fb
สถานการณ์อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในอินเดีย -  ยานยนต์และเภสัชกรรม

สถานการณ์อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในอินเดีย - ยานยนต์และเภสัชกรรม

โดย
Lawrence
ลงเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2568 16:52
สคต. ณ เมืองเจนไน (อินเดีย) (TTC, Chennai (India))
49

ในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2568 อินเดียมีพัฒนาการสำคัญในสองอุตสาหกรรมหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการผลิต และอุตสาหกรรมเภสัชกรรมซึ่งเป็นฐานการส่งออกสำคัญของประเทศ ทั้งสองอุตสาหกรรมแสดงทิศทางการเติบโตเชิงคุณค่า (value-driven growth) โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมสูงและการปฏิบัติตามมาตรฐานกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น

สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์อินเดีย

ยอดขายรถยนต์สำหรับโดยสาร (Passenger Vehicles) ของอินเดียในเดือนตุลาคม 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.4 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตามรายงานของสมาพันธ์ผู้แทนจำหน่ายยานยนต์แห่งอินเดีย (FADA) สะท้อนความต้องการรถ SUV และรถพรีเมียมที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ประกอบการยังคงเผชิญปัญหาคิวรอส่งมอบสินค้าเฉลี่ย 20–24 สัปดาห์ จากข้อจำกัดด้านชิ้นส่วนและกำลังการผลิต

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 – มีนาคม 2569 ผู้ประกอบการอินเดียเตรียมเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 15 รุ่น โดย 13 รุ่น เป็นรถยนต์ประเภท SUV ซึ่งเป็นทิศทางที่ชี้ให้เห็นว่าอุปสงค์ของผู้บริโภคกำลังปรับตัวไปสู่รถยนต์ระดับกลาง–บน และรถยนต์ที่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีสูง ซึ่งมีมูลค่าต่อคันสูงกว่า ทำให้บริษัท Skoda Auto India ประกาศแผนรุกตลาดรถยนต์ระดับ 2.5 – 4 ล้านรูปีอินเดีย เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาด mid-premium ที่เติบโตเร็ว อาศัยความนิยมของตลาด SUV ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ในด้านนโยบาย รัฐบาลอินเดียเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิง E20 และเตรียมความพร้อมต่อการบังคับใช้มาตรฐาน CAFE 2027 (Corporate Average Fuel Efficiency – Phase III) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2570 ซึ่งจะจำกัดระดับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO) เฉลี่ยของรถยนต์ในแต่ละค่ายให้เข้มงวดขึ้น และผลักดันให้ผู้ผลิตต้องพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบไฮบริด และรถยนต์เชื้อเพลิงผสมเอทานอล (Flex-fuel) มากขึ้น

มาตรฐาน CAFE 2027 เป็นกลไกสำคัญที่จะเร่งการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีสาระสำคัญ เช่น

• ใช้กับรถยนต์นั่งประเภท M1 (ที่นั่งไม่เกิน 9 คน)

• กำหนดลดค่าเฉลี่ยการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อย CO ของรถทั้งค่าย

• ให้ super credits สำหรับ EV, Hybrid และ Flex-fuel

• เพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ผลิตลงทุนด้านเทคโนโลยีสะอาดและเชื้อเพลิงทางเลือก

สถานการณ์อุตสาหกรรมเภสัชกรรมอินเดีย

อุตสาหกรรมเภสัชกรรมของอินเดียยังคงมีแนวโน้มเติบโตดี โดยบริษัท Zydus Lifesciences รายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 38 ในไตรมาสล่าสุด พร้อมอนุมัติแผนระดมทุนรวม 5 หมื่นล้านรูปีอินเดีย เพื่อลงทุนในผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ยา Biosimilars และการขยายกำลังการผลิตสำหรับตลาดส่งออก

ความต้องการผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ของอินเดียยังได้รับแรงสนับสนุนจาก

• การขยายตัวของตลาดสหรัฐฯ และยุโรป

• ความต้องการยารักษาโรคเรื้อรัง

• การยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับ USFDA และ European EMA

อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตอินเดียยังเผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน การตรวจสอบโรงงานของ USFDA และการแข่งขันสูงในตลาดยาสามัญ ทำให้อุตสาหกรรมต้องปรับตัวไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีสูงและอัตรากำไรสูงกว่า เช่น ยาเฉพาะทางและ Biosimilars ซึ่งเป็นสาขาที่อินเดียมีศักยภาพโดดเด่นในตลาดโลก

สรุป

อุตสาหกรรมยานยนต์และเภสัชกรรมของอินเดียกำลังก้าวสู่ระยะการเติบโตแบบเชิงคุณภาพและนวัตกรรม โดยสินค้าที่มีแนวโน้มเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตแบบมูลค่าเพิ่มสูง (Value-Driven Growth) อาทิ

อุตสาหกรรมยานยนต์: Premium SUVs / EVs

อุตสาหกรรมเภสัชกรรม: ยาเฉพาะทาง / Biosimilars

ซึ่งขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและกฎระเบียบ โดยอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องปรับตัวตามนโยบาย E20 และ CAFE 2027 ขณะที่อุตสาหกรรมเภสัชกรรมต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน USFDA และ European EMA แสดงให้เห็นว่าทั้งสองอุตสาหกรรมกำลังเคลื่อนไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อยกระดับความสามารถแข่งขันระยะยาว ดังนั้น การติดตามทิศทางเหล่านี้อย่างใกล้ชิดและการพัฒนาสินค้าให้รองรับมาตรฐานใหม่ ๆ จะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานของอินเดียในระยะต่อไป

โอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย

อุตสาหกรรมยานยนต์

• ชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับ SUV และรถพรีเมียม

• อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ EV (แบตเตอรี่ แผงวงจร อินเวอร์เตอร์)

• ชิ้นส่วนสำหรับเครื่องยนต์ที่รองรับ E20

• ระบบควบคุมมลพิษและเทคโนโลยี CAFE compliance

อุตสาหกรรมเภสัชกรรม

• การส่งออก วัตถุดิบยา (API) และสารตั้งต้น

• เครื่องมือแพทย์ บรรจุภัณฑ์ยา และเครื่องจักรผลิตยา

• ความร่วมมือด้าน R&D และ biosimilar development

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการไทย

1. ติดตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงนโยบายของอินเดีย โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและเชื้อเพลิงใหม่

2. เร่งสร้างเครือข่ายกับ OEM อินเดีย โดยเฉพาะกลุ่ม Tier-2/Tier-3 ที่ต้องการซัพพลายเออร์ใหม่

3. ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยา ควรปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐาน USFDA / EU GMP เพื่อเพิ่มโอกาสทำตลาดร่วมกับบริษัทยาอินเดีย

4. พิจารณาการลงทุนร่วม (JV) ในด้าน EV components และ Pharma R&D ซึ่งเป็นทิศทางที่รัฐอินเดียให้การสนับสนุน

แหล่งข้อมูล

1. The Hindu, November 2025

2. Economic Times of India, 6–7 November 2025

3. Reuters, India’s passenger vehicle sales rise 11.4% in October: FADA, 3 November 2025

4. The Hindu Business Line, Zydus Lifesciences reports 38% rise in quarterly net profit, 6 November 2025

Weekly News Page 10-14 Nov 2025 _2.pdf
Share :
Instagram