
ในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2568 อินเดียมีพัฒนาการสำคัญในสองอุตสาหกรรมหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการผลิต และอุตสาหกรรมเภสัชกรรมซึ่งเป็นฐานการส่งออกสำคัญของประเทศ ทั้งสองอุตสาหกรรมแสดงทิศทางการเติบโตเชิงคุณค่า (value-driven growth) โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมสูงและการปฏิบัติตามมาตรฐานกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น
สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์อินเดีย
ยอดขายรถยนต์สำหรับโดยสาร (Passenger Vehicles) ของอินเดียในเดือนตุลาคม 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.4 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตามรายงานของสมาพันธ์ผู้แทนจำหน่ายยานยนต์แห่งอินเดีย (FADA) สะท้อนความต้องการรถ SUV และรถพรีเมียมที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ประกอบการยังคงเผชิญปัญหาคิวรอส่งมอบสินค้าเฉลี่ย 20–24 สัปดาห์ จากข้อจำกัดด้านชิ้นส่วนและกำลังการผลิต
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 – มีนาคม 2569 ผู้ประกอบการอินเดียเตรียมเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 15 รุ่น โดย 13 รุ่น เป็นรถยนต์ประเภท SUV ซึ่งเป็นทิศทางที่ชี้ให้เห็นว่าอุปสงค์ของผู้บริโภคกำลังปรับตัวไปสู่รถยนต์ระดับกลาง–บน และรถยนต์ที่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีสูง ซึ่งมีมูลค่าต่อคันสูงกว่า ทำให้บริษัท Skoda Auto India ประกาศแผนรุกตลาดรถยนต์ระดับ 2.5 – 4 ล้านรูปีอินเดีย เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาด mid-premium ที่เติบโตเร็ว อาศัยความนิยมของตลาด SUV ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ในด้านนโยบาย รัฐบาลอินเดียเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิง E20 และเตรียมความพร้อมต่อการบังคับใช้มาตรฐาน CAFE 2027 (Corporate Average Fuel Efficiency – Phase III) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2570 ซึ่งจะจำกัดระดับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) เฉลี่ยของรถยนต์ในแต่ละค่ายให้เข้มงวดขึ้น และผลักดันให้ผู้ผลิตต้องพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบไฮบริด และรถยนต์เชื้อเพลิงผสมเอทานอล (Flex-fuel) มากขึ้น
มาตรฐาน CAFE 2027 เป็นกลไกสำคัญที่จะเร่งการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีสาระสำคัญ เช่น
• ใช้กับรถยนต์นั่งประเภท M1 (ที่นั่งไม่เกิน 9 คน)
• กำหนดลดค่าเฉลี่ยการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ของรถทั้งค่าย
• ให้ super credits สำหรับ EV, Hybrid และ Flex-fuel
• เพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ผลิตลงทุนด้านเทคโนโลยีสะอาดและเชื้อเพลิงทางเลือก
สถานการณ์อุตสาหกรรมเภสัชกรรมอินเดีย
อุตสาหกรรมเภสัชกรรมของอินเดียยังคงมีแนวโน้มเติบโตดี โดยบริษัท Zydus Lifesciences รายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 38 ในไตรมาสล่าสุด พร้อมอนุมัติแผนระดมทุนรวม 5 หมื่นล้านรูปีอินเดีย เพื่อลงทุนในผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยา Biosimilars และการขยายกำลังการผลิตสำหรับตลาดส่งออก
ความต้องการผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ของอินเดียยังได้รับแรงสนับสนุนจาก
• การขยายตัวของตลาดสหรัฐฯ และยุโรป
• ความต้องการยารักษาโรคเรื้อรัง
• การยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับ USFDA และ European EMA
อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตอินเดียยังเผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน การตรวจสอบโรงงานของ USFDA และการแข่งขันสูงในตลาดยาสามัญ ทำให้อุตสาหกรรมต้องปรับตัวไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีสูงและอัตรากำไรสูงกว่า เช่น ยาเฉพาะทางและ Biosimilars ซึ่งเป็นสาขาที่อินเดียมีศักยภาพโดดเด่นในตลาดโลก
สรุป
อุตสาหกรรมยานยนต์และเภสัชกรรมของอินเดียกำลังก้าวสู่ระยะการเติบโตแบบเชิงคุณภาพและนวัตกรรม โดยสินค้าที่มีแนวโน้มเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตแบบมูลค่าเพิ่มสูง (Value-Driven Growth) อาทิ
อุตสาหกรรมยานยนต์: Premium SUVs / EVs
อุตสาหกรรมเภสัชกรรม: ยาเฉพาะทาง / Biosimilars
ซึ่งขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและกฎระเบียบ โดยอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องปรับตัวตามนโยบาย E20 และ CAFE 2027 ขณะที่อุตสาหกรรมเภสัชกรรมต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน USFDA และ European EMA แสดงให้เห็นว่าทั้งสองอุตสาหกรรมกำลังเคลื่อนไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อยกระดับความสามารถแข่งขันระยะยาว ดังนั้น การติดตามทิศทางเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและการพัฒนาสินค้าให้รองรับมาตรฐานใหม่ ๆ จะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานของอินเดียในระยะต่อไป
โอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย
อุตสาหกรรมยานยนต์
• ชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับ SUV และรถพรีเมียม
• อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ EV (แบตเตอรี่ แผงวงจร อินเวอร์เตอร์)
• ชิ้นส่วนสำหรับเครื่องยนต์ที่รองรับ E20
• ระบบควบคุมมลพิษและเทคโนโลยี CAFE compliance
อุตสาหกรรมเภสัชกรรม
• การส่งออก วัตถุดิบยา (API) และสารตั้งต้น
• เครื่องมือแพทย์ บรรจุภัณฑ์ยา และเครื่องจักรผลิตยา
• ความร่วมมือด้าน R&D และ biosimilar development
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการไทย
1. ติดตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงนโยบายของอินเดีย โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและเชื้อเพลิงใหม่
2. เร่งสร้างเครือข่ายกับ OEM อินเดีย โดยเฉพาะกลุ่ม Tier-2/Tier-3 ที่ต้องการซัพพลายเออร์ใหม่
3. ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยา ควรปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐาน USFDA / EU GMP เพื่อเพิ่มโอกาสทำตลาดร่วมกับบริษัทยาอินเดีย
4. พิจารณาการลงทุนร่วม (JV) ในด้าน EV components และ Pharma R&D ซึ่งเป็นทิศทางที่รัฐอินเดียให้การสนับสนุน
แหล่งข้อมูล
1. The Hindu, November 2025
2. Economic Times of India, 6–7 November 2025
3. Reuters, India’s passenger vehicle sales rise 11.4% in October: FADA, 3 November 2025
4. The Hindu Business Line, Zydus Lifesciences reports 38% rise in quarterly net profit, 6 November 2025