fb
⚠ ข่าวเตือนสำหรับผู้ส่งออกอาหารไทย สินค้าอาหารไทยไม่ผ่านเกณฑ์สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  ปี 2567–2569

⚠ ข่าวเตือนสำหรับผู้ส่งออกอาหารไทย สินค้าอาหารไทยไม่ผ่านเกณฑ์สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปี 2567–2569

โดย
Suthida
ลงเมื่อ 24 มิถุนายน 2569 15:00
สคต. ณ เมืองดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) (TTC, Dubai (United Arab Emirates))
1

1.  ความเป็นมา

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) พึ่งพาการนำเข้าอาหารสูงประมาณร้อยละ 80 ของความต้องการบริโภค          โดยในปี 2567 มูลค่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์การเกษตรรวมสูงกว่า 25 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อน   ประเทศผู้ส่งออกรายสำคัญ ได้แก่ อินเดีย บราซิล สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส สินค้าที่นำเข้ามากที่สุดคือผลไม้และถั่ว เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นม นอกจากนี้ ยูเออียังเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าอาหารของภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ   สำหรับบทบาทของไทย ยูเออีเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 46.70      ของการส่งออกรวมของไทยไปยังภูมิภาคนี้ โดยในปี 2567 มีมูลค่าการส่งออกรวม 3,651 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าอาหารส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ อาหารทะเลแปรรูป ข้าว ผัก/ผลไม้สด อาหารแปรรูป และซอสเครื่องปรุงรส อย่างไรก็ดี การรักษา        และขยายส่วนแบ่งตลาดดังกล่าวจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสุขอนามัยและข้อกำหนดการนำเข้าของยูเออีอย่างเคร่งครัด

การส่งออกสินค้าอาหารไปยังตลาดดูไบและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ถือเป็นโอกาสทางการค้าที่สำคัญของไทย แต่บ่อยครั้งที่ผู้ส่งออกต้องเผชิญปัญหาศุลกากรและกฎระเบียบของ Dubai Municipality (DM)  ที่มีความเข้มงวดสูงกว่ามาตรฐานในประเทศไทย  โดยพบว่าปัญหาหลักที่ทำให้สินค้าไทยถูกกักกันหรือปฏิเสธการนำเข้า ไม่ได้เกิดจากการเจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย แต่เกิดจาก "ช่องว่างของเกณฑ์มาตรฐานที่ต่างกัน" และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสินค้าในระหว่างการขนส่ง เช่น การเกิดเอทานอลธรรมชาติในเครื่องดื่ม การปนเปื้อนซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และปัญหาเอกสาร e-Phytosanitary Certificate ที่ขาด QR-Code  ดังนั้น หัวใจสำคัญในการเอาชนะความท้าทายนี้คือ การเปลี่ยนผ่านจากการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไปสู่การบริหารจัดการเชิงรุกทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Proactive Supply Chain Management) 

DM มีฝ่ายความปลอดภัยด้านอาหาร( Food Safety Department) หน่วยงานกำกับดูแลการนำเข้าอาหารที่ด่านนำเข้าทุกแห่ง โดยเฉพาะทางท่าเรือในดูไบ และได้ริเริ่มโครงการ "Our Food Source is Safe" เพื่อหารือร่วมกับประเทศผู้ส่งออกอาหารรายสำคัญ (รวมทั้งไทย) ที่ส่งสินค้ามายังดูไบ เพื่อแก้ปัญหาที่พบซ้ำและเป็นสาเหตุหลักของการปฏิเสธสินค้า ได้แก่ การขาดเอกสารประกอบการนำเข้า (ใบรับรองสุขอนามัย ใบรับรองสินค้าอินทรีย์ และใบรับรองสุขอนามัยพืช) การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านฉลาก และผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 

2.  สรุปปัญหาที่ตรวจพบ (50 รายการ)

จากการสุ่มตรวจตัวอย่างสินค้าอาหารและเครื่องดื่มจากประเทศไทยโดย DMในช่วงปี 2567 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีสินค้าที่ไม่ผ่านการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานของยูเออี รวมทั้งสิ้น 50 รายการ โดยสาเหตุหลักร้อยละ 70 เกิดจากปริมาณเอทานอล (แอลกอฮอล์) เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด

ประเภทปัญหา

จำนวน (รายการ)

สัดส่วน

เอทานอล (แอลกอฮอล์) เกินมาตรฐาน

35

70.00%

ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SOเกินมาตรฐาน 

4

8.00%

น้ำหนักเนื้อสะเด็ดน้ำ(Drain weight) ต่ำกว่าเกณฑ์

3

6.00%

แคดเมียม (โลหะหนัก) เกินมาตรฐาน

2

4.00%

การปนเปื้อนจุลินทรีย์

2

4.00%

วัตถุกันเสียเกินมาตรฐาน / ไขมันต่ำกว่าเกณฑ์ / อื่นๆ

4

8.00%

รวมทั้งหมด

50

100%

3.  รายละเอียดปัญหาหลัก

3.1  เอทานอล (แอลกอฮอล์) เกินมาตรฐาน — 35 รายการ

สินค้าที่ถูกตรวจพบ ได้แก่ เครื่องดื่มน้ำผลไม้ (22 ครั้ง) ซอสและซีอิ๊วหลายยี่ห้อ ไส้กรอกไก่ และข้าวเหนียวดำออแกนิก โดยค่าเอทานอลที่ตรวจพบอยู่ระหว่างร้อยละ 0.18–0.64 ในขณะที่เพดานของยูเออีกำหนดไว้ที่ร้อยละ   0.01–0.10 สำหรับเครื่องดื่ม และร้อยละ 0.30 สำหรับซอส สาเหตุมักเกิดจากการหมักตามธรรมชาติระหว่างขนส่ง      ในสภาพอากาศร้อน หรือมีเอทานอลตกค้างจากกระบวนการผลิต

