินค้ากุ้งแปรรูปมากกว่า เนื่องจากประเทศไทยมีความดดนเด่นในศักยภาพการผลิตซึ่งเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว โดยอาจพิจารณาเพิ่มรสชาติ หรือลูกเล่นที่แปลกใหม่ที่มีพื้นฐานจากอาหารไทยที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วนั้น ป้อนสู่ตลาดมากขึ้น 6.2.2 ผู้ผลิตต้องควบคุมคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานของทางการสหรัฐฯ อย่างเคร่งครัด เนื่องจากหน่วยงานด้านอาหารและยา และกระทรวงการเกษตรของสหรัฐฯมีความเข้มงวดในระดับสูงต่อการตรวจสอบคุณภาพสินค้าอาหารก่อนนำเข้ามายังสหรัฐฯ 6.2.3 ติดตามความเปลี่ยนแปลงของกระแสนิยมผู้บริโภคในตลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด และสินค้าให้เข้ากับกระแสสังคมได้ 6.2.4 รับฟังความคิดเห็น และเสียงตอบรับของกลุ่มผู้บริโภค และใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อพัฒนา ต่อยอด หรือปรับปรุงสินค้าให้ตรงต่อความต้องการผู้บริโภคมากขึ้นต่อไป 6.2.5 แสวงหาผู้จัดจำหน่ายที่มีศักยภาพทางด้านการตลาด และการประชาสัมพันธ์ในเขตพื้นที่เป้าหมาย เพื่อสรรหาตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายตามช่องทางต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.3 ผู้นำเข้าสินค้ากุ้งที่สำคัญในเขตสคต. ณ เมืองไมอามี
Pacific Coral Seafood Co., Inc.
ที่อยู่: 2240 Ne 2nd Ave Miami, FL 33137-4806
โทร: 305-573-8280
เว็บไซต์: www.pacific-coral.com
Metafoods, LLC
ที่อยู่: 2970 Clairmont Rd Ne#510 Brookhaven, GA 30329-1638
เว็บไซต์: www.metafoodsllc.net
Tampa Maid Foods Inc.
ที่อยู่: 1110 County Line Rd Lakeland, FL 33815-3163
โทร: 863-683-2459
King & Prince Seafood Corporation
ที่อยู่: 1 King And Prince Blvd Brunswick, GA 31520-8668
โทร: 888-391-5223
เว็บไซต์: www.kpseafood.com
Cheung Kong Holding, Inc.
ที่อยู่: 1121 Oakleigh Dr East Point, GA 30344-1820
เว็บไซต์: www.gounitedfood.com
Beaver Street Fisheries, Inc.
ที่อยู่: 1741 W St Beaver Jacksonville, FL 32209
โทร: 904-354-5661
เว็บไซต์: www.beaverstreetfisheries.com
Twin Tails Seafood Corporation
ที่อยู่: 8325 Nw 30th TerDoral, FL 33122-1916
โทร: 305-477-7360
เว็บไซต์: www.twintailsseafood.com
Jomara Seafood, Inc.
ที่อยู่: 2275 W 9th Ave Hialeah, FL 33010-2001
โทร: 305-885-4577
เว็บไซต์: www.jomaraseafood.com
AJC International Inc.
ที่อยู่: 1000 Abernathy Road NE, Suite 600 Atlanta, GA 30328
โทร: 404 252 6750
เว็บไซต์: www.jomaraseafood.com
7. ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปี 2012 ประเทศไทยเคยเป็นแหล่งนำเข้าสินค้ากุ้งแช่งแข็ง (Frozen Shrimp) มายังสหรัฐฯ ซึ่งเคยมีส่วนแบ่งในตลาดมากถึง 20% ทว่านับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมาดูเหมือนว่าประเทศจีน เม็กซิโก และเอกวาดอร์ จะมียอดส่วนแบ่งสินค้ากุ้งแช่แข็งในตลาดสหรัฐฯ มากกว่าประเทศไทย
โดยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น Tridge Market Intelligence Analytics สำนักวิเคราะห์ด้านการตลาดที่มีชื่อเสียง ได้ให้ข้อสังเกตถึงเหตุผลที่ทำให้สินค้ากุ้งแช่แข็งส่งออกจากประเทศไทยมายังสหรัฐฯ ลดน้อยถอยลง ซึ่งสามารถจำแนกได้ 2 เหตุผลหลัก ดังนี้
1. ราคาที่สูงเกินกว่าประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆ (Uncompetitive Pricing)
ข้อมูลจากช่วงเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2012 พบว่าราคาเฉลี่ยของสินค้ากุ้งแช่แข็งไทยอยู่ที่ 8.8 เหรียญสหรัฐฯ/กิโลกรัม ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาค่าเฉลี่ยของสินค้ากุ้งแช่แข็งนำเข้าในสหรัฐฯ เพียง 3.9% อยู่ที่ 8.6 เหรียญสหรัฐฯ/กิโลกรัม และในทางกลับกันเทียบได้ว่าสินค้ากุ้งแช่แข็งจากประเทศไทยราคาต่ำกว่าสินค้ากุ้งแช่แข็งจากประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนามเสียอีก
ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันในปี 2023 นี้ ราคาค่าเฉลี่ยของสินค้ากุ้งแช่แข็งนำเข้าในสหรัฐฯอยู่ที่ 8 เหรียญสหรัฐฯ/กิโลกรัม แต่สินค้ากุ้งแช่แข็งจากประเทศไทยกลับสูงกว่า 69% โดยอยู่ที่ 13.5 เหรียญสหรัฐฯ/กิโลกรัม ซึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายสำคัญในตลาดสหรัฐฯ อย่างประเทศเอกวาดอร์นั้น สินค้ากุ้งแช่แข็งจากประเทศไทยมีราคาสูงกว่า 2 เท่าตัวเลยทีเดียว (สินค้ากุ้งแช่แข็งจากประเทศเอกวาดอร์ราคาอยู่ที่ 6.7 เหรียญสหรัฐฯ/กิโลกรัม) ทั้งยังนับว่าสูงกว่าสินค้ากุ้งแช่แข็งจากประเทศอินเดีย และอินโดนีเซียอีกด้วย หรือสรุปได้โดยง่ายสถานการณ์ราคาสินค้ากุ้งแช่แข็งของประเทศไทยนั้นกลับด้านกันอย่างน่าตกใจเพียงในช่วงระยะเวลา 10 ปี
ในการนี้ Tridge Market Intelligence Analytics ได้ให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้ากุ้งแช่แข็งในประเทศไทยสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ประกอบด้วย
1.1 ราคาอาหารเพาะเลี้ยงกุ้งเพิ่มสูงขึ้น
ราคาต้นทุนอาหารที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งในประเทศไทยนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การเพาะเลี้ยงกุ้งบางส่วนในประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าอาหารเพาะเลี้ยงกุ้งจากต่างประเทศ ซึ่งวิกฤติความขัดแย้งในรัสเซีย-ยูเครนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
1.2 ต้นทุนด้านพลังงาน และค่าแรงสูงขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่อย่างเม็กซิโก และเอกวาดอร์ จะพบว่าสถานการณ์ราคาต้นทุนทางพลังงาน และค่าแรงภายในประเทศไทยนั้นสูงกว่าสองประเทศอยู่พอสมควร
1.3 ต้นทุนด้านการขนส่งที่แตกต่างกัน
เมื่อพิจารณาปัจจัยทางภูมิศาสตร์แล้ว จะพบว่าการขนส่งสินค้าจากประเทศที่อยู่ใกล้สหรัฐมากกว่า (เช่นเม็กซิโก และเอกวาดอร์) ย่อมทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศถูกกว่าจากประเทศไทย
2. ความเสียเปรียบของประโยชน์ทางการค้า (Less Trade Advantages)
ประเทศไทยเสียเปรียบหลายประเทศที่มีข้อตกลงทางการค้าที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ อาทิ ข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ซึ่งต่างจากประเทศเม็กซิโก หรือระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (Generalized System of Preferences: GSP) ซึ่งประเทศเอกวาดอร์ได้รับสิทธิพิเศษนี้ นอกจากนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยยังคงได้รับผลจากมาตรการภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping) ตามรายละเอียดที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้อีกด้วย
ภายใต้เงื่อนไขและความท้าทายของการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน ที่ซึ่งการแข่งขันทางการค้ามีปัจจัยที่ลึกมากไปกว่าคุณภาพของสินค้านั้น กระบวนการผลิตและได้มาซึ่งสินค้านั้นสำคัญไม่น้อยไปกว่าคุณภาพและราคาของสินค้า หลายองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำล้วนสามารถถูกแทรกแซงด้วยคำว่า “มาตรฐาน” สำหรับการผลิต/สินค้าได้ทั้งสิ้น อาทิ มาตรฐานทางสิ่งแวดล้อม มาตรฐานทางสุขอนามัย มาตรฐานทางสวัสดิภาพของแรงงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตทั้งหมด ซึ่งเมื่อพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงจากรายงานข่าวข้างต้น ประกอบกับท่าที่ของภาคธุรกิจผู้ประกอบการที่สะท้อนออกมา ทำให้สินค้ากุ้งจากอินเดียถือว่าอยู่ในสถานะที่น่ากังวลและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมาตรการกีดกันทางการค้าซึ่งอาจมาในรูปแบบมาตรฐานในกระบวนการผลิตตามตัวอย่างที่ได้กล่าวไป
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ทางการค้าสำหรับสินค้ากุ้งจากประเทศไทยก็คือความเป็นไปได้ในส่วนแบ่งทางการตลาดที่อาจเพิ่มสูงขึ้น หากสินค้ากุ้งจากอินเดียจะถูกมาตรการกีดกันทางการค้าดำเนินการ เนื่องจากข้อเท็จจริงในปัจจุบันที่สหรัฐฯนำเข้าสินค้ากุ้งจากประเทศไทยเป็นอันดับที่ 5 ตามหลังอินเดีย เอกวาดอร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ทำให้จากนี้จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวจากภาครัฐของสหรัฐฯที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มตอบโต้ต่อกรณีที่เกิดขึ้นกับกระบวบการผลิตสินค้ากุ้งจากประเทศอินเดีย ซึ่งอาจเป็นคุณสำหรับสินค้ากุ้งประเทศไทยหากมีมาตรการที่สินค้ากุ้งไทยผ่านมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ก็อาจเป็นโทษได้เช่นกันหากมีมาตรฐานที่แตกต่างไป