หน้าหลัก
/
หน้าหลักสถานการณ์การค้าในต่างประเทศ
/
ประเด็นร้อน/เจาะลึกตลาดโลก
/
Candy POP เครือข่ายค้าปลีกขนมหวานบอลติกรุกตลาดโปแลนด์
Candy POP เครือข่ายค้าปลีกขนมหวานบอลติกรุกตลาดโปแลนด์
ยุโรป (Europe)
•
อาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverages)
เจาะลึกตลาดโลก (Deep insight into the global market)
การค้าออนไลน์
ขนม
ขนมหวาน
ค้าปลีก
บอลติก
ยุโรป
ลิทัวเนีย
เครื่องดื่ม
โปแลนด์
โดย
•
ลงเมื่อ 03 สิงหาคม 2566 12:43
สคต. ณ กรุงวอร์ซอ (โปแลนด์) (TTC, Warsaw (Poland))
22
Candy POP เครือข่ายค้าปลีกขนมหวานและขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ของกลุ่มประเทศบอลติกจากลิทัวเนีย เปิดตัวร้านค้าปลีกขนมหวานเรือธง Candy POP ณ ห้างสรรพสินค้า Zlote Tarasy กลางกรุงวอร์ซอประเทศโปแลนด์ ด้วยงบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ทั้งนี้ ร้านค้าดังกล่าวถือเป็น Specialized retail สาขาแรกที่อยู่นอกกลุ่มประเทศบอลติกและเป็นสาขาที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท (ประมาณ 120 ตารางเมตร) นอกจากนี้ ในงานเปิดตัว Candy POP สาขาโปแลนด์ ได้มีการเชิญ Influencer ในแพลตฟอร์ม Tik Tok ของโปแลนด์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน เข้าร่วมงานเพื่อดึงดูดและสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ของโปแลนด์อีกด้วย บริษัท Candy POP เป็นเครือข่ายค้าปลีก Specialized retail รายใหญ่ของกลุ่มประเทศบอลติกที่ให้บริการ e-commerce และค้าส่งควบคู่ไปพร้อมกัน ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 21 แห่ง ในกลุ่มประเทศบอลติกและโปแลนด์ ร้านค้าของ Candy POP มีจุดขายอยู่ที่การวางจำหน่ายสินค้าขนมหวานและเครื่องดื่มที่ไม่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในทวีปยุโรป ซึ่งสินค้าที่วางจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากทวีปอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา เป็นหลัก
ข้อมูลเพิ่มเติม/ข้อคิดเห็นของสคต.
1. ภายหลังจากที่สหภาพยุโรปได้ดำเนินการการคว่ำบาตรทางการค้ากับรัสเซียและเบลารุสได้ส่งผลให้กลุ่มประเทศบอลติกซึ่งแต่เดิมมีการพึ่งพาการค้าขายกับรัสเซียเป็นหลักต้องมองหาตลาดใหม่ทดแทน ทั้งนี้ โปแลนด์ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพทั้งในด้านประชากรและกำลังซื้อและยังมีพรมแดนดินกับกลุ่มประเทศบอลติก โดยตลาดขนมหวาน ของโปแลนด์ในปี 2565 มีมูลค่าประมาณ 380,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตลาดขนาดใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดในกลุ่มประเทศบอลติก 2. การเข้ามาของกลุ่มทุนจากบอลติกครั้งนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการโยกย้ายการค้าการลงทุนของบอลติกที่จะต้องปรับเปลี่ยนจากการพึ่งพาตลาดรัสเซียมาใกล้ชิดกับตลาดสหภาพยุโรปมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถรักษาธุรกิจในประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ที่มา : The Baltic Times
Share :