fb
Heatwave เปลี่ยนยุโรปให้กลายเป็นตลาดแห่งอนาคตของอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นไทย

Heatwave เปลี่ยนยุโรปให้กลายเป็นตลาดแห่งอนาคตของอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นไทย

โดย
Suparat
ลงเมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 19:48
สคต. ณ เมืองมิลาน (อิตาลี) (TTC, Milan (Italy))
2

1. สถานการณ์คลื่นความร้อน (Heatwave) ในอิตาลี 

จากข้อมูลพยากรณ์อากาศของศูนย์พยากรณ์อากาศแห่งยุโรป (The European Centre for Medium-Range Weather Forecasts - ECMWF) และศูนย์อุตุนิยมวิทยาหลักในยุโรป ระบุว่า ปีนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปยุโรปรวมถึงประเทศอิตาลีจะต้องเผชิญกับฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของอุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งสูงขึ้นเฉลี่กว่าค่าเฉลี่ยปกติถึง +2 องศาเซลเซียสตลอดทั้งฤดูกาล ประกอบกับในช่วงครึ่งหลังของฤดูร้อน (กรกฎาคม-กันยายน) จะมีระบบความกดอากาศสูงจากแอฟริกาเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนบ่อยครั้ง ส่งผลให้ทั้งอุณหภูมิและความชื้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงแม้กระทั่งในเวลากลางคืน รวมถึงจะต้องเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนองและสภาพอากาศแปรปรวนฉับพลันดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ โดยสมาคมเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งชาติอิตาลี (Società Italiana di Medicina Ambientale - SIMA) และสำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลี (ISTAT) เปิดเผยว่า อิตาลีไม่ได้เผชิญแค่เพียงอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อนที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ระยะเวลาของฤดูร้อนยังยาวนานขึ้น โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 ในหลายพื้นที่อุณหภูมิเริ่มสูงถึง 30 องศาเซลเซียส และจะสูงไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2569 รวมถึงจะเกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อน (Heatwave) ที่อุณหภูมิอาจจะพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียสในหลายเมืองในอิตาลี จึงทำให้มีการประกาศเตือนภัยสภาพอากาศระดับสีแดงและสีส้มตั้งแต่ภาคเหนือถึงภาคใต้ของอิตาลี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ร้อนขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ในอิตาลีมีจำนวนเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งในบ้านเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2556 

2. สถานการณ์การใช้เครื่องปรับอากาศในอิตาลี

           จากสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศเปลี่ยนสถานะจากสินค้าฟุ่มเฟือยในอดีต กลายเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตของชาวอิตาลีในปัจจุบัน จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลี แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนการใช้เครื่องปรับอากาศในอิตาลีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนี้

  • ปี 2556 ครอบครัวในอิตาลีที่มีเครื่องปรับอากาศ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 29.4% หรือน้อยกว่าถึง ใน 3 ของครอบครัวในอิตาลีทั้งหมด 

  •  ปี 2564 สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 48.8%

  •  ปี 2567 สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 56% 

  •  ปี 2569 คาดการณ์ครอบครัวในอิตาลีที่จะติดตั้งระบบปรับอากาศอย่างน้อยเครื่อง จะเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2556

3. ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่ส่งผลต่อการใช้เครื่องปรับอากาศในอิตาลี

          3.1 ภูมิศาสตร์ของอิตาลีมีพื้นที่ทอดยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ประมาณ 1,035 กิโลเมตร โดยมีรูปทรงยาวคล้ายรองเท้าบูต ยื่นลงไปกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และมีเกาะขนาดใหญ่ 2 เกาะ ดังนั้น การใช้เครื่องปรับอากาศในอิตาลีจึงค่อนข้างกระจายตัว โดยขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ ขนาดของเมือง และสภาพแวดล้อม ซึ่งแบ่งได้ดังนี้

  • พื้นที่ในหมู่เกาะและทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศมากที่สุดในอิตาลี ได้แก่ เกาะซิซิลี (73.1%) รองลงมา ได้แก่ แคว้นเวเนโต (71.1%) แคว้นเอมิเลีย-โรมาญญา (67.6%) และเกาะซาร์ดิเนีย (66.4%)

  • พื้นที่แถบเทือกเขาเป็นพื้นที่ที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศน้อยที่สุดในอิตาลี ได้แก่ แคว้นวัลเลดาออสตา (11.8%) และแคว้นเตรนตีโน-อัลโตอาดีเจ (20%)

  • พื้นที่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในการใช้เครื่องปรับอากาศ โดยนับตั้งแต่ปี 2564 ภาคใต้และภาคกลางของอิตาลี มีอัตราการใช้เครื่องปรับอากาศที่เติบโตสูงที่สุด โดยเพิ่มขึ้นถึง +9.7% และ +7.2% ตามลำดับ ส่วนภาคตะวันตกเฉียงเหนือจะมีสัดส่วนต่ำสุด 

3.2 ขนาดของเมืองมีผลต่อการตัดสินใจในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศมากกว่าตำแหน่งละติจูด (เหนือ-ใต้) โดยในเขตเมืองใหญ่และเขตเทศบาลรอบนอก มีสัดส่วนการติดตั้งเครื่องปรับอากาศสูงถึง 63.2% และ 63.3% ตามลำดับ เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากปรากฏการณ์ เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island)ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิในเมืองสูงกว่าพื้นที่ชนบทอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งบริเวณที่ราบลุ่มต่ำ และเนินเขาชายฝั่ง ก็มีอัตราการติดตั้งเครื่องปรับอากาศสูงขึ้นเช่นกัน 66.6% และ 58.7% ตามลำดับ

4. สาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในอิตาลี

         4.1 ผลกระทบด้านสุขภาพในที่อยู่อาศัย สมาคมเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งชาติอิตาลีร่วมกับ Velux Italia ได้มีการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการกระจายตัวของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds - VOCs) ในสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียวอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะคุณภาพอากาศภายในห้องที่ไม่มีระบบการระบายอากาศที่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย

4.2 โครงสร้างอาคารที่พักอาศัยที่ล่าสมัย ข้อมูลจากสำนักงานแห่งชาติอิตาลีเพื่อเทคโนโลยีใหม่ พลังงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (ENEA) ระบุว่า ประมาณ 70% ของอาคารที่อยู่อาศัยในอิตาลียังคงอยู่ในระดับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานต่ำสุด (ระดับ E, F และ G) เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่สร้างขึ้นในยุคเก่า ซึ่งสถาปัตยกรรมในเวลานั้นเน้นการป้องกันความหนาวเย็นมากกว่าความร้อน 

4.3 ค่าใช้จ่ายที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ฝ่ายบริหารสาธารณูปโภคของ Assium (สมาคมที่เป็นตัวแทนของผู้จัดการด้านสาธารณูปโภคทั้งหมดที่ดำเนินงานในภาคพลังงาน ก๊าซ และโทรคมนาคมในอิตาลี) ระบุว่า ปี 2569 ค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องปรับอากาศในที่พักอาศัยจะสูงขึ้น ซึ่งครอบครัวชาวอิตาลีจะต้องเผชิญกับอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น โดยราคาไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากประมาณ 112 ยูโร/เมกะวัตต์ชั่วโมง  ในเดือนมิถุนายน 2568 เป็นประมาณ 132 ยูโร/เมกะวัตต์ชั่วโมงในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้น 17.8% และส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าไฟฟ้า ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดของ ISTAT ระบุว่า ปี 2568 อัตราค่าไฟฟ้าในอิตาลีโดยเฉลี่ยสูงกว่า 7.2%

4.4 สภาพอากาศในอดีตและการก่อสร้างที่พักอาศัย อิตาลีล้อมรอบด้วยทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนจึงทำให้สภาพอากาศไม่ร้อนมาก รวมถึงบ้านและอาคารอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ในอิตาลีสร้างด้วยผนังหนา บานเกล็ด และมู่ลี่ ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อบังแสงแดดและรักษาสภาพแวดล้อมให้เย็นตามธรรมชาติ 

4.5 การคำนึงถึงสุขภาพ ชาวอิตาลีจำนวนมากหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปรับอากาศ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเจ็บป่วยตามฤดูกาล เช่น เจ็บคอ ไอ คอแข็ง หรือทางเดินหายใจแห้งที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากเกินไป 

4.6 การคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เครื่องปรับอากาศต้องใช้พลังงานสูง และในอดีตอิตาลีใช้ก๊าซในการทำความเย็นซึ่งเป็นอันตรายต่อปรากฏการณ์เรือนกระจกอย่างมาก

4.7 ข้อจำกัดทางโครงสร้างอาคาร การติดตั้งอุปกรณ์ภายนอกอาคารในอาคารเก่าหรืออาคารในศูนย์กลางประวัติศาสตร์มีความยุ่งยาก ซับซ้อน และมักถูกห้ามโดยข้อบังคับของคอนโดมิเนียมหรือโดยสำนักงานวิจิตรศิลป์เพื่อปกป้องมรดกทางสถาปัตยกรรม

