fb
เคนยาขึ้นแท่นอันดับ 2 แอฟริกาด้านความพร้อมสตาร์ทอัพ ปี 2026

เคนยาขึ้นแท่นอันดับ 2 แอฟริกาด้านความพร้อมสตาร์ทอัพ ปี 2026

โดย
Panuwat
ลงเมื่อ 11 มีนาคม 2569 12:30
สคต. ณ กรุงไนโรบี (เคนยา) (TTC, Nairobi (Kenya))
8

สาธารณรัฐเคนยาได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความพร้อมด้านนวัตกรรมและระบบนิเวศสตาร์ทอัพสูงเป็นอันดับ 2 ของทวีปแอฟริกา จากรายงานดัชนีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสำหรับนักนวัตกรรม ประจำปี 2026 (Innovators Business Environment Index: IBEI) จัดทำโดย StartupBlink แพลตฟอร์มวิจัยระดับโลกด้านระบบนิเวศสตาร์ทอัพ

รายงานดังกล่าวระบุว่า กรุงไนโรบีกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการที่สำคัญของภูมิภาค สามารถดึงดูดนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าสู่ระบบเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในการจัดอันดับล่าสุด เคนยาได้คะแนน 48 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 68 จากทั้งหมด 125 ประเทศทั่วโลก โดยในทวีปแอฟริกามีเพียง South Africa ที่ได้คะแนนสูงกว่า คือ 52 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 61 ของโลก นับเป็นพัฒนาการสำคัญของเคนยา ซึ่งก่อนหน้านี้มีอันดับต่ำกว่าไนจีเรีย

ในภาพรวมของทวีปแอฟริกา มี 25 ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับในดัชนี IBEI ระดับโลก โดย 13 ประเทศอยู่ใน 100 อันดับแรก ทั้งนี้ Cape Verde อยู่ในอันดับ 3 ของแอฟริกา (47 คะแนน อันดับ 70 ของโลก) รองลงมาคือ Morocco (อันดับ 80 ของโลก) และ Cote d’Ivoire (อันดับ 81 ของโลก)

ดัชนี IBEI ประเมินประเทศต่าง ๆ ในช่วงคะแนน 0–100 โดยใช้ตัวชี้วัดมากกว่า 30 รายการ ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ ความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Operating a Business) มาตรการจูงใจทางธุรกิจ (Business Incentives) และภาพลักษณ์ของตลาด (Market Perception)

การประเมินดังกล่าวพิจารณาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้ประกอบการนวัตกรรม อาทิ จำนวนสตาร์ทอัพ ศูนย์บ่มเพาะและเร่งรัดธุรกิจ พื้นที่ทำงานร่วมกัน ระดับการลงทุน กิจกรรมวิจัย เสถียรภาพทางการเมือง การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ระบบภาษี และความคล่องตัวด้านกฎระเบียบ

รายงานชี้ว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของเคนยาปรับตัวดีขึ้นจากการปฏิรูปกฎระเบียบที่ช่วยให้การจดทะเบียนบริษัทมีความสะดวกและเสริมสร้างการคุ้มครองนักลงทุน แพลตฟอร์มดิจิทัลและกรอบกฎหมายที่ได้รับการปรับปรุงช่วยลดความล่าช้าทางระบบราชการ ทำให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้านการเข้าถึงแหล่งทุน เคนยายังคงเป็นหนึ่งในประเทศแอฟริกาที่ได้รับเงินลงทุนในสตาร์ทอัพสูงสุด โดยมีเงินทุนร่วมลงทุน (venture capital) ไหลเข้าสู่สาขาฟินเทค พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสุขภาพ และเทคโนโลยีการคมนาคมอย่างมีนัยสำคัญ

ในปี 2025 สตาร์ทอัพของเคนยาระดมทุนได้เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดของตลาดใด ๆ ในแอฟริกานับตั้งแต่ปี 2022 โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 52 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของเงินทุนสตาร์ทอัพทั้งทวีป อย่างไรก็ดี เงินลงทุนส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวในกรุงไนโรบีและพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศเป็นสำคัญ

