fb
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
สงครามอิหร่านดันเดลิเวอรีโตสะเทือนร้านอาหารในยูเออี “Dine-in ดูไบดิ่ง 33% รายได้ร้านชุมชนหด 20% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง 22% เปิดทั้งโอกาสและโจทย์ใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย”

สงครามอิหร่านดันเดลิเวอรีโตสะเทือนร้านอาหารในยูเออี “Dine-in ดูไบดิ่ง 33% รายได้ร้านชุมชนหด 20% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง 22% เปิดทั้งโอกาสและโจทย์ใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย”

โดย
Suthida
ลงเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 12:00
สคต. ณ เมืองดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) (TTC, Dubai (United Arab Emirates))
18

สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อกำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อย่างมีนัยสำคัญ ลูกค้าบริโภคในร้าน (Dine-in) หดตัวลง 33% ในไตรมาส 1 ปี 2569 ขณะที่บริการเดลิเวอรีกลับเติบโต 18% สวนกระแส สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน ความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลโดยตรง        ต่อร้านอาหารไทยในยูเออี และผู้ส่งออกเครื่องปรุงไทยจากเมืองไทย

ข้อมูลจาก Syrve Mena ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีร้านอาหาร ระบุว่าคำสั่งซื้อเดลิเวอรีในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 18% เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 1.9 ล้านออเดอร์ และมีสัดส่วนต่อยอดสั่งซื้อทั้งหมดเพิ่มจาก 25% เป็น 29% แม้ว่าจำนวนร้านอาหารที่ให้บริการเดลิเวอรีจะลดลงในช่วงเดียวกัน

คำสั่งซื้อเดลิเวอรีลดลงจาก 700,000 ออเดอร์ในเดือนมกราคม เหลือ 593,000 ออเดอร์ในเดือนมีนาคม แต่จำนวนร้านที่เปิดให้บริการลดลงเร็วกว่า จาก 325 ร้านเหลือ 312 ร้าน ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่ได้รับส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น

ค่าเฉลี่ยคำสั่งซื้อต่อร้านลดลงจาก 2,150 ออเดอร์ในเดือนมกราคม เหลือเพียง 1,900 กว่าออเดอร์      ในเดือนมีนาคม แต่ในแง่รายได้กลับมีเสถียรภาพมากกว่า โดยรายได้เฉลี่ยต่อเดือนจากเดลิเวอรีต่อร้านในเดือนมีนาคม ยังคงอยู่ที่ประมาณ 42,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1.5 ล้านบาท ขณะที่รายได้รายไตรมาสจากเดลิเวอรีต่อร้านเพิ่มขึ้นประมาณ 18% เป็น 123,840 เหรียญสหรัฐฯ

เมื่อเทียบกับธุรกิจเดลิเวอรีแล้ว ธุรกิจ Dine-in ทั่วยูเออีหดตัวอย่างหนัก คำสั่งซื้อรวมทั้งยูเออีลดลง 33% จาก 1.845 ล้านออเดอร์ในเดือนมกราคม เหลือ 1.233 ล้านออเดอร์ในเดือนมีนาคม รายได้ของร้านอาหารในชุมชน (Community Restaurants) ลดลงมากถึง 20% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม ขณะที่ร้านระดับไฮเอนด์ได้รับผลกระทบหนักกว่ามาก ในทางตรงข้าม อย่างไรก็ตาม คำสั่งซื้อเดลิเวอรีของร้านชุมชนเพิ่มขึ้น 15%

วิกฤตร้านอาหารดูไบระอุ! ผู้ประกอบการจี้เจ้าของพื้นที่ลดค่าเช่าหลังยอดขายดิ่งพยุงธุรกิจรอด

ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการร้านอาหารในดูไบออกมาเรียกร้องให้เจ้าของพื้นที่ให้เช่า (Landlords) และธนาคารเร่งให้ความช่วยเหลือทางการเงิน หลังเผชิญมรสุมต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น 22% สวนทางกับจำนวนลูกค้า     ที่ลดลงจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน โดยระบุว่าลำพังภาคเอกชนไม่สามารถแบกรับภาระที่หนักอึ้งนี้เพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป ข้อมูลจาก Syrve เผยยอด Dine-in ไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลงเหลือ 4.57 ล้านออเดอร์ 

ร้านระดับไฮเอนด์ ในโรงแรมหรูปิดตัวร้านดัง ได้แก่ Dinner by Heston Blumenthal, Hakkasan, Issiano, Ling Ling, Brasserie Frantzen และ La Mar by Gaston Acurio ผู้ประกอบการเรียกร้องให้เจ้าของพื้นที่ลดค่าเช่า แต่ Emaar และ Dubai Holding บริษัทอสังริมทรัพย์รายสำคัญ ยังไม่ลดค่าเช่าหรือปรับสัญญาให้ยืดหยุ่น ส่วนต้นทุนวัตถุดิบพุ่งขึ้น 22% ร้านอาหารหลายแห่งต้องขอให้พนักงานลาโดยไม่รับเงินเดือนในเดือนเมษายน และอาจเกิดการปิดกิจการระลอกใหญ่ซึ่งจะกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก แต่ในขณะเดียวกันเขตเศรษฐกิจ DIFC เริ่มขยับนำร่องออกมาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจชั่วคราวเพื่อบรรเทาปัญหาก่อนลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในวงกว้าง ส่วนรายได้ร้านในชุมชนหดตัวมากถึง 20% นับจากเริ่มสงคราม

 ผลกระทบต่อร้านอาหารไทยใน UAE

ร้านอาหารไทยในยูเออี โดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์ในย่าน Dubai Marina, Downtown Dubai และ Palm Jumeirah กำลังเผชิญแรงกดดันสามด้าน ได้แก่ ลูกค้านั่งทานน้อยลง ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น และค่าเช่าที่ไม่ลดลง อย่างไรก็ตาม อาหารไทยมีข้อได้เปรียบในตลาดเดลิเวอรีที่กำลังเติบโต เนื่องจากเมนูส่วนใหญ่ เช่น ผัดไทย ผัดกะเพรา    ต้มยำ และแกงเขียวหวาน รักษารสชาติได้คงที่ระหว่างขนส่ง ต่างจากอาหารฝรั่งเศสหรือสเต๊กระดับ Fine Dining

นอกจากนี้ ราคาที่เข้าถึงได้ ( 7-13 ดอลลาห์สหรัฐฯ/จาน) และฐานลูกค้าเอเชียที่หลากหลายในยูเออี รวมคนไทยกว่า 15,000 คน ชาวฟิลิปปินส์ อินเดีย ช่วยพยุงยอดขายของร้านอาหารไทยกลุ่ม Casual Dining ในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง

 

เครื่องปรุงไทยส่งออก: ความท้าทายและโอกาส

ผู้ส่งออกเครื่องปรุงและวัตถุดิบไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากช่องแคบ Hormuz ที่เป็นเส้นทางหลักไปท่าเรือ Jebel Ali ดูไบ ค่าระวางเรือจากแหลมฉบังถึงดูไบเพิ่มขึ้น 30-50% Transit Time ขยายจาก 14-18 วัน  เป็น 22-30 วัน ในขณะที่สินค้าสด เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก และผักไทยอื่นๆ ที่ต้องการ Cold Chain นั้นจัดส่ง      ทางอากาศด้วยราคาค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ Stay-at-home และ Cook-at-home เปิดโอกาสใหม่ให้สินค้าเครื่องปรุงประเภท Shelf-stable เช่น เครื่องแกงสำเร็จรูป น้ำพริกเผา น้ำจิ้มไก่ น้ำปลา ซอสปรุงรส และกะทิกระป๋อง มียอดขายในซูเปอร์มาร์เก็ต Carrefour, Lulu และ Spinneys แนวโน้มเพิ่มขึ้นตามพฤติกรรมทำอาหารกินที่บ้าน

ตัวเลขสำคัญ

ตัวชี้วัด (Q1 2026)

ตัวเลข

คำสั่งซื้อ Dine-in

-33%

คำสั่งซื้อเดลิเวอรี (YoY)

+18%

ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น

+22%

ค่าระวางเรือไทย-ดูไบ

+30-50%

ความเห็นของ สคต.ดูไบ

ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในยูเออี ควรเร่งลงทุนในแพลตฟอร์มเดลิเวอรี (Talabat, Deliveroo, Careem Food) ปรับเมนูให้เหมาะกับการขนส่ง พัฒนา Cloud Kitchen เพื่อลดต้นทุนคงที่ และเจรจาขอลดค่าเช่าโดยแลกกับการต่อสัญญาเช่ายาวขึ้น

ยูเออี ยังเป็นตลาดศักยภาพสูงสำหรับอาหารไทยในระยะกลาง-ยาว ใครปรับตัวเร็วและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ จะอยู่รอดและเติบโต

 

 

2026 PR May 11-17 สงครามอิหร่านสะเทือนร้านอาหารแต่ส่งเสริมดิลิแวรี่ UAE.pdf
Share :
Instagram