5. ระบบเครื่องปรับอากาศที่นิยมใช้ในอิตาลี

ผู้บริโภคชาวอิตาลีเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ โดยจะมองหาเครื่องปรับอากาศที่เน้นเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงานและใช้งานได้หลากหลายฤดูกาลมากขึ้น โดยระบบเครื่องปรับอากาศที่นิยมใช้ในอิตาลีมีหลากหลาย ได้แก่

5.1 ระบบเครื่องปรับอากาศแบบปั๊มความร้อน (Heat Pump) โดยครัวเรือนที่ติดตั้งระบบที่ทำได้ทั้งความเย็นในฤดูร้อนและความร้อนในฤดูหนาว พุ่งสูงขึ้นเป็น 40.4% (เพิ่มจาก 32.6% ในปี 2564ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากมาตรการจูงใจของภาครัฐในการปรับปรุงอาคาร และความต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

5.2 โครงสร้างระบบภายในบ้าน ระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์หรือแบบแยกส่วนหลายจุด (มีมอเตอร์กลางตัวเดียวแต่กระจายหลายห้อง) เติบโตขึ้นสูงถึง 24.4% ในทางตรงกันข้าม เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนห้องเดียว (Single split) มีแนวโน้มความนิยมลดลงอยู่ที่ 35.4% (จาก 40.9%)

5.3 พฤติกรรมการใช้งานในกลุ่มครัวเรือนที่มีเครื่องปรับอากาศ โดย 42.2% พึ่งพาเครื่องทำความร้อน/  ความเย็น 39.6% ใช้ระบบรวมศูนย์หรือแยกอิสระ (โดยเน้นระบบร้อน/เย็น) และมีเพียง 18.2% เท่านั้นที่ยังใช้เครื่องประเภททำความเย็นอย่างเดียว

6. แนวโน้มความต้องการเครื่องปรับอากาศแบบพกพาในอิตาลี

ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดเช่นนี้เครื่องปรับอากาศจึงกลายมาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกครอบครัวในอิตาลีที่จะมีกำลังซื้อหรือสามารถติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบถาวรได้ ดังนั้น เครื่องปรับอากาศแบบพกพา (Portable Air Conditioner) จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน จากการจัดทำข้อมูลขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคของอิตาลี (Altroconsumo) เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อ โดยเครื่องปรับอากาศแบบพกพาที่มีท่อส่งลม ถือเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับครอบครัวในอิตาลีในกรณีที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศแบบติดตั้งถาวร หรือเมื่อต้องการทำความเย็นเฉพาะในบางห้องในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดของปีเท่านั้น โดยเครื่องปรับอากาศแบบพกพาสามารถตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวในอิตาลีได้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านความยืดหยุ่นสูงในการเคลื่อนย้ายไปตามพื้นที่ที่ต้องการ ขั้นตอนการติดตั้งไม่ซับซ้อน แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะมีข้อจำกัดด้านเสียงที่ค่อนข้างดัง และประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลงอันเนื่องมาจากความร้อนจากด้านนอกรั่วไหลเข้ามาทางที่ต่อท่อระบาย

7. รุ่นเครื่องปรับอากาศ A+++ ที่เว็บไซต์จำหน่ายในอิตาลีแนะนำ ปี 2569

จากการคัดเลือกเครื่องปรับอากาศ A+++ ที่ดีที่สุด 10 รุ่นในปี 2569 ของ CLIMAMARKET.IT (เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ดีที่สุดของอิตาลีสำหรับเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความร้อน ตั้งแต่ปี 2562 ถึง 2569) ซึ่งเป็นเครื่องปรับอากาศที่แสดงถึงความเป็นเลิศในด้านเทคโนโลยี การประหยัดพลังงาน ความสะดวกสบาย และคุณภาพอากาศ สรุปได้ดังนี้

2059.jpg

8. การนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศในอิตาลี 

8.1 ปี 2569 (มกราคม-เมษายน) อิตาลีนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศ (HS code 8415) จากทั่วโลก มูลค่าทั้งสิ้น 947.83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-2.60%) โดยแหล่งนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศที่สำคัญ อันดับแรกของอิตาลี ได้แก่ อันดับ 1 จีน มูลค่า 453.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+4.75%) อันดับ 2 ไทย มูลค่า 145.40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ             (+3.25%) อันดับ 3 ตุรกี มูลค่า 80.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+9.04%) อันดับ 4 มาเลเซีย มูลค่า 51.91 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-0.46%) และอันดับ 5 สาธารณรัฐเช็ก มูลค่า 46.83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-10.22%) 