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของเคนยาเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญ ด้วยอัตราการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
ในระดับสูง ระบบการชำระเงินผ่านมือถือที่ก้าวหน้า และการขยายโครงข่ายบรอดแบนด์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเอื้อต่อการเข้าถึงลูกค้าและการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อตั้งธุรกิจบางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความชัดเจนและต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายภายใต้ Finance Act 2025 แม้จะมีมาตรการจูงใจทางภาษีใหม่ก็ตาม

ในระดับโลก United States ครองอันดับหนึ่งของดัชนี IBEI รองลงมาคือ Singapore และ United Kingdom ขณะที่ United Arab Emirates มีความโดดเด่นด้านความสามารถในการแข่งขันทางภาษี และ Saudi Arabia เป็นผู้นำด้านนโยบายลดอุปสรรคทางธุรกิจ กลุ่มประเทศนอร์ดิกมีความเป็นเลิศด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่วนประเทศขนาดเล็กอย่าง Estonia และ New Zealand แสดงให้เห็นว่าขนาดตลาดมิได้เป็นข้อจำกัดต่อการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน

ผลการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเคนยาในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมของแอฟริกา และเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ในระยะยาว

ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี

  บทบาทของ Nairobi ในฐานะศูนย์กลางสตาร์ทอัพ การระดมทุนเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ซึ่งเติบโตร้อยละ 52 จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของเงินลงทุนสตาร์ทอัพทั้งทวีป แสดงให้เห็นว่าเคนยากำลังก้าวสู่การเป็น “Innovation Gateway” ของแอฟริกาตะวันออกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสาขาฟินเทค พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสุขภาพ และเทคโนโลยีการคมนาคม ในมุมมองของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี พัฒนาการดังกล่าวมีนัยต่อเศรษฐกิจไทยในการสร้างโอกาสเชิงตลาด เคนยากำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาสินค้าโภคภัณฑ์และการค้าแบบดั้งเดิม ไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้และดิจิทัล ซึ่งจะสร้างความต้องการสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น โซลูชันซอฟต์แวร์ ระบบชำระเงินดิจิทัล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ และบริการด้านสุขภาพดิจิทัล ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจึงสามารถใช้เคนยาเป็นฐานเข้าสู่ตลาดแอฟริกาตะวันออกได้ในระยะกลางถึงยาว และการแข่งขันเชิงโครงสร้าง เคนยาสามารถดึงดูดเงินทุนร่วมลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก สะท้อนว่าทุนระหว่างประเทศเริ่มมองแอฟริกาเป็นตลาดเติบโตสูง ซึ่งอาจทำให้เงินลงทุนบางส่วนเบี่ยงเบนจากภูมิภาคอื่น รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากไทยไม่เร่งพัฒนาความสามารถ
ในการแข่งขันด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ผู้ประกอบการไทยควรมองเคนยาไม่ใช่เพียงตลาดปลายทางสำหรับการส่งออกสินค้าแบบดั้งเดิม แต่เป็นระบบนิเวศธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและเงินทุนเสี่ยง การเข้าสู่ตลาดควรเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถบูรณาการกับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีอยู่ เช่น ระบบชำระเงินผ่านมือถือที่ได้รับความนิยมสูง โครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ที่กำลังขยายตัว และความคุ้นเคยของผู้บริโภคกับบริการออนไลน์ ผู้ประกอบการไทยด้านฟินเทคควรศึกษากรอบกฎหมายการเงินดิจิทัลและข้อกำหนดต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมาย 

---------------------------------------------------------

 

 

แหล่งที่มา : https://businesstoday.co.ke/kenya-ranks-2nd-for-startup-readiness/

จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี

11 มีนาคม 2569

2_WeeklyNews_9-13MAR.2026.pdf
Share :
Instagram