
ข้อตกลงเมอร์โคซูร์-สหภาพยุโรปนี้เชื่อมโยง 27 ประเทศในยุโรปกับ 4 ประเทศสมาชิกเมอร์โคซูร์ ภาพรวมข้อตกลงนี้เป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ แต่บราซิลยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับสมดุลระหว่างการส่งออกวัตถุดิบและสินค้าเกษตร กับการปกป้องภาคการผลิตอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการแข่งขันของยุโรป ซึ่งความตกลงฯ กำหนดกฎเกณฑ์เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ข้อตกลงนี้อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อบางภาคส่วนของอุตสาหกรรมบราซิล เนื่องจากการเข้าสู่ตลาดบราซิลของสินค้าจากยุโรปที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่า แต่ก็อาจเปิดช่องทางการค้าใหม่ในระยะยาวและเสริมสร้างกิจกรรมทางอุตสาหกรรมของประเทศได้
แนวโน้มมีความหลากหลายและขึ้นอยู่กับแต่ละภาคส่วน อาทิ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งมีความเปราะบางต่อการแข่งขันจากสินค้าที่นำเข้า จะต้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับตัว ในขณะที่สาขาอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจการเกษตรน่าจะได้รับประโยชน์ ภาคส่วนเหล่านี้จะเห็นโอกาสในการส่งออกที่ดี ความตกลงการค้าเสรีจะเปิดช่องทางและโอกาสทางการค้ามากขึ้นและเสริมสร้างภาคการผลิตในระยะเวลาหนึ่งและขึ้นอยู่กับการจัดการนโยบายการค้าตั้งแต่เริ่มมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงดังกล่าวซึ่งยังคงมีความท้าทายในด้านการคลัง ซึ่งมีความจำเป็นต้องมีแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนมากขึ้นสำหรับความไม่สมดุลในนระดับหนี้สาธารณะที่สูงเมื่อเทียบกับ GDP เนื่องจากจะช่วยสร้างสภาวะทางการเงินและเศรษฐกิจมหภาคที่ดีขึ้นสำหรับภาคอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ดี ข้อตกลงนี้อาจช่วยให้ภาคการผลิตเข้าถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้นจากยุโรปได้ ซึ่งจะกระตุ้น การปรับปรุงเครื่องจักรกลอุตสาหกรรมในประเทศ แต่ก็จะมีภาคอุตสาหกรรมบางส่วนที่ได้รับผลกระทบ โดยภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน โลหะเหล็ก เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์โลหะ สิ่งทอ ยา เครื่องจักรและอุปกรณ์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายยกเลิกภาษีสินค้า 91% ระหว่างสองภูมิภาค มุ่งเน้นการส่งออกสินค้าเกษตรจากบราซิลไปยัง EU โดยได้รับโควตาเพิ่มขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมบราซิลได้รับโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีราคาถูก แต่ต้องเสี่ยงกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจากสินค้า EU และข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด
ความเห็นและข้อเสนอแนะ
ภาคการส่งออกบราซิลมีโอกาสจากข้อตกลงทางการค้า ผลประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจบราซิล จะเห็นว่าในด้านการเข้าถึงตลาด บราซิลสามารถส่งออกสินค้าเกษตร เช่น เนื้อสัตว์ เอทานอล น้ำตาล และแร่ธาตุ ได้เพิ่มขึ้นภายใต้โควตาที่ขยายขึ้นในยุโรป รวมทังการเข้าถึงเทคโนโลยี/สินค้าทุน โดยมีภาษีนำเข้าเครื่องจักร เคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์การขนส่งจากยุโรปจะลดลงหรือยกเลิก ทำให้ภาคอุตสาหกรรมบราซิลลดต้นทุนการผลิตและยกระดับเทคโนโลยีได้ นอกจากนี้ มีการลดภาษีนำเข้าปุ๋ย บราซิลจะได้รับประโยชน์จากการผ่อนคลายภาษีนำเข้าปุ๋ยชั่วคราว ซึ่งช่วยลดต้นทุนภาคการเกษตร
ความเสี่ยงและความท้าทายต่ออุตสาหกรรมบราซิล ประกอบด้วย การแข่งขันสูงขึ้น อุตสาหกรรมภายในประเทศบราซิล โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถแข่งขันด้านประสิทธิภาพกับยุโรปได้ อาจได้รับผลกระทบจากการทะลักของสินค้าอุตสาหกรรมสำเร็จรูปจากยุโรป นอกจากนี้ ในด้านมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบ ข้อตกลงรวมถึงกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเกี่ยวกับความยั่งยืนและการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งหากบราซิลไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกจำกัดการเข้าถึงตลาด และการปรับตัวของโครงสร้างอุตสาหกรรม ภาคการผลิตบราซิลจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในสภาพแวดล้อมการค้าเสรี ซึ่งสินค้าไทยจะต้องปรับตัวในการการสู่ตลาดบราซิลที่มีทางเลือกของสินค้ามากขึ้นจากยุโรปที่มีการลดภาษีนำเข้าระหว่างกันภายใต้กลุ่มมอร์โคซูร์ ในขณะที่ไทยไม่มีความตกลงทางการค้ากับประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกา
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซาเปาโล