fb
ECES เผยผลศึกษา "ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง"  ชี้อียิปต์สูญรายได้คลองสุเอซกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ

ECES เผยผลศึกษา "ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง" ชี้อียิปต์สูญรายได้คลองสุเอซกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ

โดย
saraleey@ditp.go.th
ลงเมื่อ 02 กรกฎาคม 2569 22:00
สคต. ณ กรุงไคโร (อียิปต์) (TTC, Cairo (Egypt))
1

 

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจแห่งอียิปต์ (Egyptian Center for Economic Studies หรือ ECES) จัดการประชุมวิชาการครั้งสำคัญในวันนี้ ภายใต้หัวข้อ "Readings in the Economic Impacts of the Conflict in the Middle East" หรือ "การวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง" โดยมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายท่านร่วมนำเสนอผลการศึกษา ซึ่งสะท้อนภาพการสูญเสียทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของอียิปต์และภูมิภาคโดยรอบ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมากว่าสองปีครึ่ง

 

คลองสุเอซ: เส้นเลือดใหญ่ที่ถูกตัดขาด

หนึ่งในประเด็นหลักที่การประชุมหยิบยกขึ้นมาคือผลกระทบต่อคลองสุเอซ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอียิปต์ จากการศึกษาพบว่า รายได้สะสมจากคลองสุเอซ ลดลงประมาณ หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่เกิดความไม่สงบในทะเลแดงเมื่อปลายปี 2566 โดยรายได้ในปี 2567 ลดลงถึง 66% เหลือเพียง 3,900 ล้านดอลลาร์ เทียบกับสถิติสูงสุด 10,200 ล้านดอลลาร์ในปี 2566

ในสภาวะปกติ คลองสุเอซสามารถสร้างรายได้เงินตราต่างประเทศให้อียิปต์ราว 8,000-10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และเป็นหนึ่งในสี่แหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศหลักของประเทศ ควบคู่ไปกับเงินโอนกลับจากแรงงานในต่างประเทศ การท่องเที่ยว และการส่งออก

บริษัทขนส่งทางเรือรายใหญ่ของโลก เช่น Maersk, Hapag-Lloyd, CMA CGM และ MSC ได้ระงับการให้บริการผ่านช่องแคบบาบเอลมันเดบและช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ปริมาณการจราจรทางทะเลผ่านคลองสุเอซลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเรือสินค้าจำนวนมากต้องอ้อมไปทางแหลมกู๊ดโฮปแทน

 

ผลกระทบลูกโซ่จากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน

ผลการศึกษาของ ECES ชี้ให้เห็นว่า ความขัดแย้งได้ยกระดับเข้าสู่ระยะวิกฤตเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ส่งผลให้ (1) ราคาน้ำมัน พุ่งสูงขึ้นถึง 80% แตะระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล จากการที่ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันราว ใน ของโลกเกือบปิดสนิท (2) เงินปอนด์อียิปต์ อ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 52 ปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐ (3) นักลงทุนต่างชาติ เทขายพันธบัตรรัฐบาลอียิปต์มูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ (4) ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ มีการคาดการณ์ว่าอาจลดลงสูงสุดถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ภายในเดือนเดียว 

นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยว การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการค้าโลก ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เส้นทางการบินไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ในตะวันออกกลางถูกรบกวน และเงินทุนไหลออกจากภูมิภาคอย่างต่อเนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น

 

มาตรการรับมือของรัฐบาลอียิปต์

แม้สถานการณ์จะรุนแรง แต่การศึกษาของ ECES ระบุว่ารัฐบาลอียิปต์ได้ดำเนินมาตรการสำคัญหลายประการเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ได้แก่

  1. การขยายโครงการสวัสดิการสังคม "Takaful and Karama" เพื่อปกป้องกลุ่มเปราะบาง

  2. การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ในปีงบประมาณ 2569/2570

  3. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 8.25% นับตั้งแต่ต้นปี 2568 จนทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงเหลือ 11%

  4. การปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 17% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

  5. การออกแพ็คเกจจูงใจสำหรับสายการเดินเรือ รวมถึงส่วนลดค่าผ่านทางคลองสุเอซ

  6. การประสานความช่วยเหลือกับ IMF ซึ่งได้ขยายวงเงินกู้จาก 3,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 8,000 ล้านดอลลาร์

 

ทางออกในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญจาก ECES ที่ร่วมเวทีในวันนี้ได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายว่า อียิปต์จำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพารายได้จากคลองสุเอซ ส่งเสริมภาคการผลิตและการส่งออกที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รวมทั้งเร่งดึงดูดการลงทุนเข้าสู่เขตเศรษฐกิจคลองสุเอซ (SCZONE) ที่ปัจจุบันมีนักลงทุนจากจีน รัสเซีย และประเทศกลุ่มอ่าวเข้ามาตั้งฐานการผลิต