3.2  ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO) เกินมาตรฐาน — 4 รายการ

พบใน น้ำกระทิ น้ำมะพร้าวและเครื่องดื่ม  (ตรวจพบค่า SO ระหว่าง 36–43 mg/kg เกินเพดาน 30 mg/kg)เกิดจากการใช้สารกลุ่มซัลไฟต์เป็นสารกันเสีย/ฟอกขาวเกินปริมาณที่กำหนด

3.3  น้ำหนักเนื้อสะเด็ดน้ำ (Drain weight) ต่ำกว่าเกณฑ์ — 3 รายการ

พบในแห้วกระป๋อง (ร้อยละ 44–50 เทียบเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 55) และสับปะรดกระป๋อง (ร้อยละ 50 เทียบเกณฑ์ร้อยละ 58) สะท้อนว่าสัดส่วนเนื้อต่อน้ำในบรรจุภัณฑ์ไม่ผ่านมาตรฐาน

3.4  โลหะหนัก (แคดเมียม) และจุลินทรีย์ — 4 รายการ

พบแคดเมียมสูงเกิน 100 µg/kg ในปลาแมคเคอเรลกระป๋อง (126 µg/kg) และ (377 µg/kg)   และพบการปนเปื้อนจุลินทรีย์ (Campylobacter jejuni) ในไส้กรอกไก่ และซอสพริก

3.5  วัตถุกันเสียเกินมาตรฐาน และอื่นๆ — 4 รายการ

เม็ดสาคู มีกรดซอร์บิก 2,284 mg/kg และกรดเบนโซอิก 1,478 mg/kg (เกินเพดาน 1,000 mg/kg) กะทิมีไขมันเพียงร้อยละ 4.22 (ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 5.0) นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 รายการที่ DM แจ้งผลโดยไม่ระบุพารามิเตอร์เฉพาะ

3.6  Scanning QR-Code

ปรับปรุงระบบการพิมพ์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้มี Scanning QR-Code ปรากฏบนเอกสารฉบับพิมพ์อย่างชัดเจน เนื่องจากฝ่ายศุลกากรและ DM ใช้การสแกน QR เพื่อตรวจสอบความแท้จริง ของเอกสาร หากไม่มีจะไม่สามารถเคลียร์สินค้าประเภทผักและผลไม้สดได้เลย

 

 

4.  สรุป ข้อแนะนำสำหรับผู้ส่งออก

  • ศึกษาและยึดเกณฑ์มาตรฐาน GSO เป็นหลัก: ห้ามใช้เกณฑ์มาตรฐานของไทย (อย./มอก.) เป็นตัวตั้งสำหรับสินค้าที่จะส่งไปยูเออี เนื่องจากเกณฑ์ปลายทาง เช่น ปริมาณเอทานอล ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และวัตถุกันเสีย มีความเข้มงวดกว่าของไทยอย่างมาก

  • ทำ Pre-shipment Testing ทุก ล็อต: ก่อนทำการปิดตู้คอนเทนเนอร์ ควรส่งตัวอย่างสินค้าตรวจวิเคราะห์กับห้องปฏิบัติการในไทยที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 (เช่น สถาบันอาหาร หรือ Central Lab) และเลือกใช้วิธีทดสอบแบบเดียวกับที่ DM ใช้ (เช่น GC-FID หรือ ICP-MS) เพื่อให้มั่นใจว่าผลตรวจผ่านเกณฑ์แน่นอน ก่อนการขนส่ง 

  • ควบคุมกระบวนการผลิตและ Cold Chain: สำหรับกลุ่มเครื่องดื่มและซอสปรุงรส ต้องควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่ง (Cold Chain) เพื่อยับยั้งการหมักตัวของจุลินทรีย์ที่จะแปรสภาพน้ำตาลให้กลายเป็นเอทานอลจนเกินเกณฑ์กำหนด

  • ตรวจสอบความพร้อมของเอกสารดิจิทัล: สำหรับผู้ส่งออกผักและผลไม้สด ต้องตรวจสอบกับกรมวิชาการเกษตร(DOA) เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าใบรับรองสุขอนามัยพืช (e-Phytosanitary Certificate) ฉบับพิมพ์ มีการแสดงผล Scanning QR-Codeอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการติดขัดในขั้นตอนตรวจปล่อยสินค้าที่ด่านศุลกากรดูไบ

  ข้อควรระวัง: สินค้าที่ผ่านมาตรฐานไทยอาจตกเกณฑ์ UAE/GSO ได้ เนื่องจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นประเทศมุสลิมซึ่งมีการควบคุมปริมาณแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด ผู้ส่งออกจึงต้องตรวจสอบสินค้าตามเกณฑ์ปลายทางเสมอ

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

2026 PR june 24 สินค้าอาหารไทยถูกตีกลับจาก DM Dubai50 รายการ ปี 2567–2569.pdf
Share :
Instagram