8.2 ปี 2568 อิตาลีนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศ (HS code 8415) จากทั่วโลก มูลค่าทั้งสิ้น 2,445.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+25.65%) โดยแหล่งนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศที่สำคัญ อันดับแรกของอิตาลี ได้แก่ อันดับ 1 จีน มูลค่า 1,010.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+27.27%) อันดับ 2 ไทย มูลค่า 313.02 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+22.47%)     อันดับ 3 ตุรกี มูลค่า 169.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+54.24%) อันดับ 4 สาธารณรัฐเช็ก มูลค่า 162.63 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+66.65%) และอันดับ 5 มาเลเซีย มูลค่า 114.21 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+66.65%)

8.3 แม้ข้อมูลการนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศภายใต้ HS Code 8415 จะสะท้อนให้เห็นว่าไทยเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญอันดับ ของอิตาลี แต่เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถมองเห็นโอกาสทางการตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น      ควรพิจารณาแยกกลุ่มสินค้าเครื่องปรับอากาศตามลักษณะการใช้งานและความต้องการของตลาดอิตาลี

จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ ISTAT, Global Trade Atlas, Altroconsumo และกฎระเบียบด้านพลังงานของสหภาพยุโรป สคต. ณ เมืองมิลาน ประเมินว่ากลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพสำหรับผู้ส่งออกไทยในตลาดอิตาลี สามารถสรุปได้ดังนี้

2060.jpg

จากแนวโน้มดังกล่าว ผู้ส่งออกไทยไม่ควรมองตลาดอิตาลีเป็นตลาดเครื่องปรับอากาศประเภทเดียว แต่ควรวางกลยุทธ์สินค้าแยกตามกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงานสำหรับครัวเรือน ระบบ Heat Pump สำหรับการใช้งานหลายฤดูกาล เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่สำหรับอาคารที่ติดตั้งยาก และระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์สำหรับตลาดธุรกิจและบริการ ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และความเหมาะสมกับข้อจำกัดเฉพาะของตลาดอิตาลี

9. คู่แข่งสำคัญของไทยในสินค้าเครื่องปรับอากาศในอิตาลี 

จากข้อมูล Global Trade Altas พบว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา (2559-2568) ไทยเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศที่สำคัญ อันดับ 2-3 ของอิตาลี โดยระหว่างปี 2559-2562 ไทยเป็นแหล่งนำเข้า อันดับ 3 แต่ตั้งแต่ปี 2563-2568 ไทยขยับขึ้นมาเป็นแหล่งนำเข้า อันดับ 2 โดยคู่แข่งสำคัญของไทย ได้แก่ จีน ตุรกี สาธารณรัฐเช็ก และมาเลเซีย โดยจีนถือเป็นแหล่งนำเข้าเครื่องปรับอากาศที่สำคัญอันดับ 1 ของอิตาลีมาโดยตลอด เนื่องจากจีนมีข้อได้เปรียบด้านราคาและศักยภาพในการแข่งขันทางอุตสาหกรรมอย่างมหาศาล และมีบริษัทผู้นำด้านการผลิตเครื่องปรับอากาศรายสำคัญของโลกอย่างแบรนด์ Gree และแบรนด์ Midea ที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ในขณะที่ ตุรกีมีจุดแข็งในด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำ ระยะเวลาการขนส่งที่สั้นเมื่อเทียบจากจีนและไทย และมีข้อตกลงทางการค้าร่วมกัน สำหรับสาธารณรัฐเช็กมีจุดได้เปรียบในการไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร ระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองความต้องการเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอิตาลีได้ทันที ในขณะที่ มาเลเซียกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลกเชิงกลยุทธ์สำหรับแบรนด์เครื่องปรับอากาศชั้นนำ มีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำ แรงงานที่มีทักษะ และห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงได้รับประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้าทำให้สามารถรักษาราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับการผลิตในยุโรป

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งดังกล่าว ไทยมีจุดแข็งในการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่และการผลิตของแบรนด์ระดับนานาชาติ มีแรงงานที่มีทักษะ และเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ รวมถึงราคาที่แข่งขันได้ในตลาดยุโรป ซึ่งผลักดันให้ไทยขยับขึ้นมาเป็นแหล่งนำเข้าเครื่องปรับอากาศที่สำคัญอันดับ 2 ของอิตาลีในปัจจุบัน 

วามคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ สคต. ณ เมืองมิลาน

1. วิกฤตสภาพภูมิอากาศในอิตาลีถือเป็นความท้าทายและโอกาสของผู้ประกอบการเครื่องปรับอากาศไทย ตลาดอิตาลีกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่สินค้าที่ช่วยบรรเทาความร้อน แต่ต้องตอบโจทย์ความประหยัด และข้อจำกัดด้านโครงสร้างอาคาร โดยผู้ส่งออกไทยควรพิจารณาการผลิตเครื่องปรับอากาศที่เน้นเทคโนโลยีประหยัดพลังงานขั้นสูง   อันเนื่องมาจากค่าไฟฟ้าในอิตาลีที่สูงมาก เพื่อเป็นการดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเจาะตลาดเครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ที่ไม่ต้องเจาะผนัง เพื่อลดขั้นตอนการติดตั้ง เคลื่อนย้ายง่าย ติดตั้งได้เอง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ผู้มีรายได้ปานกลาง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรวางตำแหน่งสินค้าเครื่องปรับอากาศไม่ให้เป็นเพียงสินค้าที่แข่งขันด้านราคาอย่างเดียว แต่ควรเน้นความคุ้มค่า ทนทาน และกินไฟน้อย เพื่อเป็นทางเลือกแทนสินค้าราคาแพงจากยุโรป รวมถึงการให้ความสำคัญในด้านมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของอียู ซึ่งจะต้อปฏิบัติตามกฎระเบียบ F-Gas Regulation การรับรองเครื่องหมาย CE Marketing และมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้า

ของยุโรปอย่างเคร่งครัด

2. เปลี่ยนข้อจำกัดของเครื่องปรับอากาศแบบพกพาเป็นจุดขายของเครื่องปรับอากาศไทย จากข้อมูลของ Altroconsumo พบว่าเครื่องปรับอากาศแบบพกพายังมีข้อจำกัดในด้านเสียงรบกวนและความร้อนจากภายนอกรั่วไหลเข้ามาภายในที่พักอาศัย หากผู้ประกอบการเครื่องปรับอากาศไทยสามารถออกแบบระบบคอมเพรสเซอร์ที่ทำงานได้เงียบขึ้น จะดึงดูดความต้องการของผู้บริโภคในอิตาลีเพิ่มขึ้น รวมถึงควรออกแบบชุดซีลหน้าต่างที่ยืดหยุ่นและรองรับกับหน้าต่างในอิตาลี เพื่อลดปัญหาความร้อนจากภายนอกรั่วไหลเข้ามาตามช่องหน้าต่าง

3. การให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน พลังงาน และดีไซน์ที่ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยในอิตาลี อิตาลีถือเป็นตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมและค่าไฟที่สูง ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญต่อฉลากประหยัดไฟที่ต้องได้มาตรฐานประหยัดพลังงานของสหภาพยุโรป ควรอยู่ในระดับ A+ หรือ A++ ขึ้นไป นอกจากนี้   ที่พักอาศัยในเมืองส่วนใหญ่ในอิตาลีจะมีพื้นที่จำกัด การที่เครื่องปรับอากาศแบบพกพามีการออกแบบที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีล้อลากและทนทาน จะยิ่งดึงดูดใจให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจในการซื้อเครื่องปรับอากาศจากไทยเพิ่มขึ้น

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ที่มา1. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือกับกรมศุลกากร

               2. https://tg24.sky.it/economia/2026/06/24/migliori-condizionatori-portatili-classifica-2026

3. https://www.rainews.it/articoli/2026/06/meteo-estate-proiezioni-mese-per-mese-tra-caldo-record-notti-tropicali-e-bombe-dacqua-2aa7c6ec-589e-433e-9255-2e3cfb4c730c.html  

4. https://www.rainews.it/articoli/2026/06/condizionatori-in-casa-per-il-60-delle-famiglie-ma-in-ambienti-chiusi-effetti-negativi-su-salute-dd43b365-0bf1-4aeb-8249-7e37527e3ae9.html

5. https://lespresso.it/c/sostenibilita/2026/6/26/caldo-ingiustizia-climatica-italia-efficientamento-energetico/63061

6. Condizionatori ad alta efficienza: guida e 10 modelli a confronto | Climamarket

7. https://agrivivo.it/news/2026/07/05/caldo-record-temperature-38-gradi-luglio/

8https://europa.eu/youreurope/business/product-requirements/labels-markings/energy-labels/index_en.htm?utm_source=chatgpt.com

9https://www.istat.it/en/press-release/household-energy-equipment-year-2024/?utm_source=chatgpt.com

10. ข้อมูลจาก Global Trade Atlas

ข่าวเด่นประจำเดือนก.ค. 69 ข่าวที่ 1.pdf
Share :
Instagram