ขณะเดียวกัน การศึกษายังเน้นย้ำว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอียิปต์ในระยะยาวขึ้นอยู่กับ การคลี่คลายความขัดแย้งในภูมิภาคอย่างยั่งยืน หากสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพในฉนวนกาซาและลดความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลได้ คลองสุเอซมีโอกาสกลับสู่ระดับการจราจรเต็มศักยภาพภายใน 12-24 เดือน

บทสรุป

การประชุมของ ECES ในวันนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ใช่เพียงประเด็นด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับโลก อียิปต์ในฐานะประเทศที่อยู่ใกล้พื้นที่ความขัดแย้งและพึ่งพาเส้นทางการค้าทางทะเลสูง จึงเป็นด่านหน้าที่รับผลกระทบหนักที่สุดประเทศหนึ่ง

ECES ในฐานะคลังสมอง (think tank) ด้านเศรษฐกิจชั้นนำของอียิปต์ คาดหวังว่าผลการศึกษาครั้งนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และประชาคมระหว่างประเทศ   ในการกำหนดทิศทางการรับมือกับวิกฤตที่ยืดเยื้อ และเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง

 

ความเห็น/ข้อสังเกต 

  • วิกฤตในคลองสุเอซส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกไทย ที่ใช้เส้นทางเดินเรือผ่านคลองสุเอซเป็นช่องทางหลักในการส่งสินค้าไปยังตลาดยุโรป แอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าสำคัญ เช่น ข้าว อาหารแปรรูป ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง และอาหารทะเลแช่แข็ง ซึ่งต้องเผชิญกับ (1) ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น จากการที่เรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทำให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น 10-14 วัน และต้นทุนเพิ่มขึ้น 30-50% (2) ค่าเบี้ยประกันภัยทางทะเล ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสำหรับเรือที่ผ่านพื้นที่เสี่ยง (3) ความไม่แน่นอนของกำหนดส่งมอบสินค้า ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยกับคู่แข่งจากจีน อินเดีย และเวียดนาม

  • แม้สถานการณ์เศรษฐกิจอียิปต์จะอยู่ในภาวะตึงตัว แต่ สคต. ไคโร เห็นว่ายังคงมีโอกาสทางการค้าที่น่าสนใจ สำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะใน (1) สินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป เนื่องจากอียิปต์เป็นประเทศที่นำเข้าอาหารสุทธิ และต้องการความมั่นคงทางอาหารท่ามกลางวิกฤต (2) สินค้าฮาลาล ที่ไทยมีศักยภาพและเป็นที่ยอมรับในตลาด (3) วัสดุก่อสร้างและสินค้าอุตสาหกรรม สำหรับโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาลอียิปต์ (4) การลงทุนใน เขตเศรษฐกิจคลองสุเอซ (SCZONE)ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและเป็นประตูสู่ตลาดแอฟริกา-ยุโรป-ตะวันออกกลาง ภายใต้กรอบความตกลง COMESA และ AfCFTA

  • สคต. ไคโร ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยพิจารณาแนวทางต่อไปนี้ (1) บริหารความเสี่ยงด้านการขนส่ง โดยวางแผนล่วงหน้าและกระจายการใช้เส้นทางเดินเรือ รวมถึงพิจารณาการใช้ระบบ Multi-modal transport (2) ตรวจสอบความสามารถในการชำระเงิน ของคู่ค้าในอียิปต์ เนื่องจากเงินปอนด์อียิปต์มีความผันผวนสูง ควรใช้ L/C หรือเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง       ด้านอัตราแลกเปลี่ยน (3) ติดตามมาตรการนำเข้า ของรัฐบาลอียิปต์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อรักษาเงินตราต่างประเทศ (4) ใช้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินปอนด์ เพื่อเสนอราคาสินค้าที่แข่งขันได้ และพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญในอียิปต์ เช่น Cairo International Fair, Food Africa และ Egypt Project (5) ศึกษาโอกาสการลงทุนใน SCZONEเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตและกระจายสินค้าสู่ตลาดในภูมิภาค

  • สคต. ไคโร ประเมินว่า สถานการณ์เศรษฐกิจอียิปต์ในระยะสั้นยังคงมีความท้าทาย แต่หากความขัดแย้งในภูมิภาคคลี่คลายลง อียิปต์มีศักยภาพในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ประชากรกว่า 110 ล้านคน และตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางการค้า ผู้ประกอบการไทยที่เตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายไว้ในช่วงนี้ จะมีความได้เปรียบในการขยายตลาดเมื่อเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ

 

------------------------------------------------------------

 

แหล่งที่มาและรูปภาพ 

Egyptian Center for Economic Studies (ECES) — https://eces.org.eg/en/eces_event/readings-in-the-economic-impacts-of-the-conflict-in-the-middle-east/

ฉบับ 4 เดือน กค 69 ผลกระทบจากสงครามต่ออียิปต์.pdf
Share :
Instagram