fb
OECD คาดการณ์เศรษฐกิจอิสราเอลขยายตัวมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกในปี 2025-2027 แม้มีปัจจัยเสี่ยง

OECD คาดการณ์เศรษฐกิจอิสราเอลขยายตัวมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกในปี 2025-2027 แม้มีปัจจัยเสี่ยง

โดย
Natthapong
ลงเมื่อ 30 ธันวาคม 2568 05:00
สคต. ณ กรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล) (TTC, Tel Aviv (Israel))
45

OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) หรือองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ได้ออกรายงานว่า GDP อิสราเอล คาดว่าจะเติบโต +3.3% ในปี2025 ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยการเติบโตของเศรษฐกิจโลก (ประมาณ +3.1%) ซึ่งนั่นหมายความว่าอิสราเอลเติบโต “เหนือค่าเฉลี่ยโลก” การเติบโตมีแนวโน้มขยายตัวขึ้นต่อเนื่องในปี2026 ที่คาดว่าจะเติบโต +4.9% และยังคงแข็งแรงในปี2027 ขยายตัวอีก +4.6% หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตามมุมมองที่มีในปัจจุบันของ OECD

 

โดยก่อนหน้านี้ OECD ได้การเติบโตทางเศรษฐกิจของอิสราเอลว่า จะมีอัตราขยายตัวที่ +3.4% ในปี2025 และ +5.5% ในปี2026 เมื่อพิจารณาการลดความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในภูมิภาคซึ่งยังคงไม่สงบในช่วงต้นปีที่ผ่านมาและเพิ่งคลี่คลายลงในช่วงตุลาคมที่ผ่านมาในปัจจุบัน  

 

อย่างไรก็ดี อิสราเอลยังมีความเสี่ยงหลายด้านที่จะเป็นแรงกดดันและปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ สรุปได้ดังนี้

  1. ค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงสูง: การใช้จ่ายด้านการทหารและความขัดแย้งในภูมิภาคทำให้งบประมาณรัฐตึงตัวและรัดตัวกว่าแผนฐานก่อนหน้า

  2. การขาดแคลนแรงงานและการลงทุนภาคก่อสร้าง: แรงงานต่างชาติและแรงงานในบางอุตสาหกรรมหายไป ส่งผลให้การลงทุนชะลอลงในบางภาคส่วนของเศรษฐกิจ

  3. อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าช่วงเป้าหมาย: CPI คาดว่าจะอยู่เหนือเป้าหมาย 13% ในปี2025 ซึ่งจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

  4. หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไม่คลี่คลาย หรือมีความขัดแย้งใหม่เพิ่มขึ้น อัตราการเติบโตอาจถูกปรับลง และการขาดดุลงบประมาณอาจบานปลาย

  5. ปัญหาสังคมเช่น ค่าใช้จ่ายครองชีพสูง และอัตราการมีส่วนร่วมแรงงานต่ำในบางกลุ่มประชากร (เช่น กลุ่ม ultraOrthodox และผู้หญิงอาหรับในอิสราเอล) เป็นอุปสรรคต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาว 

 

ทั้งนี้ หากความเสี่ยงที่ประเมินไว้ข้างต้นไม่มีความรุนแรง หรือเกิดขึ้นโดยมีนัยสำคัญแล้ว สิ่งที่จะสนับสนุนและทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปตามที่คาดไว้ สรุปได้ดังนี้

  1. ระบบการเงินและการคลังที่มั่นคงก่อนความขัดแย้งของอิสราเอล สามารถช่วยรองรับเศรษฐกิจให้ไม่ตกต่ำอย่างรุนแรงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน 

  2. การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของภาคเทคโนโลยีและนวัตกรรม : อุตสาหกรรม AI, ไฮเทค และการส่งออกบริการเทคโนโลยีเป็นแรงหนุนการเติบโตสำคัญ, ช่วยสร้างรายได้และรักษาความสามารถในการแข่งขันของอิสราเอล

  3. ตลาดแรงงานเข้มแข็งและอัตราว่างงานต่ำ : อัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำ (ประมาณ 2-3%) ส่งเสริมการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม

 

ทั้งนี้ OECD ยังมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ที่อยากจะแนะนำหรือนำเสนอให้ภาครัฐและภาคเอกชนของอิสราเอล ทำซึ่งมีดังต่อไปนี้

  1. แนะนำให้มีการปฏิรูปหลายด้านเพื่อเร่งการเติบโตในอนาคต เช่น

  • ลด อุปสรรคทางการค้าและกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการแข่งขันและการลงทุน

  • ปรับปรุง โครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาและแรงงาน เพื่อช่วยให้แรงงานในกลุ่มต่างๆ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

  1. กระตุ้นนวัตกรรม โดยเฉพาะในภาค AI และการวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ

  2. ดำเนินมาตรการเพื่อลด ต้นทุนการครองชีพ เช่น การลดภาระภาษีที่มีผลบิดเบือนและการลดกำแพงทางเทคนิคที่จำกัดการนำเข้าสินค้า

 

ความเห็นของ สคต.

 

สคต. เห็นว่า การที่เศรษฐกิจอิสราเอลมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี จะช่วยให้การค้าระหว่างไทยกับอิสราเอลที่มีมูลค่าประมาณ 1,300 ล้านเหรีญสหรัฐฯ (USD) โดยไทยส่งออกมาปีละประมาณ 800 ล้าน USD และนำเข้าประมาณ 550 ล้าน USD ไทยได้ดุลการค้าประมาณ 200-300 ล้าน USD 

 

โดยในปี 2568 (ม.ค.-ต.ค.68) ไทยส่งออกมาอิสราเอลมีมูลค่า 636 ล้าน USD ลดลง -7.15% แต่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเป็นทรงตัวจากปี 2567 หรือมูลค่าประมาณ 815 ล้าน USD ได้ เนื่องจากว่า เศรษฐกิจของอิสราเอลขยายตัวได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเริ่มมีการนำเข้าสินค้ามากขึ้น หลังความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสมีข้อตกลงหยุดยิงกัน ซึ่ง สคต. มองว่า จะมีการนำเข้าสินค้าจากไทยมากขึ้นคามลำดับ โดยมีสินค้าสำคัญและมีศักยภาพ เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักกร ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ทูน่ากระป๋อง เป็นต้น

 

ในการนำเข้าสินค้านั้น ไทยนำเข้าจากอิสราเอล ในปี 2568 (ม.ค.-ต.ค. 68) มีมูลค่าประมาณ 521.83 ล้าน USD ขยายตัวถึง +33.27% ทำให้คาดการณ์ว่าทั้งปีจะมีมูลค่าสูงถึง 600 ล้าน USD หรือขยายตัวถึง +33-35% เพราะสินค้าหลายชนิดของอิสราเอลเป็นที่ต้องการมากขึ้นของไทย เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ ปุ๋ย แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องมือแพทย์ และยุทธปัจจัย เป็นต้น

 

ผู้ส่งออกหรือนักธุรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il

 

ที่มา : https://www.oecd.org/en/publications/oecd-economic-outlook-volume-2025-issue-2

แปล_วิเคราะห์_2025_ Dec_ข่าว1-OECD คาดการณ์เศรษฐกิจอิสราเอลขยายตัวมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกในปี 2025-2027 แม้มีปัจจัยเสี่ยง.pdf
Share :
Instagram