fb
ลาวเปิดโอกาสใหม่ส่งออกพริก เชื่อมผู้ซื้อจีน-เกาหลี

ลาวเปิดโอกาสใหม่ส่งออกพริก เชื่อมผู้ซื้อจีน-เกาหลี

โดย
Boualaphat
ลงเมื่อ 11 กันยายน 2569 15:00
สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) (TTC, Vientiane (Lao PDR))
2

         การสนับสนุนจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โดยงานดังกล่าวได้เปิดเวทีให้ผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ส่งออกของลาว ได้พบปะกับผู้ซื้อและนักลงทุนที่มีศักยภาพจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐเกาหลี ความริเริ่มดังกล่าวได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อเปลี่ยนข้อมูลหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบและความสนใจจากตลาดให้กลายเป็นการเข้าถึงตลาดจริง โดยมีเป้าหมายให้เกิดการลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LoIs) หรือบันทึกความเข้าใจ (MoUs) อย่างน้อย 2 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมรายละเอียดด้านปริมาณการค้า ข้อกำหนดและคุณลักษณะของสินค้า หรือคำมั่นด้านการลงทุน “พริกเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นลาวของพวกเรา และมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับวัฒนธรรมอาหารและวิถีชีวิตของเกษตรกรของเรา” นายจันทาคอน บัวละพัน รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม กล่าว “กระทรวงจะเป็นผู้นำในการออกแบบและทดลองระบบตรวจสอบย้อนกลับสำหรับพื้นที่เพาะปลูกและโรงงานบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนข้อตกลงที่เราได้ลงนามกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้กลายเป็นปริมาณการส่งออกที่เกิดขึ้นจริง” ด้านนายมะโนทอง วงไซ รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า กล่าวว่า “เราตระหนักดีว่าผู้ส่งออกและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของลาวจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม เพื่อเปลี่ยนความสนใจจากตลาดให้กลายเป็นการค้า” “เราจะร่วมเป็นผู้นำในการจัดตั้งกลไกเฉพาะด้านสำหรับ SMEs และการเงินสีเขียวในภาคส่วนพริก โดยมีขนาดและรูปแบบที่เพียงพอที่จะช่วยให้กลุ่มผู้ผลิตสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายในการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลังการเก็บเกี่ยวและห้องเย็น” นางคะยอง มี คิม ผู้แทนองค์การ FAO ประจำ สปป.ลาว กล่าวว่า “FAO ยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเส้นทางนี้ร่วมกับรัฐบาลลาว ตั้งแต่การใช้หลักฐาน ไปสู่การสร้างโอกาส และการเข้าถึงตลาด” “FAO ได้ให้การสนับสนุนด้านเทคนิคในทุกขั้นตอน ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนการวิเคราะห์ห่วงโซ่มูลค่าอย่างรวดเร็ว การส่งเสริมในระดับแขวงเกี่ยวกับมาตรฐาน GAP และข้อกำหนดด้านสารพิษตกค้าง รวมถึงการช่วยออกแบบกลไกทางการเงินสำหรับเกษตรกรรายย่อย” แก้ไขช่องว่างด้านมาตรฐานและผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน งานจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินงานด้านความต้องการจากตลาดภายนอก ภายใต้โครงการริเริ่มความร่วมมือ “Hand-in-Hand Initiative” ของ FAO ซึ่งดำเนินการเป็น 2 ระยะ งานดังกล่าวต่อยอดมาจากการประชุมหารือเพื่อทบทวนเงื่อนไขและสถานการณ์ที่ผ่านมา โดยมีการกำหนดฐานการผลิตของประเทศ ตลอดจนประเมินศักยภาพด้านการส่งออก พร้อมทั้งระบุช่องว่างในการปฏิบัติตามมาตรฐานที่จำเป็นต่อการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ภายในงานยังมีการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนแบบมีเป้าหมาย เพื่อชี้ให้เห็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนที่มีความสำคัญตามห่วงโซ่มูลค่าเพิ่ม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูป ห้องเย็น ไปจนถึงบริการเชื่อมโยงตลาด การลงทุนดังกล่าวให้ความสำคัญกับรูปแบบธุรกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรรายย่อย เกษตรกรรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้ผลิตที่มีผู้หญิงเป็นผู้นำ นอกจากนี้ การประชุมจับคู่ธุรกิจแบบตัวต่อตัวและการหารือ ในกลุ่มย่อย ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภาคเกษตรของลาวได้เจรจาโดยตรงกับคู่ค้าที่มีความต้องการซื้อสินค้า ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนในอนาคต
ที่มา: fao.org
 

ข่าว ฉบับ 2 ก.ย 69.pdf
Share :
Instagram